พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 687 (เล่ม 35)

ผัสสะ ๕ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทาน มโนธาตุสัมผัสที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็น
อารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่
เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี มโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหา
และทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ
ทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ
ทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
เวทนา ๕ สัญญา ๕ เจตนา ๕ และจิต ๕ กรรมอันประกอบด้วยตัณหา
และทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน มโนธาตุที่กรรมอันประกอบด้วย
ตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วย
ตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี มโนวิญญาณธาตุที่กรรม
อันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอัน
ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กรรมอัน
ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี (๗๑๒)
๕. วิตักกติกะ
[๑๐๔๒] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์เท่าไรมีทั้งวิตกและวิจาร เท่าไรไม่มีวิตกมีเพียง
วิจาร เท่าไรไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ฯลฯ บรรดาจิต ๗ จิตเท่าไรมีทั้งวิตกและวิจาร
เท่าไรไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร เท่าไรไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
รูปขันธ์ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร ขันธ์ ๓ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตก
มีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี สังขารขันธ์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่
ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีทั้งวิตกและ
วิจาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี (๑)
อายตนะ ๑๐ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มนายตนะที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่
มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ธัมมายตนะที่มีทั้งวิตกและวิจาร
ก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีทั้ง
วิตกและวิจาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี (๒)

687
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 688 (เล่ม 35)

ธาตุ ๑๕ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มโนธาตุมีทั้งวิตกและวิจาร มโนวิญญาณ-
ธาตุที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี
ธัมมธาตุที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า มีทั้งวิตกและวิจาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและ
วิจารก็มี (๓)
สมุทยสัจมีทั้งวิตกและวิจาร นิโรธสัจไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มัคคสัจที่มีทั้งวิตก
และวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ทุกขสัจที่มีทั้ง
วิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่กล่าวไม่
ได้ว่า มีทั้งวิตกและวิจาร ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร หรือไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี (๔)
อินทรีย์ ๙ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร โทมนัสสินทรีย์มีทั้งวิตกและวิจาร
อุเปกขินทรีย์ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี อินทรีย์ ๑๑ ที่มี
ทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี (๕)
อกุศลเหตุ ๓ มีทั้งวิตกและวิจาร เหตุ ๖ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มี
วิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี
กวฬิงการาหารไม่มีทั้งวิตกและวิจาร อาหาร ๓ ที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่
ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี
ผัสสะ ๕ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร มโนธาตุสัมผัสมีทั้งวิตกและวิจาร มโน-
วิญญาณธาตุสัมผัสที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้ง
วิตกและวิจารก็มี
เวทนา ๕ สัญญา ๕ เจตนา ๕ และจิต ๕ ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
มโนธาตุ มีทั้งวิตกและวิจาร มโนวิญญาณธาตุที่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี ที่ไม่มีวิตก
มีเพียงวิจารก็มี ที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารก็มี (๖๑๒)
๑. รูปทุกะ
[๑๐๔๓] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์เท่าไรเป็นรูป เท่าไรไม่เป็นรูป ฯลฯ บรรดา
จิต ๗ จิตเท่าไรเป็นรูป เท่าไรไม่เป็นรูป

688
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 689 (เล่ม 35)

รูปขันธ์เป็นรูป ขันธ์ ๔ ไม่เป็นรูป
อายตนะ ๑๐ เป็นรูป มนายตนะไม่เป็นรูป ธัมมายตนะที่เป็นรูปก็มี ที่ไม่
เป็นรูปก็มี
ธาตุ ๑๐ เป็นรูป ธาตุ ๗ ไม่เป็นรูป ธัมมธาตุที่เป็นรูปก็มี ที่ไม่เป็นรูปก็มี
สัจจะ ๓ ไม่เป็นรูป ทุกขสัจที่เป็นรูปก็มี ที่ไม่เป็นรูปก็มี
อินทรีย์ ๗ เป็นรูป อินทรีย์ ๑๔ ไม่เป็นรูป ชีวิตินทรีย์ที่เป็นรูปก็มี ที่ไม่
เป็นรูปก็มี
เหตุ ๙ ไม่เป็นรูป
กวฬิงการาหารเป็นรูป อาหาร ๓ ไม่เป็นรูป
ผัสสะ ๗ ไม่เป็นรูป
เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ และจิต ๗ ไม่เป็นรูป
๒. โลกิยทุกะ
[๑๐๔๔] บรรดาขันธ์ ๕ ขันธ์เท่าไรเป็นโลกิยะ เท่าไรเป็นโลกุตตระ บรรดา
อายตนะ ๑๒ อายตนะเท่าไรเป็นโลกิยะ เท่าไรเป็นโลกุตตระ บรรดาธาตุ ๑๘
ธาตุเท่าไรเป็นโลกิยะ เท่าไรเป็นโลกุตตระ
บรรดาสัจจะ ๔ สัจจะเท่าไรเป็นโลกิยะ เท่าไรเป็นโลกุตตระ ฯลฯ บรรดาจิต
๗ จิตเท่าไรเป็นโลกิยะ เท่าไรเป็นโลกุตตระ
รูปขันธ์เป็นโลกิยะ ขันธ์ ๔ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
อายตนะ ๑๐ เป็นโลกิยะ อายตนะ ๒ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นโลกิยะ ธาตุ ๒ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
สัจจะ ๒ เป็นโลกิยะ สัจจะ ๒ เป็นโลกุตตระ
อินทรีย์ ๑๐ เป็นโลกิยะ อินทรีย์ ๓ เป็นโลกุตตระ อินทรีย์ ๙ ที่เป็นโลกิยะก็มี
ที่เป็นโลกุตตระก็มี

