พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 439 (เล่ม 38)

วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับ แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งตัณหาของอรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจัก
ไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและ
สมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๑๖๑] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๑๖๒] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคใน
ลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและ
อรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จัก
ดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งจิต
ของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น

439
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 440 (เล่ม 38)

และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ใน
ภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค
และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคล
ผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและใน
อุปปาทขณะแห่งอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ
และบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติ-
กาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและใน
ภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะ
แห่งอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๑๖๓] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม

440
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 441 (เล่ม 38)

วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้
จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค
อรหันตบุคคล และในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและ
บุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้
อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่
สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรคและในภังคขณะแห่งตัณหา
ของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้
มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๑๖๔] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักดับ
ใช่ไหม
(ผู้รู้จำแนกอตีตปุจฉากับอนาคตปุจฉาในนิโรธวารทั้งอนุโลมและปัจจนีกะฉันใด
ในอุปปาทนิโรธวารก็พึงจำแนกฉันนั้น)
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ

441
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 442 (เล่ม 38)

๓. ปริญญาวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
[๑๖๕] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ละกำลังละสมุทยสัจ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังละสมุทยสัจ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
ใช่ไหม
วิ. ใช่
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
[๑๖๖] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่

442
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 443 (เล่ม 38)

๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
[๑๖๗] อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
[๑๖๘] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่ไม่เคยละสมุทยสัจ
เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่
ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่เคยละสมุทยสัจ
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่
กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล
แล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยละสมุทยสัจและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ

443
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 444 (เล่ม 38)

๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
[๑๖๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่จักไม่ละสมุทยสัจ
อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจและก็
ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่
กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่จัก
ละสมุทยสัจและก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้ทุกขสัจ
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
[๑๗๐] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็จักละสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจใช่ไหม

444
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 445 (เล่ม 38)

วิ. บุคคลผู้จักได้มรรคไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ แต่มิใช่จักไม่ละสมุทยสัจ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่เคย
กำหนดรู้ทุกขสัจและก็ไม่ใช่จักละสมุทยสัจ
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักละสมุทยสัจ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักละสมุทยสัจ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ
บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรคไม่ใช่จักละ
สมุทยสัจและก็ไม่เคยกำหนดรู้ทุกขสัจ
ปริญญาวาร จบ
สัจจยมก จบ

445
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 446 (เล่ม 38)

สังขารยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] สังขาร ๓ คือ
๑. กายสังขาร (สภาพที่กายปรุงแต่ง)
๒. วจีสังขาร (สภาพที่ปรุงแต่งวาจา)
๓. จิตตสังขาร (สภาพที่จิตปรุงแต่ง)๑
ลมอัสสาสปัสสาสะชื่อว่ากายสังขาร วิตกและวิจารชื่อว่าวจีสังขาร สัญญา
และเวทนาชื่อว่าจิตตสังขาร เว้นวิตกและวิจารแล้ว สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต
แม้ทั้งหมดชื่อว่าจิตตสังขาร
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๒] กายเป็นกายสังขารใช่ไหม กายสังขารเป็นกายใช่ไหม
วจีเป็นวจีสังขารใช่ไหม วจีสังขารเป็นวจีใช่ไหม
จิตเป็นจิตตสังขารใช่ไหม จิตตสังขารเป็นจิตใช่ไหม
ปัจจนีกะ
[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นวจีใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นจิตใช่ไหม
เชิงอรรถ :
๑ อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๕๘

446
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 447 (เล่ม 38)

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๔] กายเป็นกายสังขารใช่ไหม สังขารเป็นวจีสังขารใช่ไหม
กายเป็นกายสังขารใช่ไหม สังขารเป็นจิตตสังขารใช่ไหม
วจีเป็นวจีสังขารใช่ไหม สังขารเป็นกายสังขารใช่ไหม
วจีเป็นวจีสังขารใช่ไหม สังขารเป็นจิตตสังขารใช่ไหม
จิตเป็นจิตตสังขารใช่ไหม สังขารเป็นกายสังขารใช่ไหม
จิตเป็นจิตตสังขารใช่ไหม สังขารเป็นวจีสังขารใช่ไหม
ปัจจนีกะ
[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจี ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม

447
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 448 (เล่ม 38)

๓. สุทธสังขารวาร
อนุโลม
[๖] กายสังขารเป็นวจีสังขารใช่ไหม วจีสังขารเป็นกายสังขารใช่ไหม
กายสังขารเป็นจิตตสังขารใช่ไหม จิตตสังขารเป็นกายสังขารใช่ไหม
วจีสังขารเป็นจิตตสังขารใช่ไหม จิตตสังขารเป็นวจีสังขารใช่ไหม
ปัจจนีกะ
[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นกายสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวจีสังขาร ไม่เป็นจิตตสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตตสังขาร ไม่เป็นวจีสังขารใช่ไหม
ปัณณัตติวารอุทเทส จบ
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๘] อนุ. กาย เป็นกายสังขารใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. กายสังขาร เป็นกายใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

448