พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 15 (เล่ม 34)

๑๐. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ
[๖๔] จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมา. สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน
และเกิดพร้อมกับจิต (๑๒๐๙,๑๕๔๓)
โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน
และเกิดพร้อมกับจิต (๑๒๑๐,๑๕๔๔)
๑๑. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ
[๖๕] จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมา. สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน
และเป็นไปตามจิต (๑๒๑๑,๑๕๔๕)
โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐาน
และเป็นไปตามจิต (๑๒๑๒,๑๕๔๖)
๑๒. อัชฌัตติกทุกะ
[๖๖] อชฺฌตฺติกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นภายใน (๑๒๑๓,๑๕๔๗)
พาหิรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นภายนอก (๑๒๑๔,๑๕๔๘)
๑๓. อุปาทาทุกะ
[๖๗] อุปาทา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูป (๑๒๑๕,๑๕๔๙)
โน อุปาทา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป (๑๒๑๖,๑๕๕๐)
๑๔. อุปาทินนทุกะ
[๖๘] อุปาทินฺนา ธมฺมา. สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ
ยึดถือ (๑๒๑๗,๑๕๕๑)
อนุปาทินฺนา ธมฺมา. สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ
ไม่ยึดถือ (๑๒๑๘,๑๕๕๒)
มหันตรทุกะ จบ
๑๑. อุปาทานโคจฉกะ
๑. อุปาทานทุกะ
[๖๙] อุปาทานา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน (๑๒๑๙,๑๕๕๓)
โน อุปาทานา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทาน (๑๒๒๔,๑๕๕๔)

15
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 16 (เล่ม 34)

๒. อุปาทานิยทุกะ
[๗๐] อุปาทานิยา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน (๑๒๒๕,๑๕๕๕)
อนุปาทานิยา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน (๑๒๒๖,๑๕๕๖)
๓. อุปาทานสัมปยุตตทุกะ
[๗๑] อุปาทานสมฺปยุตฺตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทาน (๑๒๒๗,๑๕๕๗)
อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทาน (๑๒๒๘,๑๕๕๘)
๔. อุปาทานอุปาทานิยทุกะ
[๗๒] อุปาทานา เจว ธมฺมา อุปาทานิยา จ. สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและเป็น
อารมณ์ของอุปาทาน (๑๒๒๙,๑๕๕๙)
อุปาทานิยา เจว ธมฺมา โน จ อุปาทานา. สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
แต่ไม่เป็นอุปาทาน (๑๒๓๐,๑๕๖๐)
๕. อุปาทานอุปาทานสัมปยุตตทุกะ
[๗๓] อุปาทานา เจว ธมฺมา อุปาทานสมฺปยุตฺตา จ. สภาวธรรมที่เป็นอุปาทานและสัมปยุต
ด้วยอุปาทาน (๑๒๓๑,๑๕๖๑)
อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว ธมฺมา โน จ อุปาทานา. สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอุปาทานแต่
ไม่เป็นอุปาทาน (๑๒๓๒,๑๕๖๒)
๖. อุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยทุกะ
[๗๔] อุปาทานวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา อุปาทานิยาปิ. สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานแต่
เป็นอารมณ์ของอุปาทาน (๑๒๓๓,๑๕๖๓)
(อุปาทานวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา) อนุปาทานิยาปิ. สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอุปาทานและ
ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน (๑๒๓๔,๑๕๖๔)
อุปาทานโคจฉกะ จบ
๑๒. กิเลสโคจฉกะ
๑. กิเลสทุกะ
[๗๕] กิเลสา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นกิเลส (๑๒๓๕,๑๕๖๕)
โน กิเลสา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส (๑๒๔๖,๑๕๖๖)

16
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 17 (เล่ม 34)

