พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 157 (เล่ม 35)

๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชนา
ธาตุ ๑๗ ไม่เป็นปรามาส ธัมมธาตุที่เป็นปรามาสก็มี ที่ไม่เป็นปรามาสก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นอารมณ์ของปรามาส ธาตุ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี
ที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี
ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากปรามาส มโนวิญญาณธาตุที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี
ที่วิปปยุตจากปรามาสก็มี ธัมมธาตุที่สัมปยุตด้วยปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจาก
ปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสก็มี
ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็น
อารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาส
และเป็นอารมณ์ของปรามาส ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ที่
กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี ธัมมธาตุที่เป็น
ปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส
ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส หรือเป็นอารมณ์ของ
ปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสก็มี
ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาส ธาตุ ๒ ที่วิปปยุต
จากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี ที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็น
อารมณ์ของปรามาสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของ
ปรามาส หรือวิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสก็มี
๑๐. มหันตรทุกวิสัชนา
ธาตุ ๑๐ รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ธาตุ ๗ รับรู้อารมณ์ได้ ธัมมธาตุที่รับรู้อารมณ์
ได้ก็มี ที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ก็มี
ธาตุ ๗ เป็นจิต ธาตุ ๑๑ ไม่เป็นจิต
ธาตุ ๑๗ ไม่เป็นเจตสิก ธัมมธาตุที่เป็นเจตสิกก็มี ที่ไม่เป็นเจตสิกก็มี
ธาตุ ๑๐ วิปปยุตจากจิต ธัมมธาตุที่สัมปยุตด้วยจิตก็มี ที่วิปปยุตจากจิตก็มี
ธาตุ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยจิต หรือวิปปยุตจากจิต

157
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 158 (เล่ม 35)

ธาตุ ๑๐ ไม่ระคนกับจิต ธัมมธาตุที่ระคนกับจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตก็มี
ธาตุ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า ระคนกับจิต หรือไม่ระคนกับจิต
ธาตุ ๑๒ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ธาตุ ๖ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่มีจิตเป็น
สมุฏฐานก็มี
ธาตุ ๑๗ ไม่เกิดพร้อมกับจิต ธัมมธาตุที่เกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่เกิดพร้อม
กับจิตก็มี
ธาตุ ๑๗ ไม่เป็นไปตามจิต ธัมมธาตุที่เป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่เป็นไปตาม
จิตก็มี
ธาตุ ๑๗ ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน ธัมมธาตุที่ระคนกับจิตและ
มีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐานก็มี
ธาตุ ๑๗ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต ธัมมธาตุที่
ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็น
สมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิตก็มี
ธาตุ ๑๗ ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต ธัมมธาตุที่ระคน
กับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตก็มี ที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน
และเป็นไปตามจิตก็มี
ธาตุ ๑๒ เป็นภายใน ธาตุ ๖ เป็นภายนอก
ธาตุ ๙ เป็นอุปาทายรูป ธาตุ ๘ ไม่เป็นอุปาทายรูป ธัมมธาตุที่เป็น
อุปาทายรูปก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปก็มี
๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชนา
ธาตุ ๑๐ กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ สัททธาตุกรรมอัน
ประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ ธาตุ ๗ ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและ
ทิฏฐิยึดถือก็มี ที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือก็มี

158
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 159 (เล่ม 35)

ธาตุ ๑๗ ไม่เป็นอุปาทาน ธัมมธาตุที่เป็นอุปาทานก็มี ที่ไม่เป็นอุปาทานก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ธาตุ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
ที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี
ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากอุปาทาน ธาตุ ๒ ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานก็มี ที่
วิปปยุตจากอุปาทานก็มี
ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน หรือเป็น
อารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็น
อุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็น
อุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ธัมม-
ธาตุที่เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่เป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่
ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
หรือเป็นอารมณ์ของอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี
ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุต
ด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทาน มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทาน
และสัมปยุตด้วยอุปาทาน ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าว
ไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ธัมมธาตุที่เป็นอุปาทานและ
สัมปยุตด้วยอุปทานก็มี ที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่เป็นอุปาทานก็มี ที่กล่าว
ไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานและสัมปยุตด้วยอุปาทาน หรือสัมปยุตด้วยอุปาทานแต่ไม่
เป็นอุปาทานก็มี
ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ธาตุ ๒ ที่วิปปยุต
จากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่วิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็น
อารมณ์ของอุปาทานก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากอุปาทานแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทาน หรือวิปปยุตจากอุปาทานและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานก็มี

