พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 597 (เล่ม 32)

[๑๒๘] คือข้าพเจ้าย่อมไม่หวั่นในสมาธิ(มีสมาธิแน่วแน่) ๑
เป็นผู้ชำนาญในสมาธิ ๑
มีบริวารไม่แตกแยกกัน ๑
มีถ้อยคำที่เชื่อถือได้ทุกเมื่อ ๑
[๑๒๙] มีสติตั้งมั่น ๑ ไม่มีความสะดุ้งกลัว ๑
คุณเหล่านี้ติดตามข้าพเจ้าไปทั้งในเทวโลกและมนุษยโลก
(๑๕. อานิสงส์ของการถวายเชิงรองบาตร)
[๑๓๐] ข้าพเจ้าได้ถวายเชิงรองบาตรในพระชินเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุด
เป็นผู้ไม่มีภัยในเพราะวรรณะ ๕
และไม่หวั่นไหวด้วยอะไรๆ
[๑๓๑] ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีสติ
และญาณเป็นเครื่องตรัสรู้ ข้าพเจ้าฟังแล้ว
ธรรมที่ข้าพเจ้าทรงจำไว้ย่อมไม่คลาดเคลื่อน
เป็นอันวินิจฉัยดีแล้ว
(๑๖. อานิสงส์ของการถวายภาชนะ)
[๑๓๒] ข้าพเจ้าได้ถวายภาชนะสำหรับใส่ของบริโภคในพระพุทธเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่สูงสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ
[๑๓๓] คือข้าพเจ้าย่อมได้ภาชนะทองคำ ภาชนะแก้วมณี
ภาชนะแก้วผลึก และภาชนะแก้วทับทิม ๑
[๑๓๔] ได้ภริยา ได้ทาสชายหญิง พลช้าง
พลม้า พลรถ พลเดินเท้า
และหญิงผู้เคารพนาย ๑
ได้เครื่องบริโภคทุกเวลา ๑

597
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 598 (เล่ม 32)

[๑๓๕] วิชาในบทมนตร์ในอาคมต่างๆ
จำนวนมากและศิลปะทั้งปวง
ข้าพเจ้าย่อมใคร่ครวญให้เป็นที่ใช้สอยได้ทุกเวลา
(๑๗. อานิสงส์ของการถวายขัน)
[๑๓๖] ข้าพเจ้าได้ถวายขันในพระสุคต
และในหมู่สงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ
[๑๓๗] คือข้าพเจ้าย่อมได้ขันทองคำ ขันแก้วมณี
ขันแก้วผลึก และขันแก้วทับทิม ๑
[๑๓๘] ข้าพเจ้าได้ขันรูปต้นโพธิ์ รูปผลไม้
รูปใบบัว และสังข์สำหรับดื่มน้ำผึ้ง ๑
[๑๓๙] ข้าพเจ้าย่อมได้ข้อปฏิบัติในวัตรอันงาม
ในอาจาระและกิริยา ๑
ข้าพเจ้าได้คุณเหล่านี้
เพราะผลแห่งกรรมนั้น
(๑๘. อานิสงส์ของการถวายเภสัช)
[๑๔๐] ข้าพเจ้าได้ถวายเภสัชในพระสุคต
และในหมู่สงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๑๐ ประการ
[๑๔๑] คือข้าพเจ้าเป็นผู้มีอายุยืน ๑ มีกำลัง ๑
เป็นนักปราชญ์ ๑ มีวรรณะ ๑
มียศ ๑ มีสุข ๑ ไม่มีอันตราย ๑
ไม่มีเสนียดจัญไร ๑ ชนทั้งหลายยำเกรงทุกเมื่อ ๑
ไม่มีความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก ๑
เพราะผลแห่งกรรมของข้าพเจ้านั้น

598
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 599 (เล่ม 32)