๒. สังกิเลสิกทุกะ
[๗๖] สํกิเลสิกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลส (๑๒๔๗,๑๕๖๗)
อสํกิเลสิกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส (๑๒๔๘,๑๕๖๘)
๓. สังกิลิฏฐทุกะ
[๗๗] สํกิลิฏฺฐา ธมฺมา. สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง (๑๒๔๙,๑๕๖๙)
อสํกิลิฏฺฐา ธมฺมา. สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง (๑๒๕๐,๑๕๗๐)
๔. กิเลสสัมปยุตตทุกะ
[๗๘] กิเลสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลส (๑๒๕๑,๑๕๗๑)
กิเลสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส (๑๒๕๒,๑๕๗๒)
๕. กิเลสสังกิเลสิกทุกะ
[๗๙] กิเลสา เจว ธมฺมา สํกิเลสิกา จ. สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์
ของกิเลส (๑๒๕๓,๑๕๗๓)
สํกิเลสิกา เจว ธมฺมา โน จ กิเลสา. สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลสแต่
ไม่เป็นกิเลส (๑๒๕๔,๑๕๗๔)
๖. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ
[๘๐] กิเลสา เจว ธมฺมา สํกิลิฏฺฐา จ. สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้
เศร้าหมอง (๑๒๕๕,๑๕๗๕)
สํกิลิฏฺฐา เจว ธมฺมา โน จ กิเลสา. สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่
ไม่เป็นกิเลส (๑๒๕๖,๑๕๗๖)
๗. กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ
[๘๑] กิเลสา เจว ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺตา จ. สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุต
ด้วยกิเลส (๑๒๕๗,๑๕๗๗)
กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว ธมฺมา โน จ กิเลสา. สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่
เป็นกิเลส (๑๒๕๘,๑๕๗๘)
๘. กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ
[๘๒] กิเลสวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา สํกิเลสิกาปิ. สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส
แต่เป็นอารมณ์ของกิเลส (๑๒๕๙,๑๕๗๙)
(กิเลสวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา) อสํกิเลสิกาปิ. สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส
และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส (๑๒๖๐,๑๕๘๐)
กิเลสโคจฉกะ จบ

17
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 18 (เล่ม 34)

๑๓. ปิฏฐิทุกะ
๑. ทัสสเนนปหาตัพพทุกะ
[๘๓] ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค
(๑๒๖๑,๑๕๘๑)
น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค
(๑๒๖๕,๑๕๘๒)
๒. ภาวนายปหาตัพพทุกะ
[๘๔] ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
(๑๒๖๖,๑๕๘๓)
น ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
(๑๒๖๗,๑๕๘๔)
๓. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ
[๘๕] ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค
(๑๒๖๘,๑๕๘๕)
น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค
(๑๒๗๒,๑๕๘๖)
๔. ภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ
[๘๖] ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
(๑๒๗๓,๑๕๘๗)
น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีไม่เหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
(๑๒๗๔,๑๕๘๘)
๕. สวิตักกทุกะ
[๘๗] สวิตกฺกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีวิตก (๑๒๗๕,๑๕๘๙)
อวิตกฺกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก (๑๒๗๖,๑๕๙๐)
๖. สวิจารทุกะ
[๘๘] สวิจารา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีวิจาร (๑๒๗๗,๑๕๙๑)
อวิจารา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่มีวิจาร (๑๒๗๘,๑๕๙๒)

18
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 19 (เล่ม 34)