159
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 160 (เล่ม 35)

๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชนา
ธาตุ ๑๗ ไม่เป็นกิเลส ธัมมธาตุที่เป็นกิเลสก็มี ที่ไม่เป็นกิเลสก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นอารมณ์ของกิเลส ธาตุ ๒ ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่ไม่เป็น
อารมณ์ของกิเลสก็มี
ธาตุ ๑๖ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง ธาตุ ๒ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี
ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองก็มี
ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากกิเลส ธาตุ ๒ ที่สัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่วิปปยุต
จากกิเลสก็มี
ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์
ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์
ของกิเลส ที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอารมณ์
ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ธัมมธาตุที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่
เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์
ของกิเลส หรือเป็นอารมณ์ของกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี
ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้
เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้
เศร้าหมอง ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า กิเลสทำให้
เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ธัมมธาตุที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมองก็มี ที่
กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและกิเลสทำให้
เศร้าหมอง หรือกิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี
ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วย
กิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส
ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็น
กิเลสก็มี ธัมมธาตุที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสก็มี ที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่

160
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 161 (เล่ม 35)

เป็นกิเลสก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส หรือสัมปยุตด้วย
กิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสก็มี
ธาตุ ๑๖ วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส ธาตุ ๒ ที่วิปปยุตจาก
กิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี ที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส
ก็มี ที่กล่าวไม่ได้ว่า วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส หรือวิปปยุตจาก
กิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสก็มี
๑๓. ปิฏฐิทุกวิสัชนา
ธาตุ ๑๖ ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ธาตุ ๒ ที่ต้องประหาณด้วย
โสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ธาตุ ๒ ที่ต้องประหาณด้วย
มรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ธาตุ ๒ ที่มีเหตุต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ธาตุ ๒ ที่มีเหตุต้อง
ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ก็มี ที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
ก็มี
ธาตุ ๑๕ ไม่มีวิตก มโนธาตุมีวิตก ธาตุ ๒ ที่มีวิตกก็มี ที่ไม่มีวิตกก็มี
ธาตุ ๑๕ ไม่มีวิจาร มโนธาตุมีวิจาร ธาตุ ๒ ที่มีวิจารก็มี ที่ไม่มีวิจารก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่มีปีติ ธาตุ ๒ ที่มีปีติก็มี ที่ไม่มีปีติก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่สหรคตด้วยปีติ ธาตุ ๒ ที่สหรคตด้วยปีติก็มี ที่ไม่สหรคตด้วย
ปีติก็มี
ธาตุ ๑๕ ไม่สหรคตด้วยสุข ธาตุ ๓ ที่สหรคตด้วยสุขก็มี ที่ไม่สหรคตด้วย
สุขก็มี

161
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 162 (เล่ม 35)

ธาตุ ๑๑ ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา ธาตุ ๕ สหรคตด้วยอุเบกขา ธาตุ ๒
ที่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาก็มี
ธาตุ ๑๖ เป็นกามาวจร ธาตุ ๒ ที่เป็นกามาวจรก็มี ที่ไม่เป็นกามาวจรก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่เป็นรูปาวจร ธาตุ ๒ ที่เป็นรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นรูปาวจรก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่เป็นอรูปาวจร ธาตุ ๒ ที่เป็นอรูปาวจรก็มี ที่ไม่เป็นอรูปาวจรก็มี
ธาตุ ๑๖ นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ ธาตุ ๒ ที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่นับเนื่อง
ในวัฏฏทุกข์ก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ ธาตุ ๒ ที่เป็นเหตุนำออกจาก
วัฏฏทุกข์ก็มี ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ก็มี
ธาตุ ๑๖ ให้ผลไม่แน่นอน ธาตุ ๒ ที่ให้ผลแน่นอนก็มี ที่ให้ผลไม่แน่นอนก็มี
ธาตุ ๑๖ มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ธาตุ ๒ ที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าก็มี ที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่ง
กว่าก็มี
ธาตุ ๑๖ ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ ธาตุ ๒ ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี ที่ไม่
เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ก็มี (๑๓)
ปัญหาปุจฉกะ จบ
ธาตุวิภังค์ จบบริบูรณ์