(๑๙. อานิสงส์ของการถวายรองเท้า)
[๑๔๒] ข้าพเจ้าได้ถวายรองเท้าในพระชินเจ้า
และในหมู่สงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ
[๑๔๓] คือยานคือช้าง ยานคือม้า
วอ และคานหาม ๑
รถ ๖๐,๐๐๐ คันแวดล้อมข้าพเจ้าทุกเมื่อ ๑
[๑๔๔] เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ รองเท้าแก้วมณี
รองเท้าทองแดง รองเท้าทองคำ
รองเท้าเงิน ผุดขึ้นรองรับทุกย่างเท้า ๑
[๑๔๕] บุญกรรมทั้งหลายย่อมช่วยชำระอาจารคุณให้สะอาดแน่นอน
ข้าพเจ้าได้คุณเหล่านี้เพราะผลแห่งกรรมนั้น
(๒๐. อานิสงส์ของการถวายเขียงเท้า)
[๑๔๖] ข้าพเจ้าได้ถวายเขียงเท้าในพระสุคต
และในหมู่สงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้สวมเขียงเท้า
ซึ่งสำเร็จด้วยฤทธิ์แล้วอยู่ได้ตามปรารถนา
(๒๑. อานิสงส์ของการถวายผ้าเช็ดน้ำ)
[๑๔๗] ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าเช็ดน้ำในพระสุคต
และในหมู่สงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๔๘] คือข้าพเจ้าเป็นผู้มีผิวพรรณดุจทองคำปราศจากธุลี ๑
มีรัศมีผ่องใส ๑ มีตบะ ๑ ร่างกายมีผิวเกลี้ยงเกลา ๑
ฝุ่นละอองไม่ติดร่างกายข้าพเจ้า ๑
ข้าพเจ้าได้คุณเหล่านี้เพราะผลแห่งกรรมนั้น

599
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 600 (เล่ม 32)

(๒๒. อานิสงส์ของการถวายไม้เท้าคนแก่)
[๑๔๙] ข้าพเจ้าได้ถวายไม้เท้าคนแก่ในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๕๐] คือข้าพเจ้ามีบุตรมาก ๑ ไม่มีความสะดุ้งกลัว ๑
ได้รับการคุ้มครองโดยการอารักขาทั้งปวง
ใครๆ ข่มไม่ได้ทุกเมื่อ ๑
ไม่รู้จักความพลั้งพลาด ๑ มีใจไม่ฟุ้งซ่าน ๑
(๒๓. อานิสงส์ของการถวายยารักษาไข้และยาหยอดตา)
[๑๕๑] ข้าพเจ้าได้ถวายยารักษาไข้และยาหยอดตา(ในพระสุคต)
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๘ ประการ
[๑๕๒] คือข้าพเจ้าเป็นผู้มีนัยน์ตาโต ๑
มีนัยน์ตาสีขาว ๑ มีนัยน์ตาสีเหลือง ๑
มีนัยน์ตาสีแดง ๑ มีนัยน์ตาแจ่มใสไม่มัว ๑
ปราศจากโรคตาโดยประการทั้งปวง ๑
[๑๕๓] มีตาทิพย์ ๑ มีดวงตาคือปัญญาอย่างสูงสุด ๑
ข้าพเจ้าได้คุณเหล่านี้เพราะผลแห่งกรรมนั้น
(๒๔. อานิสงส์ของการถวายลูกกุญแจ)
[๑๕๔] ข้าพเจ้าได้ถวายลูกกุญแจในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้ว
ได้ลูกกุญแจคือญาณสำหรับเปิดประตูแห่งธรรม
(๒๕. อานิสงส์ของการถวายแม่กุญแจ)
[๑๕๕] ข้าพเจ้าได้ถวายแม่กุญแจ(ในพระสุคต)
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์

600
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 601 (เล่ม 32)

ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๒ ประการ
คือเมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ
เป็นคนมีความโกรธน้อย ๑ ไม่มีความคับแค้นใจ ๑
(๒๖. อานิสงส์ของการถวายสายโยก)
[๑๕๖] ข้าพเจ้าได้ถวายสายโยกในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๕๗] คือข้าพเจ้าย่อมไม่หวั่นไหวในสมาธิ ๑
เป็นผู้ชำนาญในสมาธิ ๑
มีบริวารไม่แตกแยกกัน ๑
มีถ้อยคำที่เชื่อถือได้ทุกเมื่อ ๑
โภคสมบัติย่อมเกิดเมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ ๑
(๒๗. อานิสงส์ของการถวายกระบอกเป่าควันไฟ)
[๑๕๘] ข้าพเจ้าได้ถวายกระบอกเป่าควันไฟในพระชินเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ
[๑๕๙] คือข้าพเจ้ามีสติตั้งมั่น ๑
เส้นเอ็นต่อเนื่องกันดี ๑
ได้ที่นอนทิพย์ ๑ เพราะผลแห่งกรรมนั้น
(๒๘. อานิสงส์ของการถวายตะเกียง)
[๑๖๐] ข้าพเจ้าได้ถวายตะเกียงในพระชินเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๓ ประการ
[๑๖๑] คือข้าพเจ้าเป็นผู้มีตระกูล ๑ มีอวัยวะสมบูรณ์ ๑
มีปัญญาที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ ๑
ข้าพเจ้าได้คุณเหล่านี้เพราะผลแห่งกรรมของข้าพเจ้านั้น

