พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 479 (เล่ม 38)

นั่นแหละซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่
ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขาร
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขาร
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๖๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จิตตสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตซึ่งเว้น
จากลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
ปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจาร บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและ
วิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังเกิด

479
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 480 (เล่ม 38)

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๖๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจัก
เกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่วจีสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
วจีสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและ
จิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๗๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
และจิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่

480
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 481 (เล่ม 38)

อนุโลมโอกาส
[๗๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๗๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
และตติยฌาน กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่วจีสังขารไม่ใช่
จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและวจีสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌานและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและ
กายสังขารก็เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้เข้าปฐมฌาน
ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจิตตสังขารก็จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่กายสังขารไม่เคยเกิด บุคคลผู้

481
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 482 (เล่ม 38)

เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและกายสังขารก็เคยเกิด
[๗๓] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จิตตสังขารไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ในภูมิ
ที่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจิตตสังขารก็
จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่วจีสังขารไม่เคยเกิด ในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและวจีสังขารก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๗๔] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

482
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 483 (เล่ม 38)

[๗๕] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๗๖] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๗๗] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด วจีสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่วจีสังขารมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต
ที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารจักเกิดในลำดับ
แห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและวจีสังขาร
ก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ บุคคลผู้เข้าทุติยฌาน
และตติยฌาน วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่กายสังขารมิใช่
ไม่เคยเกิด ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตที่มีทั้งวิตกและวิจารในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ปัจฉิมจิตที่ไม่มีทั้งวิตก

483
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 484 (เล่ม 38)

และวิจารจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งด้วยจิตนั้น) บุคคลผู้เข้า
จตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขารก็ไม่เคยเกิด
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เข้าจตุตถฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจิตต-
สังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด กายสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในกามาวจรภูมิ จิตตสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่กายสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้พร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิตในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญ-
สัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและกายสังขารก็ไม่
เคยเกิด
[๗๘] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จิตตสังขารของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิด แต่จิตตสังขารมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่
มีทั้งวิตกและวิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและจิตตสังขารก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม

484
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 485 (เล่ม 38)

วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่มีทั้งวิตกและวิจาร จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่วจีสังขารมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคล
ผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิตในภูมิที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารและบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและวจีสังขารก็
ไม่เคยเกิด
อุปปาทวาร จบ
๒. ปวัตติวาร ๒. นิโรธวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๗๙] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่ง
ลมอัสสาสปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาส-
ปัสสาสะของบุคคลผู้เข้าปฐมฌานและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับ

485
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 486 (เล่ม 38)

อนุ. กายสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่กายสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะ
จิตตสังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและกายสังขารก็กำลังดับ
[๘๐] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดกำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็กำลัง
ดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็กำลังดับ
ใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร จิตตสังขารของบุคคล
เหล่านั้นกำลังดับ แต่วจีสังขารไม่ใช่กำลังดับ ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร จิตต-
สังขารของบุคคลเหล่านั้นกำลังดับและวจีสังขารก็กำลังดับ
อนุโลมโอกาส
[๘๑] อนุ. กายสังขารในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในทุติยฌานและตติยฌาน ในฌานนั้นกายสังขารกำลังดับ แต่วจีสังขาร
ไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๘๒] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดกำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็กำลังดับใช่ไหม ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี เหมือนกัน)

486
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 487 (เล่ม 38)

ปัจจนีกบุคคล
[๘๓] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่ง
จิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสปัสสาสะซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่กายสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะ
แห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลม
อัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและกายสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
อนุ. กายสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ของบุคคลทั้งหมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
กายสังขารของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ กายสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่

487
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 488 (เล่ม 38)

[๘๔] อนุ. วจีสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ จิตตสังขารของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตซึ่งเว้นจากวิตกและวิจาร วจีสังขารของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังดับ แต่จิตตสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาทขณะแห่งจิตของบุคคลทั้ง
หมด บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ วจีสังขารของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังดับและจิตตสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. จิตตสังขารของบุคคลใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังดับใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกโอกาส
[๘๕] อนุ. กายสังขารในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๘๖] อนุ. กายสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ วจีสังขารของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจากลมอัสสาสปัสสาสะ กายสังขาร
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับ แต่วจีสังขารมิใช่ไม่กำลังดับ ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารซึ่งเว้นจาก
ลมอัสสาสปัสสาสะ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ กายสังขารของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังดับและวจีสังขารก็ไม่ใช่กำลังดับ
ปฏิ. วจีสังขารของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังดับ ฯลฯ
(คำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใด ก็ดี ของบุคคลใดในภูมิใด ก็ดี พึงขยาย
ให้พิสดารเหมือนกัน ในคำที่ท่านกำหนดว่า ของบุคคลใดในภูมิใด ไม่พึงเพิ่มคำว่า
บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติ)

488