162
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 163 (เล่ม 35)

๔. สัจจวิภังค์
๑. สุตตันตภาชนีย์
[๑๘๙] อริยสัจ๑ ๔ คือ
๑. ทุกขอริยสัจ (อริยสัจคือทุกข์)
๒. ทุกขสมุทยอริยสัจ (อริยสัจคือเหตุเกิดแห่งทุกข์)
๓. ทุกขนิโรธอริยสัจ (อริยสัจคือความดับทุกข์)
๔. ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ (อริยสัจคือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์)
๑. ทุกขสัจ
[๑๙๐] บรรดาอริยสัจ ๔ นั้น ทุกขอริยสัจ เป็นไฉน
ชาติเป็นทุกข์ ชราเป็นทุกข์ มรณะเป็นทุกข์ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส
อุปายาสเป็นทุกข์ การประสบกับอารมณ์อันไม่เป็นที่รักเป็นทุกข์ ความพลัดพราก
จากอารมณ์อันเป็นที่รักเป็นทุกข์ การไม่ได้สิ่งที่ต้องการเป็นทุกข์ โดยย่อ อุปาทาน-
ขันธ์๒ ๕ เป็นทุกข์๓
[๑๙๑] บรรดาทุกขอริยสัจนั้น ชาติ เป็นไฉน
ความเกิด ความเกิดพร้อม ความหยั่งลง ความบังเกิดเฉพาะ ความปรากฏ
แห่งขันธ์ ความได้อายตนะ ในหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่า ชาติ๔
เชิงอรรถ :
๑ ความจริงของพระอริยะ, ความจริงที่ทำให้ผู้เข้าถึงกลายเป็นพระอริยะ, สัจจะที่พระอริยะพึงรู้
(วิภงฺคมูลฏี. ๑๘๙/๕๘)
๒ อภิธัมมัตถวิ. ๒๒๗
๓ วิ.ม. ๔/๑๔/๑๔, ม.มู. ๑๒/๙๑/๖๖, ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๗, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๘, อภิ.วิ.อ. ๑๙๐/๑๐๐
๔ ที.ม. ๑๐/๓๘๗/๒๖๑, ม.มู. ๑๒/๙๓/๖๗, ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๗, สํ.นิ. ๑๖/๒/๓, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙,
อภิ.วิ. ๓๕/๒๓๕/๑๖๓

163
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 164 (เล่ม 35)