601
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 602 (เล่ม 32)

(๒๙. อานิสงส์ของการถวายคนโทน้ำและผอบ)
[๑๖๒] ข้าพเจ้าได้ถวายคนโทน้ำและผอบในพระพุทธเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๑๐ ประการ
[๑๖๓] คือครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้รับการคุ้มครอง ๑
พรั่งพร้อมด้วยความสุข ๑
มียศยิ่งใหญ่ ๑ มีการดำเนินชีวิตที่ดี ๑
มีร่างกายที่ได้สัดส่วน ๑
เป็นสุขุมาลชาติ ๑ ปราศจากเสนียดจัญไรทั้งปวง ๑
[๑๖๔] ได้คุณอันไพบูลย์ ๑
ได้รับการยกย่องนับถืออย่างมั่นคง
ปราศจากความหวาดเสียว ๑
[๑๖๕] ได้คนโทน้ำและผอบ ๔ สี และช้างแก้ว ม้าแก้ว ๑
คุณของข้าพเจ้าเหล่านั้นไม่พินาศ
นี้เป็นผลในการถวายคนโทน้ำและผอบ
(๓๐. อานิสงส์ของการถวายวัตถุขัดสนิม)
[๑๖๖] ข้าพเจ้าได้ถวายแปรงมือในพระพุทธเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๖๗] คือข้าพเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยลักษณะทั้งปวง ๑
มีอายุยืน ๑ มีปัญญา ๑ มีจิตตั้งมั่น ๑
มีร่างกายพ้นจากความยากลำบาก
ทุกอย่างในกาลทุกเมื่อ ๑

602
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 603 (เล่ม 32)

(๓๑. อานิสงส์ของการถวายกรรไกร)
[๑๖๘] ข้าพเจ้าได้ถวายกรรไกรที่มีคมบางซึ่งลับไว้ดีในพระสงฆ์
แล้วได้ญาณเป็นเครื่องตัดกิเลส
ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเปรียบปาน
(๓๒. อานิสงส์ของการถวายแหนบ)
[๑๖๙] ข้าพเจ้าได้ถวายแหนบในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุด
ย่อมได้ญาณเป็นเครื่องถอนกิเลส
ซึ่งบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเทียบเท่า
(๓๓. อานิสงส์ของการถวายยานัตถุ์)
[๑๗๐] ข้าพเจ้าได้ถวายยานัตถุ์ในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๘ ประการ
[๑๗๑] คือข้าพเจ้ามีศรัทธา ๑ มีศีล ๑ มีหิริ ๑
มีโอตตัปปะ ๑ มีสุตะ ๑
มีจาคะ ๑ มีขันติ ๑ มีปัญญา ๑
(๓๔. อานิสงส์ของการถวายตั่ง)
[๑๗๒] ข้าพเจ้าได้ถวายตั่งในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๗๓] คือข้าพเจ้าย่อมเกิดในตระกูลสูง เป็นผู้มีโภคสมบัติมาก ๑
ชนทั้งปวงยำเกรงข้าพเจ้า ๑
ชื่อเสียงของข้าพเจ้าฟุ้งขจรไป ๑
[๑๗๔] บัลลังก์สี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมห้อมล้อมข้าพเจ้าเป็นนิตย์
ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป ๑ ยินดีในการจำแนกทาน ๑

603
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 604 (เล่ม 32)

(๓๕. อานิสงส์ของการถวายฟูก)
[๑๗๕] ข้าพเจ้าได้ถวายฟูกในพระสุคต
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๖ ประการ
[๑๗๖] คือข้าพเจ้ามีร่างกายสมส่วนที่บุญกรรมก่อให้
เป็นผู้อ่อนโยน มีรูปงาม น่าดู ๑
ข้าพเจ้าย่อมได้ญาณอันประเสริฐ ๑
นี้เป็นผลแห่งการถวายฟูก
[๑๗๗] ข้าพเจ้าย่อมได้ฟูกที่ยัดด้วยนุ่น
อันวิจิตรด้วยรูปสัตว์ต่างๆ มีรูปราชสีห์
และเสือโคร่งเป็นต้น ด้วยผ้าไหม
แกมดิ้นที่ปักเพชรพลอย ๑
ผ้าป่านอย่างดี และผ้ากัมพลต่างๆ จำนวนมาก ๑
[๑๗๘] ได้ผ้าปาวารที่มีขนอ่อนนุ่ม
ผ้าทำด้วยขนสัตว์อ่อนนุ่มในที่ต่างๆ ๑
นี้เป็นผลแห่งการถวายฟูก
[๑๗๙] เมื่อใดข้าพเจ้าระลึกถึงตน
เมื่อใดข้าพเจ้าเป็นผู้รู้เดียงสา
เมื่อนั้นข้าพเจ้าเป็นผู้ไม่เปล่า มีฌานเป็นเตียงนอน ๑
นี้เป็นผลแห่งการถวายฟูก
(๓๖. อานิสงส์ของการถวายหมอน)
[๑๘๐] ข้าพเจ้าได้ถวายหมอนในพระชินเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๖ ประการ

