พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 389 (เล่ม 38)

วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้
กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่
สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้กำลังอุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด
และสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่ง
จิตในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้กำลังอุบัติใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลัง
อุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิด ใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน

389
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 390 (เล่ม 38)

อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด
แต่ทุกขสัจไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็กำลังเกิด
[๗๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่มัคคสัจ
ไม่ใช่จักเกิด ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไป
อยู่ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่กำลังเกิด ใน
อุปปาทขณะแห่งตัณหาของเหล่าบุคคลผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็กำลังเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๗๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลนั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด

390
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 391 (เล่ม 38)

ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สมุทยสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตต-
มรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผล
ในอรูปภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของ
อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตใน
ปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค ในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ มัคคสัจของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
[๗๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม

391
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 392 (เล่ม 38)

วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทย-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคค-
สัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่ง
จักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่ บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและ
ทุกขสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๗๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๗๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สมุทยสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังจุติจากจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาล และในอุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สมุทยสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่ง

392
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 393 (เล่ม 38)

อรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค
และอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค ในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้
กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด
แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิต
ของอรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
และในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติ
จากอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล และใน
อุปปาทขณะแห่งมรรคและผลในอรูปภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จักไม่เกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค และในภังคขณะ
แห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนผู้จัก
ไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลและในอุปปาทขณะแห่ง
อรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ทุกข-
สัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม

393
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 394 (เล่ม 38)

วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและในอุปปาทขณะแห่งจิตของอรหันต-
บุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังอุบัติ
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล บุคคลผู้กำลังอุบัติในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ทุกขสัจมิใช่ไม่กำลังเกิดในภังคขณะแห่ง
อรหัตตมรรค และในภังคขณะแห่งจิตของอรหันตบุคคล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ
และบุคคลผู้เป็นปุถุชนที่จักไม่ได้มรรคซึ่งกำลังจุติ ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรคและอรหัตตผลในอรูปภูมิ บุคคลผู้กำลังจุติจาก
อสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและทุกขสัจก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
[๗๗] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มัคคสัจของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหา
เป็นไปอยู่ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มัคคสัจมิใช่จัก
ไม่เกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล ในภังคขณะแห่ง
ตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจากตัณหาเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและมัคคสัจก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิด แต่สมุทยสัจ
มิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล ในภังค-
ขณะ แห่งตัณหาของบุคคลผู้เป็นปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค เมื่อจิตที่วิปปยุตจาก
ตัณหาเป็นไปอยู่ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักเกิดและสมุทยสัจก็ไม่ใช่กำลังเกิด

394
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 395 (เล่ม 38)

๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
[๗๘] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้น
เคยเกิดแต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
และสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคล
เหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่
[๗๙] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล และบุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) และบุคคลเหล่าอื่น
ผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดจักเกิด ฯลฯ
วิ. ใช่

395
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 396 (เล่ม 38)

อนุโลมโอกาส
[๘๐] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๘๑] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ
ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สมุทยสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ทุกขสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิดและสมุทยสัจก็จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็เคยเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ทุกขสัจของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคใน
ลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค ทุกขสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม

396
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 397 (เล่ม 38)

วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ มัคคสัจของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่ทุกขสัจไม่เคยเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นจักเกิดและทุกขสัจก็เคยเกิด
[๘๒] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล บุคคลผู้เป็น
ปุถุชนซึ่งจักไม่ได้มรรค และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอบายภูมิ สมุทยสัจของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นเคยเกิด แต่มัคคสัจไม่ใช่จักเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด
ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น และบุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค สมุทยสัจของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมัคคสัจก็จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่สมุทยสัจไม่เคยเกิด บุคคลจักได้อรหัตตมรรค
ในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น บุคคลเหล่าอื่นผู้จักได้มรรค มัคคสัจ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและสมุทยสัจก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๘๓] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

397
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 398 (เล่ม 38)

อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๘๔] อนุ. สมุทยสัจของบุคคลใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๘๕] อนุ. ทุกขสัจในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๘๖] อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สมุทยสัจของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. สมุทยสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อนุ. ทุกขสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มัคคสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. จักเกิด
ปฏิ. มัคคสัจของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักเกิด ทุกขสัจของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

398