[๒๑๕] สก. บุคคลไม่มีความเกิดขึ้นปรากฏ ไม่มีความดับสลายปรากฏ เมื่อ
ดำรงอยู่ ไม่มีความแปรผันปรากฏใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. บุคคลไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะ
แห่งอสังขตธรรม ๓ ประการนี้ คือ (๑) ความเกิดขึ้นไม่ปรากฏ (๒) ความดับ
สลายไม่ปรากฏ (๓) เมื่อดำรงอยู่ ความแปรผันไม่ปรากฏ”๑ บุคคลไม่มีความเกิด
ขึ้นปรากฏ ไม่มีความดับสลายปรากฏ เมื่อดำรงอยู่ ไม่มีความแปรผันปรากฏ
ดังนั้น บุคคลจึงเป็นสภาวะที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
[๒๑๖] สก. บุคคลปรินิพพานแล้วมีอยู่ในนิพพานหรือไม่มีอยู่ในนิพพาน
ปร. มีอยู่ในนิพพาน๒
สก. บุคคลปรินิพพานแล้วเป็นผู้เที่ยงใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น๓ ฯลฯ
สก. บุคคลปรินิพพานแล้วมีอยู่ในนิพพานหรือไม่มีอยู่ในนิพพาน
ปร. ไม่มีอยู่ในนิพพาน
สก. บุคคลปรินิพพานแล้วเป็นผู้ขาดสูญใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ๔
[๒๑๗] สก. บุคคลอาศัยอะไรดำรงอยู่
ปร. บุคคลอาศัยภพดำรงอยู่
เชิงอรรถ :
๑ ดูเทียบ องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๔๘/๒๐๙
๒ เพราะมีความเห็นว่า นิพพานเป็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งบุคคลหลังจากปรินิพพานแล้วจะไปอยู่ในที่นั้น
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๑๖/๑๕๗)
๓ เพราะฝ่ายปรวาทีกลัวจะเป็นสัสสตทิฏฐิจึงตอบปฏิเสธ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๑๖/๑๕๗)
๔ เพราะฝ่ายปรวาทีกลัวจะเป็นอุจเฉททิฏฐิจึงตอบปฏิเสธ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๑๖/๑๕๗)