๗. สัปปีติกทุกะ
[๘๙] สปฺปีติกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีปีติ (๑๒๗๙,๑๕๙๓)
อปฺปีติกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่มีปีติ (๑๒๘๐,๑๕๙๔)
๘. ปีติสหคตทุกะ
[๙๐] ปีติสหคตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ (๑๒๘๑,๑๕๙๕)
น ปีติสหคตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติ (๑๒๘๒,๑๕๙๖)
๙. สุขสหคตทุกะ
[๙๑] สุขสหคตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุข (๑๒๘๓,๑๕๙๗)
น สุขสหคตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุข (๑๒๘๔,๑๕๙๘)
๑๐. อุเปกขาสหคตทุกะ
[๙๒] อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา (๑๒๘๕,๑๕๙๙)
น อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา (๑๒๘๖,๑๖๐๐)
๑๑. กามาวจรทุกะ
[๙๓] กามาวจรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นกามาวจร (๑๒๘๗,๑๖๐๑)
น กามาวจรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร (๑๒๘๘,๑๖๐๒)
๑๒. รูปาวจรทุกะ
[๙๔] รูปาวจรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร (๑๒๘๙,๑๖๐๓)
น รูปาวจรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจร (๑๒๙๐,๑๖๐๔)
๑๓. อรูปาวจรทุกะ
[๙๕] อรูปาวจรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร (๑๒๙๑,๑๖๐๕)
น อรูปาวจรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอรูปาวจร (๑๒๙๒,๑๖๐๖)
๑๔. ปริยาปันนทุกะ
[๙๖] ปริยาปนฺนา ธมฺมา. สภาวธรรมที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (โลกิยะ) (๑๒๙๓,๑๖๐๗)
อปริยาปนฺนา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ (โลกุตตระ) (๑๒๙๔,๑๖๐๘)
๑๕. นิยยานิกทุกะ
[๙๗] นิยฺยานิกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ (๑๒๙๕,๑๖๐๙)
อนิยฺยานิกา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ (๑๒๙๖,๑๖๑๐)

19
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 20 (เล่ม 34)

๑๖. นิยตทุกะ
[๙๘] นิยตา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน (๑๒๙๗,๑๖๑๑)
อนิยตา ธมฺมา. สภาวธรรมทีไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้น (๑๒๙๘,๑๖๑๒)
๑๗. สอุตตรทุกะ
[๙๙] สอุตฺตรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า (๑๒๙๙,๑๖๑๓)
อนุตฺตรา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า (๑๓๐๐,๑๖๑๔)
๑๘. สรณทุกะ
[๑๐๐] สรณา ธมฺมา. สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ (๑๓๐๑,๑๖๑๕)
อรณา ธมฺมา. สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ (๑๓๐๒,๑๖๑๖)
ปิฏฐิทุกะ จบ
อภิธัมมทุกมาติกา จบ
สุตตันติกทุกมาติกา (๔๒ ทุกะ)
๑. วิชชาภาคีทุกะ
[๑๐๑] วิชฺชาภาคิโน ธมฺมา. ธรรมที่มีส่วนแห่งวิชชา (๑๓๐๓)
อวิชฺชาภาคิโน ธมฺมา. ธรรมที่มีส่วนแห่งอวิชชา (๑๓๐๔)
๒. วิชชูปมทุกะ
[๑๐๒] วิชฺชูปมา ธมฺมา. ธรรมที่เปรียบเหมือนสายฟ้า (๑๓๐๕)
วชิรูปมา ธมฺมา. ธรรมที่เปรียบเหมือนฟ้าผ่า (๑๓๐๖)
๓. พาลทุกะ
[๑๐๓] พาลา ธมฺมา. ธรรมที่ทำให้เป็นพาล (๑๓๐๗)
ปณฺฑิตา ธมฺมา. ธรรมที่ทำให้เป็นบัณฑิต (๑๓๐๘)
๔. กัณหทุกะ
[๑๐๔] กณฺหา ธมฺมา. ธรรมที่ดำ (๑๓๐๙)
สุกฺกา ธมฺมา. ธรรมที่ขาว (๑๓๑๐)

20
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 21 (เล่ม 34)

