พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 19 (เล่ม 38)

[๗๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลที่เป็นอัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตที่เหลือ
ไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒๘)
[๗๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒๙)
[๗๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยา-
กตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล
ใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับ
อัพยากตมูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็น
มูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒) (๓๐)

19
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 20 (เล่ม 38)

[๘๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากฤต อัพยากฤตที่เป็น
สเหตุกะมีมูลที่เป็นอัพยากฤต
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๑)
[๘๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๒)
[๘๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกัน
ก็ใช่ มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือมี
มูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓) (๓๓)
[๘๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็น
สเหตุกะมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล

20
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 21 (เล่ม 38)

ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๔)
[๘๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล สภาว-
ธรรม เหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๕)
[๘๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับ
อัพยากตมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับ
อัพยากตมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นอัพยากตมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่าง
เดียวกันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับ
อัพยากตมูลที่เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่
เป็นมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับอัพยากตมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นอัพยากฤตใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔) (๓๖)
๔. นามบท นยจตุกกะ
[๘๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม๑ สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามมูลใช่ไหม
วิ. นามมูล๒ มี ๙ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นนามที่เหลือไม่เป็นนามมูล
เชิงอรรถ :
๑ สภาวธรรมที่เป็นนาม ในที่นี้หมายถึงอรูปขันธ์ ๔ และนิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๙๗/๓๓๒)
๒ นามมูล คือ กุศลมูล ๓ อกุศลมูล ๓ อัพยากตมูล ๓ รวมเป็น ๙ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๙๗/๓๓๒)

21
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 22 (เล่ม 38)

ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดเป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม
ใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓๗)
[๘๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะ๑ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่เป็น
สเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่เป็นนาม
นามมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๓๘)
[๘๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน นามเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือมีมูลอย่าง
เดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑) (๓๙)
[๘๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลที่เป็นนามมูลมี ๙ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นนามที่เหลือ ไม่ใช่มีมูล
ที่เป็นนามมูล
เชิงอรรถ :
๑ นามที่เป็นอเหตุกะ ในที่นี้หมายถึงจิตตุปบาท ๑๘ โมหะที่สัมปยุตด้วยวิจิกิจฉา อุทธัจจะ และ
นิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๖๙๗/๓๓๒)

22
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 23 (เล่ม 38)

ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
นามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔๐)
[๙๐] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่
เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลแต่ไม่เป็น
นาม นามมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๑)
[๙๑] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกัน
ก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่
เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๒) (๔๒)
[๙๒] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นนามใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นนาม นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นนาม
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็น
นามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นนามแต่ไม่เป็นนาม นามมีมูลที่เป็น
นามก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๓)

23
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 24 (เล่ม 38)

[๙๓] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่เป็น
สเหตุกะมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่เป็นนาม
นามมีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๔)
[๙๔] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลอย่างเดียวกันก็ใช่
มีมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือมีมูลอย่างเดียว
กันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๓) (๔๕)
[๙๕] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะไม่ใช่มีมูลที่เป็นนามมูล นามที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่
เป็นนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นนามมูล สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นนามมูล แต่ไม่เป็นนาม นามมีมูลที่
เป็นนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๖)

24
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 25 (เล่ม 38)

[๙๖] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล นามที่
เป็นสเหตุกะมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่
เป็นนาม นามมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูลก็ใช่ เป็นนามก็ใช่ (๔๗)
[๙๗] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล
สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูลใช่ไหม
วิ. มูลเหล่าใดเป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียว
กันก็ใช่ มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันก็ใช่ สภาวธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่
เหลือมีมูลที่เป็นมูลอย่างเดียวกันกับนามมูล แต่ไม่ใช่มีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกัน
ปฏิ. สภาวธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นมูลอาศัยกันและกันกับนามมูล สภาวธรรม
เหล่านั้นทั้งหมดเป็นนามใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔) (๔๘)
มูลวารนิทเทส จบ
๒๑๐. เหตุวาราทินิทเทส
[๙๘] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นกุศล สภาวธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมดเป็นกุศลเหตุใช่ไหม
วิ. กุศลเหตุมี ๓ เท่านั้น สภาวธรรมที่เป็นกุศลที่เหลือไม่เป็นกุศลเหตุ
ฯลฯ ไม่เป็นกุศลนิทาน ฯลฯ ไม่เป็นกุศลสมภพ ฯลฯ ไม่เป็นกุศลประภพ ฯลฯ
ไม่เป็นกุศลสมุฏฐาน ฯลฯ ไม่เป็นกุศลอาหาร ฯลฯ ไม่เป็นกุศลอารมณ์ ฯลฯ
ไม่เป็นกุศลปัจจัย ฯลฯ ไม่เป็นกุศลสมุทัย ฯลฯ

25
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 26 (เล่ม 38)

[๙๙] อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นนาม สภาวธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
เป็นนามเหตุ ฯลฯ เป็นนามนิทาน ฯลฯ เป็นนามสมภพ ฯลฯ เป็นนามประภพ
ฯลฯ เป็นนามสมุฏฐาน ฯลฯ เป็นนามอาหาร ฯลฯ เป็นนามอารมณ์ ฯลฯ
เป็นนามปัจจัย ฯลฯ เป็นนามสมุทัย
มูล เหตุ นิทาน สมภพ ประภพ สมุฏฐาน อาหาร
อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย มีด้วยประการฉะนี้
นิทเทสวาร จบ
มูลยมก จบ

26
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 27 (เล่ม 38)

ขันธยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] ขันธ์ ๕ คือ
๑. รูปขันธ์ (กองรูป) ๒. เวทนาขันธ์ (กองเวทนา)
๓. สัญญาขันธ์ (กองสัญญา) ๔. สังขารขันธ์ (กองสังขาร)
๕. วิญญาณขันธ์ (กองวิญญาณ)
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๒] รูปเป็นรูปขันธ์ใช่ไหม รูปขันธ์เป็นรูปใช่ไหม
เวทนาเป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม เวทนาขันธ์เป็นเวทนาใช่ไหม
สัญญาเป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม สัญญาขันธ์เป็นสัญญาใช่ไหม
สังขารเป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม สังขารขันธ์เป็นสังขารใช่ไหม
วิญญาณเป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม วิญญาณขันธ์เป็นวิญญาณใช่ไหม (๒๖)
ปัจจนีกะ
[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปขันธ์ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนา ไม่เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเวทนาขันธ์ ไม่เป็นเวทนาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญา ไม่เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญญาขันธ์ ไม่เป็นสัญญาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขาร ไม่เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสังขารขันธ์ ไม่เป็นสังขารใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณ ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิญญาณขันธ์ ไม่เป็นวิญญาณใช่ไหม (๒๗)

27
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 28 (เล่ม 38)

๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๔] รูปเป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
รูปเป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
รูปเป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
รูปเป็นรูปขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๒๘)
[๕] เวทนาเป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
เวทนาเป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
เวทนาเป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
เวทนาเป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๒๙)
[๖] สัญญาเป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สัญญาเป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สัญญาเป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม
สัญญาเป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๐)
[๗] สังขารเป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
สังขารเป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
สังขารเป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
สังขารเป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม (๓๑)
[๘] วิญญาณเป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นรูปขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณเป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นเวทนาขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณเป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสัญญาขันธ์ใช่ไหม
วิญญาณเป็นวิญญาณขันธ์ใช่ไหม ขันธ์เป็นสังขารขันธ์ใช่ไหม (๓๒)

28