604
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 605 (เล่ม 32)

[๑๘๑] คือข้าพเจ้าใช้หมอนที่ยัดด้วยขนสัตว์
หมอนที่ยัดด้วยเกสรบัวหลวง
และหมอนที่ยัดด้วยจุรณจันทน์แดง
หนุนศีรษะของข้าพเจ้าทุกเมื่อ ๑
[๑๘๒] ข้าพเจ้าทำญาณให้เกิดในอัฏฐังคิกมรรคอย่างประเสริฐ
และในสามัญผล ๔ เหล่านั้น อยู่ตลอดกาลเป็นนิตย์ ๑
[๑๘๓] ข้าพเจ้าทำญาณให้เกิดในทาน
ทมะ สัญญมะ อัปปมัญญา
และรูปฌานเหล่านั้น อยู่ตลอดกาลทั้งปวง ๑
[๑๘๔] ข้าพเจ้าทำญาณให้เกิดในวัตร คุณ การปฏิบัติ
อาจาระและกิริยา อยู่ตลอดกาลทั้งปวง ๑
[๑๘๕] ข้าพเจ้าทำญาณให้เกิดในการจงกรม
ในความเพียรที่เป็นประธาน
และในโพธิปักขิยธรรมเหล่านั้น อยู่ตามปรารถนา ๑
[๑๘๖] ข้าพเจ้าทำญาณให้เกิดในศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ
และในวิมุตติญาณทัสสนะเหล่านั้นแล้ว อยู่เป็นสุข ๑
(๓๗. อานิสงส์ของการถวายตั่งแผ่นกระดาน)
[๑๘๗] ข้าพเจ้าได้ถวายตั่งแผ่นกระดานในพระชินเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๒ ประการ
[๑๘๘] คือข้าพเจ้าได้บัลลังก์อย่างประเสริฐ
ทำด้วยทอง ทำด้วยแก้วมณี ๑
และทำด้วยงาช้างจำนวนมาก ๑
นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งแผ่นกระดาน

605
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 606 (เล่ม 32)

(๓๘. อานิสงส์ของการถวายตั่งวางเท้า)
[๑๘๙] ข้าพเจ้าได้ถวายตั่งวางเท้าในพระชินเจ้า
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๒ ประการ
คือข้าพเจ้าย่อมได้ยานพาหนะจำนวนมาก ๑
นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งวางเท้า
[๑๙๐] ทาสหญิงชาย ภรรยา และคนผู้อาศัยเหล่าอื่น
บำรุงบำเรอข้าพเจ้าโดยชอบ ๑
นี้เป็นผลแห่งการถวายตั่งวางเท้า
(๓๙. อานิสงส์ของการถวายน้ำมันทาเท้า)
[๑๙๑] ข้าพเจ้าได้ถวายน้ำมันทาเท้า(ในพระชินเจ้า)
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๙๒] คือข้าพเจ้าไม่มีความเจ็บไข้ ๑ มีรูปงาม ๑
มีเส้นประสาทรับรสได้เร็ว ๑ ได้ข้าวและน้ำ ๑
มีอายุยืนเป็นคำรบ ๕
(๔๐. อานิสงส์ของการถวายเนยใสและน้ำมัน)
[๑๙๓] ข้าพเจ้าได้ถวายเนยใสและน้ำมัน(ในพระชินเจ้า)
และในพระสงฆ์ซึ่งเป็นหมู่คณะที่ประเสริฐสุดแล้วได้รับอานิสงส์
ซึ่งสมควรแก่กรรมของข้าพเจ้า ๕ ประการ
[๑๙๔] คือข้าพเจ้าเป็นคนมีกำลังแข็งแรง ๑
มีร่างกายสมบูรณ์ ๑
เป็นคนร่าเริงทุกเมื่อ ๑ มีบุตรได้ทุกเมื่อ ๑

606