689
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 690 (เล่ม 35)

อกุศลเหตุ ๓ เป็นโลกิยะ เหตุ ๖ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
กวฬิงการาหารเป็นโลกิยะ อาหาร ๓ ที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
ผัสสะ ๖ เป็นโลกิยะ มโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
เวทนา ๖ เป็นโลกิยะ เวทนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส ที่เป็นโลกิยะก็มี
ที่เป็นโลกุตตระก็มี
สัญญา ๖ เป็นโลกิยะ สัญญาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นโลกิยะก็มี
ที่เป็นโลกุตตระก็มี
เจตนา ๖ เป็นโลกิยะ เจตนาที่เกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัสที่เป็นโลกิยะก็มี
ที่เป็นโลกุตตระก็มี
จิต ๖ เป็นโลกิยะ มโนวิญญาณธาตุที่เป็นโลกิยะก็มี ที่เป็นโลกุตตระก็มี
สรุปหัวข้อธรรมที่แสดงมา
อภิญญา สารัมมณะ ๒ ทิฏฐะ กุสละ เวทนา
วิปากะ อุปาทินนะ วิตักกะ รูป และโลกิยะ ฉะนี้แล
ธัมมหทยวิภังค์ จบบริบูรณ์
วิภังคปกรณ์ จบ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕ อภิธรรมปิฎกที่ ๒ วิภังค์ จบ

690
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ หน้าที่ 1 (เล่ม 36)

พระอภิธรรมปิฎก
ธาตุกถา
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
อุทเทส๑
๑. นยมาติกา๒ (๑๔ นัย)
[๑] ๑. สงฺคโห อสงฺคโห สภาวธรรมที่สงเคราะห์๓ เข้าได้ สภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้ (๖๑๗๐)
๒. สงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับสภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าได้ (๑๗๑๑๗๘)
๓. อสงฺคหิเตน สงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้ (๑๗๙๑๙๐)
๔. สงฺคหิเตน สงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าได้ (๑๙๑๑๙๒)
เชิงอรรถ :
๑ อุทเทส คือ หัวข้อธรรมที่ท่านยกขึ้นไว้เป็นบทตั้ง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๑)
๒ นยมาติกา คือ หัวข้อธรรมที่กล่าวถึงการจำแนกขันธ์ ๕ เป็นต้น แบ่งออกเป็นนัยต่างๆ กัน มี ๑๔ นัย
เรียกมูลมาติกาก็ได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๑)
๓ สงเคราะห์ หมายถึง การรวบรวม การประมวล มี ๔ อย่าง คือ (๑) ชาติสงเคราะห์ (การรวบรวมสิ่งที่
เสมอกันโดยชาติ) (๒) สัญชาติสงเคราะห์ (การรวบรวมสิ่งที่มีแหล่งเกิดจากที่เดียวกัน) (๓) กิริยาสงเคราะห์
(การรวบรวมสิ่งที่มีการกระทำร่วมกัน) (๔) คณนสงเคราะห์ (การรวบรวมสิ่งที่มีจำนวนเท่ากัน) แต่ในที่นี้
หมายเอาคณนสงเคราะห์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕/๓)

1
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ หน้าที่ 2 (เล่ม 36)

๕. อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับสภาวธรรม
ที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้ (๑๙๓๒๒๗)
๖. สมฺปโยโค วิปฺปโยโค สภาวธรรมที่สัมปยุต(ประกอบเข้าได้) สภาวธรรม
ที่วิปปยุต(ประกอบเข้าไม่ได้) (๒๒๘๓๐๕)
๗. สมฺปยุตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสภาวธรรมที่สัมปยุต
(๓๐๖๓๑๖)
๘. วิปฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่วิปปยุต
(๓๑๗๓๑๘)
๙. สมฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุต
(๓๑๙๓๕๒)
๑๐. วิปฺปยุตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสภาวธรรมที่วิปปยุต
(๓๕๓๔๐๘)
๑๑. สงฺคหิเตน สมฺปยุตฺตํ วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้สัมปยุต
และวิปปยุต(จากขันธ์ อายตนะ และธาตุ) (๔๐๙๔๑๖)
๑๒. สมฺปยุตฺเตน สงฺคหิตํ อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สัมปยุตสงเคราะห์เข้าได้
และสงเคราะห์เข้าไม่ได้(กับขันธ์ อายตนะ และธาตุ) (๔๑๗๔๔๗)
๑๓. อสงฺคหิเตน สมฺปยุตฺตํ วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้
สัมปยุตและวิปปยุต(จากขันธ์ อายตนะ และธาตุ) (๔๔๘๔๕๕)
๑๔. วิปฺปยุตฺเตน สงฺคหิตํ อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่วิปปยุตสงเคราะห์เข้า
ได้และสงเคราะห์เข้าไม่ได้(กับขันธ์ อายตนะ และธาตุ) (๔๕๖๕๑๘)

