พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 109 (เล่ม 38)

วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด
แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ
เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสัญญาขันธ์ก็จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักดับ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและ
ปัญจโวการภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและเวทนาขันธ์ก็
เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๒๐๑] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๒๐๒] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๒๐๓] อนุ. รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ

109
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 110 (เล่ม 38)

ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๒๐๔] อนุ. รูปขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด เวทนาขันธ์ของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปขันธ์
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่เวทนาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลัง
ปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ รูปขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิดและเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ รูปขันธ์ของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในปัญจโวการภูมิ และบุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่รูปขันธ์มิใช่
ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ เวทนาขันธ์ของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
[๒๐๕] อนุ. เวทนาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สัญญาขันธ์ของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังอุบัติในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่สัญญาขันธ์มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ
และบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ เวทนาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิดและสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สัญญาขันธ์ของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ เวทนาขันธ์ของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับ แต่เวทนาขันธ์มิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิและ
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สัญญาขันธ์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ
และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิด
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ

110
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 111 (เล่ม 38)

๓. ปริญญาวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
[๒๐๖] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
[๒๐๗] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่

111
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 112 (เล่ม 38)

อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
[๒๐๘] อนุ. บุคคลใดจักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. ปัจจุปปันนาตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอดีต
[๒๐๙] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่

112
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 113 (เล่ม 38)

ปฏิ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้
เวทนาขันธ์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันตบุคคลแล้ว
บุคคลที่เหลือไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ปฏิ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิ
ใช่ไม่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ เว้นบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและอรหันต-
บุคคลแล้ว บุคคลที่เหลือไม่เคยกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
๕. ปัจจุปปันนานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันและที่เป็นอนาคต
[๒๑๐] อนุ. บุคคลใดกำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
แต่มิใช่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจัก
ไม่ได้มรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
และก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์

113
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 114 (เล่ม 38)

ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้
รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่
มิใช่ไม่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์ อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้
มรรค อรหันตบุคคลและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
และก็ไม่ใช่กำลังกำหนดรู้รูปขันธ์
๖. อตีตานาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีตและที่เป็นอนาคต
[๒๑๑] อนุ. บุคคลใดเคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นก็จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
ปฏิ. บุคคลใดจักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ใช่ไหม
วิ. ไม่ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักได้มรรค บุคคลเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์ แต่มิ
ใช่จักไม่กำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้
เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้มรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้
เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์และก็ไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ บุคคลนั้นก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์
ใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคลไม่ใช่จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์ แต่มิใช่ไม่เคยกำหนดรู้
รูปขันธ์ บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่าใดจักไม่
ได้มรรค บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรคและบุคคลผู้เป็นปุถุชนเหล่านั้นไม่ใช่
จักกำหนดรู้เวทนาขันธ์และก็ไม่เคยกำหนดรู้รูปขันธ์
ปริญญาวาร จบ
ขันธยมก จบ

114
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 115 (เล่ม 38)

๓. อายตนยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] อายตนะ ๑๒ คือ
๑. จักขายตนะ ๒. โสตายตนะ
๓. ฆานายตนะ ๔. ชิวหายตนะ
๕. กายายตนะ ๖. รูปายตนะ
๗. สัททายตนะ ๘. คันธายตนะ
๙. รสายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ
๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ
๑. ปทโสธนวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของแต่ละบท
อนุโลม
[๒] จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะเป็นจักขุใช่ไหม
โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะเป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะเป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะเป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหาเป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะเป็นชิวหาใช่ไหม
กายเป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะเป็นกายใช่ไหม
รูปเป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะเป็นรูปใช่ไหม
สัททะเป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะเป็นสัททะใช่ไหม
คันธะเป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะเป็นคันธะใช่ไหม
รสะเป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะเป็นรสะใช่ไหม
โผฏฐัพพะเป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะเป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
มนะเป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะเป็นมนะใช่ไหม
ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะเป็นธัมมะใช่ไหม(๑๐)

115
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 116 (เล่ม 38)

ปัจจนีกะ
[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๑)

116
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 117 (เล่ม 38)

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทโดยยึดบทประธานเป็นหลักดุจกงจักร
อนุโลม
[๔] จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นโสตายตนะใช่ไหม
จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นฆานายตนะใช่ไหม
จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นชิวหายตนะใช่ไหม ฯลฯ
จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑)
โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขายตนะใช่ไหม
โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒)
ฆานะเป็นฆานายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขายตนะใช่ไหม
ฯลฯ อายตนะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ
(๓๑๑)
ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นจักขายตนะใช่ไหม
ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ธัมมะเป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะเป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑)

117
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 118 (เล่ม 38)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหมฯลฯ(๓๑๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒) (๑๓)
(พึงผูกเป็นจักกนัย)
๓. สุทธายตนวาร
ว่าด้วยการอธิบายอายตนะล้วนๆ
อนุโลม
[๖] จักขุเป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะเป็นจักขุใช่ไหม
โสตะเป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะเป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะเป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะเป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหาเป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะเป็นชิวหาใช่ไหม
กายเป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะเป็นกายใช่ไหม
รูปเป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะเป็นรูปใช่ไหม

118