พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 349 (เล่ม 38)

อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นโสตธาตุใช่ไหม ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธาตุ ไม่เป็นมโนวิญญาณธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่ (๙)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
(พึงขยายปัณณัตติวารแห่งธาตุยมกให้พิสดารเหมือนอายตนยมก)
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
[๑๘] อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด โสตธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้๑ กำลังอุบัติ จักขุธาตุของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่โสตธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้๒ กำลัง
อุบัติ จักขุธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตธาตุก็กำลังเกิด
ปฏิ. โสตธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตธาตุของบุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตธาตุ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงสัตว์ที่เป็นโอปปาติกะในอบายภูมิผู้มีหูหนวกมาแต่เกิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘๒๑/๓๕๓)
๒ หมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิและทุคติภูมิ และรูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘๒๑/๓๕๓)

349
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 350 (เล่ม 38)

อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขุธาตุของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่ฆานธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
จักขุธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานธาตุก็กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานธาตุของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
ฆานธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด รูปธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปธาตุของบุคคลเหล่านั้น
กำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ รูปธาตุ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด มโนวิญญาณธาตุของบุคคลนั้นก็กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มโนวิญญาณธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มโนวิญญาณธาตุของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
มโนวิญญาณธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
อนุ. จักขุธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

350
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 351 (เล่ม 38)

ปฏิ. ธัมมธาตุของบุคคลใดกำลังเกิด จักขุธาตุของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมธาตุของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่จักขุธาตุไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมธาตุของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิดและจักขุธาตุก็กำลังเกิด
(พึงจำแนกธาตุยมกให้เหมือนกับอายตนยมก คือพึงทำให้เหมือนกัน)
๓. ปริญญาวาร
[๑๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้จักขุธาตุ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้
โสตธาตุใช่ไหม
วิ. ใช่
ฯลฯ
(ธาตุยมกบริบูรณ์โดยการละข้อความไว้)
ธาตุยมก จบ

351
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 352 (เล่ม 38)

สัจจยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] สัจจะ ๔ คือ
๑. ทุกขสัจ (ความจริงคือทุกข์)
๒. สมุทยสัจ (ความจริงคือเหตุให้เกิดทุกข์)
๓. นิโรธสัจ (ความจริงคือความดับทุกข์)
๔. มัคคสัจ (ความจริงคือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์)
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๒] ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม ทุกขสัจเป็นทุกข์ใช่ไหม
สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สมุทยสัจเป็นสมุทัยใช่ไหม
นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม นิโรธสัจเป็นนิโรธใช่ไหม
มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม มัคคสัจเป็นมรรคใช่ไหม (๑๐)
ปัจจนีกะ
[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกขสัจ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทยสัจ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธสัจ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมัคคสัจ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๑๑)

352
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 353 (เล่ม 38)

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๔] ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทยสัจใช่ไหม
ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธสัจใช่ไหม
ทุกข์เป็นทุกขสัจใช่ไหม สัจจะเป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๒)
สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะเป็นทุกขสัจใช่ไหม
สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สมุทัยเป็นสมุทยสัจใช่ไหม สัจจะเป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๓)
นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะเป็นทุกขสัจใช่ไหม
นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทยสัจใช่ไหม
นิโรธเป็นนิโรธสัจใช่ไหม สัจจะเป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๔)
มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะเป็นทุกขสัจใช่ไหม
มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทยสัจใช่ไหม
มรรคเป็นมัคคสัจใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธสัจใช่ไหม (๑๕)
ปัจจนีกะ
[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๖)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม

353
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 354 (เล่ม 38)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๗)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม (๑๘)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม (๑๙)
๓. สุทธสัจจวาร
อนุโลม
[๖] ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม
สมุทัยเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทัยใช่ไหม
นิโรธเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธใช่ไหม
มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม (๒๐)

354
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 355 (เล่ม 38)

ปัจจนีกะ
[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๑)
๔. สุทธสัจจมูลจักกวาร
อนุโลม
[๘] ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทัยใช่ไหม
ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธใช่ไหม
ทุกข์เป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม
สมุทัยเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม
ฯลฯ
สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม
นิโรธเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม
ฯลฯ
สัจจะเป็นมรรคใช่ไหม
มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นทุกข์ใช่ไหม
มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นสมุทัยใช่ไหม
มรรคเป็นสัจจะใช่ไหม สัจจะเป็นนิโรธใช่ไหม (๒๒)

355
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 356 (เล่ม 38)

ปัจจนีกะ
[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๔)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม (๒๕)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นสัจจะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัจจะ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม (๒๖)
ปัณณัตติวารอุทเทส จบ

356
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 357 (เล่ม 38)

๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๑๐] อนุ. ทุกข์ เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ทุกขสัจ เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. เว้นกายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือเป็นทุกขสัจ แต่ไม่
เป็นทุกข์ กายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์ เป็นทุกข์ก็ใช่ เป็นทุกขสัจก็ใช่
อนุ. สมุทัย เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทยสัจแล้ว สมุทัยที่หลือเป็นสมุทัย แต่ไม่เป็นสมุทยสัจ สมุทยสัจ
เป็นสมุทัยก็ใช่ เป็นสมุทยสัจก็ใช่
ปฏิ. สมุทยสัจ เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. นิโรธ เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธสัจแล้ว นิโรธที่หลือเป็นนิโรธ แต่ไม่เป็นนิโรธสัจ นิโรธสัจ
เป็นนิโรธก็ใช่ เป็นนิโรธสัจก็ใช่
ปฏิ. นิโรธสัจ เป็นนิโรธใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มรรค เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. เว้นมัคคสัจแล้ว มรรคที่หลือเป็นมรรค แต่ไม่เป็นมัคคสัจ มัคคสัจ
เป็นมรรคก็ใช่ เป็นมัคคสัจก็ใช่
ปฏิ. มัคคสัจ เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. ใช่

357
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 358 (เล่ม 38)

ปัจจนีกะ
[๑๑] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกข์ ไม่เป็นทุกขสัจใช่ไหม
วิ. เว้นกายิกทุกข์และเจตสิกทุกข์แล้ว ทุกขสัจที่เหลือไม่เป็นทุกข์ แต่เป็น
ทุกขสัจ เว้นทุกข์และทุกขสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นทุกข์ก็ใช่ ไม่เป็น
ทุกขสัจก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นทุกขสัจ ไม่เป็นทุกข์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทัย ไม่เป็นสมุทยสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสมุทยสัจ ไม่เป็นสมุทัยใช่ไหม
วิ. เว้นสมุทยสัจแล้ว สมุทัยที่เหลือไม่เป็นสมุทยสัจ แต่เป็นสมุทัย เว้น
สมุทัยและสมุทยสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นสมุทัยก็ใช่ ไม่เป็นสมุทยสัจก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธ ไม่เป็นนิโรธสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิโรธสัจ ไม่เป็นนิโรธใช่ไหม
วิ. เว้นนิโรธสัจแล้ว นิโรธที่เหลือไม่เป็นนิโรธสัจ แต่เป็นนิโรธ เว้นนิโรธ
และนิโรธสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นนิโรธก็ใช่ ไม่เป็นนิโรธสัจก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมรรค ไม่เป็นมัคคสัจใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมัคคสัจ ไม่เป็นมรรคใช่ไหม
วิ. เว้นมัคคสัจแล้ว มรรคที่เหลือไม่เป็นมัคคสัจ แต่เป็นมรรค เว้นมรรค
และมัคคสัจแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมรรคก็ใช่ ไม่เป็นมัคคสัจก็ใช่

358