2
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ หน้าที่ 3 (เล่ม 36)

๒. อัพภันตรมาติกา๑ (๒๒ นัย)
[๒] ๑. ปญฺจกฺขนฺธา ขันธ์ ๕
๒. ทฺวาทสายตนานิ อายตนะ ๑๒
๓. อฏฺฐารส ธาตุโย ธาตุ ๑๘
๔. จตฺตาริ สจฺจานิ สัจจะ ๔
๕. พาวีสตินฺทฺริยานิ อินทรีย์ ๒๒
๖. ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ปฏิจจสมุปบาท
๗. จตฺตาโร สติปฏฺฐานา สติปัฏฐาน ๔
๘. จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา สัมมัปปธาน ๔
๙. จตฺตาโร อิทฺธิปาทา อิทธิบาท ๔
๑๐. จตฺตาริ ฌานานิ ฌาน ๔
๑๑. จตสฺโส อปฺปมญฺญาโย อัปปมัญญา ๔
๑๒. ปญฺจินฺทฺริยานิ อินทรีย์ ๕
๑๓. ปญฺจ พลานิ พละ ๕
๑๔. สตฺต โพชฺฌงฺคา โพชฌงค์ ๗
๑๕. อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค อริยมรรคมีองค์ ๘
๑๖. ผสฺโส ผัสสะ
๑๗. เวทนา เวทนา
๑๘. สญฺญา สัญญา
๑๙. เจตนา เจตนา
๒๐. จิตฺตํ จิต
๒๑. อธิโมกฺโข อธิโมกข์
๒๒. มนสิกาโร มนสิการ
เชิงอรรถ :
๑ อัพภันตรมาติกา คือ หัวข้อสภาวธรรม ๑๒๕ บทมีขันธ์ ๕ เป็นต้นของคัมภีร์ธาตุกถา แต่ที่พระผู้มี
พระภาคทรงยกขึ้นแสดงตามนัยทั้ง ๑๔ มีจำนวน ๑๐๕ บท เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปกิณณกมาติกาก็ได้
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๒/๒)

3
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ หน้าที่ 4 (เล่ม 36)

๓. นยมุขมาติกา๑ (๔ นัย)
[๓] ๑. ตีหิ สงฺคโห สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้โดยสภาวธรรม ๓ ประการ
๒. ตีหิ อสงฺคโห สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยสภาวธรรม ๓ ประการ
๓. จตูหิ สมฺปโยโค สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนามขันธ์ ๔
๔. จตูหิ วิปฺปโยโค สภาวธรรมที่วิปปยุตจากนามขันธ์ ๔
๔. ลักขณมาติกา๒ (๒ ลักษณะ)
[๔] ๑. สภาโค สภาวธรรมที่มีส่วนเสมอกัน
๒. วิสภาโค สภาวธรรมที่มีส่วนไม่เสมอกัน
๕. พาหิรมาติกา๓
[๕] ธัมมสังคณีแม้ทั้งหมดเป็นมาติกาแห่งธาตุกถา
เชิงอรรถ :
๑ นยมุขมาติกา คือหัวข้อธรรมที่ตั้งไว้เพื่อแสดงเป็นตัวอย่างได้ตามความเหมาะสมซึ่งมี ๑๔ นัย
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๓/๒)
๒ ลักขณมาติกา คือหัวข้อธรรมที่มีการสงเคราะห์เข้าได้กับธรรมเหล่าอื่นที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่ไม่มี
การสงเคราะห์เข้ากับธรรมที่มีลักษณะแตกต่างจากตน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔/๒)
๓ พาหิรมาติกา คือหัวข้อธรรมที่นำมาจากคัมภีร์อื่น นั่นคือ ธัมมสังคณี ได้แก่ จากติกมาติกา ๖๖ บท
และทุกมาติกา ๒๐๐ บท (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕/๒๓)

4
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ หน้าที่ 5 (เล่ม 36)

๑. ปฐมนัย
๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส
๑. ขันธ์
เอกมูลกนัย
[๖] รูปขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๗] เวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
เวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๘] สัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๙] สังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

5
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓ ธาตุกถา-ปุคคลบัญญัติปกรณ์ หน้าที่ 6 (เล่ม 36)

[๑๐] วิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
วิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๑๑] รูปขันธ์และเวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์และเวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๒] รูปขันธ์และสัญญาขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑
และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๓] รูปขันธ์และสังขารขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑
และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๔] รูปขันธ์และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒
และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์
เข้าไม่ได้
ทุกมูลกนัย จบ

6