[๑๙๒] ชรา เป็นไฉน
ความแก่ ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว
ย่น ความเสื่อมอายุ ความแก่หง่อมแห่งอินทรีย์ ในหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์
นั้นๆ นี้เรียกว่า ชรา๑
[๑๙๓] มรณะ เป็นไฉน
ความจุติ ความเคลื่อนไป ความทำลายไป ความหายไป ความตายกล่าวคือ
มฤตยู การทำกาละ ความแตกแห่งขันธ์ ความทอดทิ้งร่างกาย ความขาดสูญแห่ง
ชีวิตินทรีย์ ของเหล่าสัตว์นั้นๆ จากหมู่สัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่า มรณะ๒
[๑๙๔] โสกะ เป็นไฉน
ความเศร้าโศก กิริยาที่เศร้าโศก ภาวะที่เศร้าโศก ความแห้งผากภายใน
ความแห้งกรอบภายใน ความเกรียมใจ ความโทมนัส ลูกศรคือความโศก ของผู้ที่
ถูกความเสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์ ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีล
หรือความเสื่อมทิฏฐิกระทบ ของผู้ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง
(หรือ)ผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ นี้เรียกว่า โสกะ๓
[๑๙๕] ปริเทวะ เป็นไฉน
ความร้องไห้ ความคร่ำครวญ กิริยาที่ร้องไห้ กิริยาที่คร่ำครวญ ภาวะที่ร้องไห้
ภาวะที่คร่ำครวญ ความบ่นถึง ความพร่ำเพ้อ ความร่ำไห้ ความพิไรรำพัน กิริยาที่
พิไรรำพัน ภาวะที่พิไรรำพัน ของผู้ที่ถูกความเสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์
ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีล หรือความเสื่อมทิฏฐิกระทบ ของผู้ที่
ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่ง (หรือ)ผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่าง
หนึ่งกระทบ นี้เรียกว่า ปริเทวะ๔
เชิงอรรถ :
๑ ที.ม. ๑๐/๓๘๙/๒๖๐, ม.มู. ๑๒/๙๒/๖๖๖๗, ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๗, สํ.นิ. ๑๖/๒/๓, ๒๗/๔๑, ๒๘/๔๒, ๓๓/๕๕,
ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๒๓๖/๑๖๓
๒ ที.ม. ๑๐/๓๙๐/๒๖๐, ม.มู. ๑๒/๙๒/๖๗, ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๘, สํ.นิ. ๑๖/๒/๓, ๒๗/๔๑, ๒๘/๔๒, ๓๓/๕๕,
ขุ.ม. ๒๙/๔๑/๑๐๒, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๒๓๖/๑๖๔
๓ ขุ.ม. ๒๙/๔๔/๑๐๖, ๙๗/๒๑๐, ขุ.จู. ๓๐/๒๑/๗๖, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๒๓๗/๑๖๔
๔ ขุ.ม. ๒๙/๔๔/๑๐๖, ๙๗/๒๑๐, ขุ.จู. ๓๐/๒๑/๗๖, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.วิ. ๓๕/๒๓๘/๑๖๔

164
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 165 (เล่ม 35)

[๑๙๖] ทุกข์ เป็นไฉน
ความไม่สำราญทางกาย ความทุกข์ทางกาย ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญ
เป็นทุกข์ อันเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่
กายสัมผัส นี้เรียกว่า ทุกข์๑
[๑๙๗] โทมนัส เป็นไฉน
ความไม่สำราญทางใจ ความทุกข์ทางใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญ
เป็นทุกข์ อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สำราญเป็นทุกข์ อันเกิดแต่
เจโตสัมผัส นี้เรียกว่า โทมนัส๒
[๑๙๘] อุปายาส เป็นไฉน
ความแค้น ความคับแค้น ภาวะที่แค้น ภาวะที่คับแค้น ของผู้ที่ถูกความ
เสื่อมญาติ ความเสื่อมโภคทรัพย์ ความเสื่อมเกี่ยวด้วยโรค ความเสื่อมศีล หรือ
ความเสื่อมทิฏฐิกระทบ ของผู้ที่ประกอบด้วยความเสื่อมอย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ
(หรือ)ผู้ที่ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งกระทบ นี้เรียกว่า อุปายาส๓
[๑๙๙] การประสบกับอารมณ์อันไม่เป็นที่รักเป็นทุกข์ เป็นไฉน
การไปร่วม การมาร่วม การประชุมร่วม การอยู่ร่วมกับอารมณ์อันไม่เป็นที่
ปรารถนา ไม่เป็นที่รักใคร่ ไม่เป็นที่ชอบใจของเขาในโลกนี้ เช่น รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ หรือจากบุคคลผู้ปรารถนาแต่สิ่งที่มิใช่ประโยชน์ ปรารถนาแต่สิ่งที่ไม่
เกื้อกูล ปรารถนาแต่สิ่งที่ไม่ผาสุก ไม่ปรารถนาความหลุดพ้นจากโยคะ๔ ของเขา
นี้เรียกว่า การประสบกับอารมณ์อันไม่เป็นที่รักเป็นทุกข์๕
[๒๐๐] การพลัดพรากจากอารมณ์อันเป็นที่รักเป็นทุกข์ เป็นไฉน
การไม่ไปร่วม การไม่มาร่วม การไม่ประชุมร่วม การไม่อยู่ร่วมกับอารมณ์อัน
เป็นที่ปรารถนาเป็นที่รักใคร่ชอบใจของเขาในโลกนี้ เช่น รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
เชิงอรรถ :
๑ ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.สงฺ. ๓๔/๕๕๙/๑๕๘, อภิ.วิ. ๓๕/๒๓๙/๑๖๔
๒ ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙, อภิ.สงฺ. ๓๔/๔๑๗/๑๑๖, อภิ.วิ. ๓๕/๒๔๐/๑๖๔
๓ ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๓๙๔๐, อภิ.วิ. ๓๕/๒๔๑/๑๖๕
๔ ดู โยคะ ๔ ข้อ ๙๓๘ หน้า ๕๘๘ ในเล่มนี้
๕ ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๔๐, อภิ.วิ. ๓๕/๒๔๑/๑๖๕