๕. ตปนียทุกะ
[๑๐๕] ตปนียา ธมฺมา. ธรรมที่ทำให้เร่าร้อน (๑๓๑๑)
อตปนียา ธมฺมา. ธรรมที่ไม่ทำให้เร่าร้อน (๑๓๑๒)
๖. อธิวจนทุกะ
[๑๐๖] อธิวจนา ธมฺมา. ธรรมที่เป็นชื่อ (สัททบัญญัติ) (๑๓๑๓)
อธิวจนปถา ธมฺมา. ธรรมที่เป็นเหตุแห่งชื่อ (๑๓๑๓)
๗. นิรุตติทุกะ
[๑๐๗] นิรุตฺติ ธมฺมา. ธรรมที่เป็นนิรุตติ (สัททบัญญัติ) (๑๓๑๔)
นิรุตฺติปถา ธมฺมา. ธรรมที่เป็นเหตุแห่งนิรุตติ (๑๓๑๔)
๘. ปัญญัตติทุกะ
[๑๐๘] ปญฺญตฺติ ธมฺมา. ธรรมที่เป็นบัญญัติ (๑๓๑๕)
ปญฺญตฺติปถา ธมฺมา. ธรรมที่เป็นเหตุแห่งบัญญัติ (๑๓๑๕)
๙. นามรูปทุกะ
[๑๐๙] นามญฺจ. นาม (๑๓๑๖)
รูปญฺจ. รูป (๑๓๑๗)
๑๐. อวิชชาทุกะ
[๑๑๐] อวิชฺชา จ. ความไม่รู้ (๑๓๑๘)
ภวตณฺหา จ. ความปรารถนาภพ (๑๓๑๙)
๑๑. ภวทิฏฐิทุกะ
[๑๑๑] ภวทิฏฺฐิ จ. ความเห็นว่าเกิด (๑๓๒๐)
วิภวทิฏฺฐิ จ. ความเห็นว่าไม่เกิด (๑๓๒๑)
๑๒. สัสสตทิฏฐิทุกะ
[๑๑๒] สสฺสตทิฏฺฐิ จ. ความเห็นว่าเที่ยง (๑๓๒๒)
อุจฺเฉททิฏฺฐิ จ. ความเห็นว่าขาดสูญ (๑๓๒๓)
๑๓. อันตวาทิฏฐิทุกะ
[๑๑๓] อนฺตวาทิฏฺฐิ จ. ความเห็นว่ามีที่สุด (๑๓๒๔)
อนนฺตวาทิฏฺฐิ จ. ความเห็นว่าไม่มีที่สุด (๑๓๒๕)

21
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 22 (เล่ม 34)

๑๔. ปุพพันตานุทิฏฐิทุกะ
[๑๑๔] ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิ จ. ความเห็นปรารภส่วนอดีต (๑๓๒๖)
อปรนฺตานุทิฏฺฐิ จ. ความเห็นปรารภส่วนอนาคต (๑๓๒๗)
๑๕. อหิริกทุกะ
[๑๑๕] อหิริกญฺจ. ความไม่ละอายบาป (๑๓๒๘)
อโนตฺตปฺปญฺจ. ความไม่เกรงกลัวบาป (๑๓๒๙)
๑๖. หิรีทุกะ
[๑๑๖] หิรี จ. ความละอาย (๑๓๓๐)
โอตฺตปฺปญฺจ. ความเกรงกลัว (๑๓๓๑)
๑๗. โทวจัสสตาทุกะ
[๑๑๗] โทวจสฺสตา จ. ความเป็นผู้ว่ายาก (๑๓๓๒)
ปาปมิตฺตตา จ. ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว (๑๓๓๓)
๑๘. โสวจัสสตาทุกะ
[๑๑๘] โสวจสฺสตา จ. ความเป็นผู้ว่าง่าย (๑๓๓๔)
กลฺยาณมิตฺตตา จ. ความเป็นผู้มีมิตรดี (๑๓๓๕)
๑๙. อาปัตติกุสลตาทุกะ
[๑๑๙] อาปตฺติกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในอาบัติ (๑๓๓๖)
อาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากอาบัติ (๑๓๓๗)
๒๐. สมาปัตติกุสลตาทุกะ
[๑๒๐] สมาปตฺติกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในสมาบัติ (๑๓๓๘)
สมาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ (๑๓๓๙)
๒๑. ธาตุกุสลตาทุกะ
[๑๒๑] ธาตุกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในธาตุ (๑๓๔๐)
มนสิการกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในมนสิการ (๑๓๔๑)
๒๒. อายตนกุสลตาทุกะ
[๑๒๒] อายตนกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในอายตนะ (๑๓๔๒)
ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปปาท (๑๓๔๓)

22
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 23 (เล่ม 34)

