ด้วยหนังเสือดาว… สวมรองเท้าขลิบด้วยหนังนาก … สวมรองเท้าขลิบด้วยหนัง
แมว … สวมรองเท้าขลิบด้วยหนังค่าง … สวมรองเท้าขลิบด้วยหนังนกเค้า
คนทั้งหลายจึงตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “เหมือนคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม”
ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วยหนัง
ราชสีห์ … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วยหนังเสือโคร่ง … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วย
หนังเสือเหลือง … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วยหนังเสือดาว … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบ
ด้วยหนังนาก … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วยหนังแมว … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วย
หนังค่าง … ไม่พึงสวมรองเท้าขลิบด้วยหนังนกเค้า รูปใดสวม ต้องอาบัติทุกกฏ”
๑๕๐. โอมุกกคุณังคุณุปาหนานุชานนา
ว่าด้วยทรงอนุญาตรองเท้าหลายชั้นที่ใช้แล้ว
เรื่องภิกษุเท้าแตก
[๒๔๗] ครั้งนั้น ในเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตร
และจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ มีภิกษุรูปหนึ่งเป็นปัจฉาสมณะ แต่
ภิกษุนั้นเดินเขยกตามพระองค์ไปเบื้องพระปฤษฎางค์
อุบาสกคนหนึ่งสวมรองเท้าหลายชั้น มองเห็นพระผู้มีพระภาคกำลังเสด็จมา
แต่ไกล จึงถอดรองเท้าแล้วเข้าไปเฝ้า ถวายอภิวาทแล้วเข้าไปหาภิกษุรูปนั้นไหว้แล้ว
ถามว่า “ทำไม พระคุณเจ้าเดินเขยกขอรับ”
ภิกษุรูปนั้นตอบว่า “อุบาสก อาตมาเท้าแตก”
อุบาสกกล่าวว่า “นิมนต์พระคุณเจ้ารับรองเท้า ขอรับ”