165
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ หน้าที่ 166 (เล่ม 35)

หรือจากบุคคลผู้ที่มุ่งประโยชน์ มุ่งความเกื้อกูล มุ่งความผาสุก มุ่งความเกษมจาก
โยคะของเขา เช่น มารดา บิดา พี่ชาย น้องชาย พี่หญิง น้องหญิง มิตร อำมาตย์
ญาติ หรือสายโลหิต นี้เรียกว่า การพลัดพรากจากอารมณ์อันเป็นที่รักเป็นทุกข์๑
[๒๐๑] การไม่ได้สิ่งที่ต้องการเป็นทุกข์ เป็นไฉน
เหล่าสัตว์ผู้มีความเกิดเป็นธรรมดา เกิดความปรารถนาขึ้นอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ
ขอเราอย่าได้มีความเกิดเป็นธรรมดา หรือขอความเกิดอย่าได้มาถึงเราเลยนะ ข้อนี้
ไม่พึงสำเร็จได้ตามความปรารถนา นี้เรียกว่า การไม่ได้สิ่งที่ต้องการเป็นทุกข์
เหล่าสัตว์ผู้มีความแก่เป็นธรรมดา ฯลฯ เหล่าสัตว์ผู้มีความเจ็บเป็นธรรมดา
ฯลฯ เหล่าสัตว์ผู้มีความตายเป็นธรรมดา ฯลฯ เหล่าสัตว์ผู้มีความเศร้าโศก
ความพิไรรำพัน ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นเป็นธรรมดา ต่างก็เกิด
ความปรารถนาขึ้นอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ ขอเราอย่าได้เป็นผู้มีความเศร้าโศก ความ
พิไรรำพัน ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นเป็นธรรมดาเลย ขอ
ความเศร้าโศก ความพิไรรำพัน ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้น อย่า
ได้มาถึงเราเลยนะ ข้อนี้ไม่พึงสำเร็จได้ตามความต้องการ นี้เรียกว่า การไม่ได้สิ่งที่
ต้องการเป็นทุกข์๒
[๒๐๒] โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ เป็นไฉน
รูปูปาทานขันธ์ (กองรูปที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน) เวทนูปาทานขันธ์ (กอง
เวทนาที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน) สัญญูปาทานขันธ์ (กองสัญญาที่เป็นอารมณ์
ของอุปาทาน) สังขารูปาทานขันธ์ (กองสังขารที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน) และ
วิญญาณูปาทานขันธ์ (กองวิญญาณที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน) เหล่านี้เรียกว่า
โดยย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ เป็นทุกข์๓
นี้เรียกว่า ทุกขอริยสัจ
เชิงอรรถ :
๑ ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๔๐
๒ ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๘, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๔๐
๓ ม.อุ. ๑๔/๓๗๓/๓๑๘, ขุ.ป. ๓๑/๓๓/๔๐๔๑

166