๒๓. ฐานกุสลตาทุกะ
[๑๒๓] ฐานกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะ (๑๓๔๔)
อฏฺฐานกุสลตา จ. ความเป็นผู้ฉลาดในอฐานะ (๑๓๔๕)
๒๔. อาชชวทุกะ
[๑๒๔] อาชฺชโว จ. ความซื่อตรง (๑๓๔๖)
มทฺทโว จ. ความอ่อนโยน (๑๓๔๗)
๒๕. ขันติทุกะ
[๑๒๕] ขนฺติ จ. ขันติ (๑๓๔๘)
โสรจฺจญฺจ. โสรัจจะ (๑๓๔๙)
๒๖. สาขัลยทุกะ
[๑๒๖] สาขลฺยญฺจ. ความเป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน (๑๓๕๐)
ปฏิสนฺถาโร จ. การปฏิสันถาร (๑๓๕๑)
๒๗. อินทริเยสุอคุตตทวารตาทุกะ
[๑๒๗] อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา จ. ความเป็นผู้ไม่สำรวมทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย
(๑๓๕๒)
โภชเน อมตฺตญฺญุตา จ. ความเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค (๑๓๕๓)
๒๘. อินทริเยสุคุตตทวารตาทุกะ
[๑๒๘] อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา จ. ความเป็นผู้สำรวมทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย
(๑๓๕๔)
โภชเน มตฺตญฺญุตา จ. ความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภค (๑๓๕๕)
๒๙. มุฏฐสัจจทุกะ
[๑๒๙] มุฏฺฐสจฺจญฺจ. ความเป็นผู้มีสติหลงลืม (๑๓๕๖)
อสมฺปชญฺญญฺจ. ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ (๑๓๕๗)
๓๐. สติสัมปชัญญทุกะ
[๑๓๐] สติ จ. สติ (๑๓๕๘)
สมฺปชญฺญญฺจ. สัมปชัญญะ (๑๓๕๙)

23
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ หน้าที่ 24 (เล่ม 34)

๓๑. ปฏิสังขานพลทุกะ
[๑๓๑] ปฏิสงฺขานพลญฺจ. กำลังคือการพิจารณา (๑๓๖๐)
ภาวนาพลญฺจ. กำลังคือภาวนา (๑๓๖๑)
๓๒. สมถวิปัสสนาทุกะ
[๑๓๒] สมโถ จ. สมถะ (๑๓๖๒)
วิปสฺสนา จ. วิปัสสนา (๑๓๖๓)
๓๓. สมถนิมิตตทุกะ
[๑๓๓] สมถนิมิตฺตญฺจ. นิมิตแห่งสมถะ (๑๓๖๔)
ปคฺคาหนิมิตฺตญฺจ. นิมิตแห่งความเพียร (๑๓๖๕)
๓๔. ปัคคาหทุกะ
[๑๓๔] ปคฺคาโห จ. ความเพียร (๑๓๖๖)
อวิกฺเขโป จ. ความไม่ฟุ้งซ่าน (๑๓๖๗)
๓๕. สีลวิปัตติทุกะ
[๑๓๕] สีลวิปตฺติ จ. ความวิบัติแห่งศีล (๑๓๖๘)
ทิฏฺฐิวิปตฺติ จ. ความวิบัติแห่งทิฏฐิ (๑๓๖๙)
๓๖. สีลสัมปทาทุกะ
[๑๓๖] สีลสมฺปทา จ. ความสมบูรณ์แห่งศีล (๑๓๗๐)
ทิฏฺฐิสมฺปทา จ. ความสมบูรณ์แห่งทิฏฐิ (๑๓๗๑)
๓๗. สีลวิสุทธิทุกะ
[๑๓๗] สีลวิสุทฺธิ จ. ความหมดจดแห่งศีล (๑๓๗๒)
ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ จ. ความหมดจดแห่งทิฏฐิ (๑๓๗๓)
๓๘. ทิฏฐิวิสุทธิโขปนทุกะ
[๑๓๘] ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปน. ความหมดจดแห่งทิฏฐิ (๑๓๗๔)
ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานํ. ความเพียรของบุคคลผู้มีความเห็นหมดจด (๑๓๗๕)

24