พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 547 (เล่ม 32)

[๒๕] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๒๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอุททาลกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุททาลกปุปผิยเถราปทานที่ ๗ จบ
๘. เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกจัมปกปุปผิยเถระ
(พระเอกจัมปกปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๗] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้สงบระงับ ประทับอยู่ระหว่างภูเขา
ข้าพเจ้าถือดอกจำปาดอกหนึ่ง
เข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้ทรงเป็นนรชนผู้สูงสุด
[๒๘] มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ใช้มือทั้ง ๒ ประคองดอกไม้ขึ้นบูชาพระปัจเจกมุนี
ผู้สูงสุด ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
[๒๙] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

547
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 548 (เล่ม 32)

[๓๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเอกจัมปกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกจัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๘ จบ
๙. ติมิรปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระติมิรปุปผิยเถระ
(พระติมิรปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๑] ข้าพเจ้าเที่ยวไปตามกระแสน้ำริมฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
ได้เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส
เหมือนต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง
[๓๒] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้ถือดอกดีหมีมาโปรยลงเหนือพระเศียร
บูชาพระปัจเจกมุนีผู้สูงสุด
[๓๓] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๓๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระติมิรปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ติมิรปุปผิยเถราปทานที่ ๙ จบ

548
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 549 (เล่ม 32)

๑๐. สลฬปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสลฬปุปผิยเถระ
(พระสลฬปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นกินนรอาศัยอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
ขณะนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ
ทรงเป็นผู้องอาจกว่านรชน เสด็จจงกรมอยู่
[๓๖] จึงได้เลือกเก็บดอกช้างน้าวมา
ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
พระมหาวีรเจ้าทรงสูดดมกลิ่นดอกช้างน้าว
ซึ่งมีกลิ่นหอมดังดอกไม้ทิพย์
[๓๗] ขณะที่ข้าพเจ้าดูอยู่นั้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
ผู้มีความเพียรมาก ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
ทรงรับแล้ว สูดดมกลิ่น
[๓๘] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ถวายอภิวาทพระองค์ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์
ประคองอัญชลีแล้ว กลับขึ้นไปยังภูเขาตามเดิม
[๓๙] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

549
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 550 (เล่ม 32)

[๔๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสลฬปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สลฬปุปผิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ
มันทารวปุปผิยวรรคที่ ๓๗ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มันทารวปุปผิยเถราปทาน ๒. กักการุปุปผิยเถราปทาน
๓. ภิสมุฬาลทายกเถราปทาน ๔. เกสรปุปผิยเถราปทาน
๕. อังโกลปุปผิยเถราปทาน ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน
๗. อุททาลกปุปผิยเถราปทาน ๘. เอกจัมปกปุปผิยเถราปทาน
๙. ติมิรปุปผิยเถราปทาน ๑๐. สลฬปุปผิยเถราปทาน
และมีคาถา ๔๐ คาถา

550
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 551 (เล่ม 32)

๓๘. โพธิวันทนวรรค
หมวดว่าด้วยพระโพธิวันทกะเป็นต้น
๑. โพธิวันทกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระโพธิวันทกเถระ
(พระโพธิวันทกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] ข้าพเจ้าได้เห็นต้นแคฝอย
ซึ่งงอกขึ้นบนแผ่นดินงามรุ่งเรือง
จึงห่มผ้าเฉวียงบ่าแล้วประนมมือไหว้ต้นแคฝอย
[๒] ครั้นประคองอัญชลีแล้ว
ตั้งใจเคารพพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้บริสุทธิ์ทั้งภายในทั้งภายนอก
หลุดพ้นดีแล้ว ไม่มีอาสวะ
[๓] ข้าพเจ้าได้ไหว้ต้นแคฝอย
ดุจไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
ที่ชาวโลกบูชา มีพระกรุณาญาณดุจสาคร เฉพาะพระพักตร์
[๔] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ไหว้ต้นโพธิ์ไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการไหว้
[๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระโพธิวันทกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
โพธิวันทกเถราปทานที่ ๑ จบ

551
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 552 (เล่ม 32)

๒. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปาฏลิปุปผิยเถระ
(พระปาฏลิปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๖] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
ผู้เป็นพระสยัมภู เป็นบุคคลผู้เลิศ
ทรงชนะมาร ห้อมล้อมด้วยพระสาวกของพระองค์
เสด็จเข้าไปยังกรุงพันธุมดี
[๗] ข้าพเจ้าห่อดอกแคฝอย ๓ ดอกไว้ที่ชายพก
ประสงค์จะอาบน้ำดำเกล้า จึงได้ไปยังฝั่งแม่น้ำ
[๘] ข้าพเจ้าออกจากกรุงพันธุมดี
ได้เห็นพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
รุ่งเรืองดังดอกอุบลเขียว
โชติช่วงเหมือนดวงไฟใหญ่
[๙] องอาจดุจพญาเสือโคร่ง
ประเสริฐดุจไกรสรราชสีห์ผู้มีชาติสูง
เลิศกว่าสมณะทั้งหลาย มีหมู่ภิกษุแวดล้อม
กำลังเสด็จดำเนินไป
[๑๐] ข้าพเจ้าเลื่อมใสพระสุคต
ผู้ชำระมลทินคือกิเลสพระองค์นั้น
จึงได้ถือดอกแคฝอย ๓ ดอก
ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
[๑๑] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

552
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 553 (เล่ม 32)

[๑๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปาฏลิปุปผิยเถระ ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปาฏลิปุปผิยเถราปทานที่ ๒ จบ
๓. ตีณุปปลมาลิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระตีณุปปลมาลิยเถระ
(พระตีณุปปลมาลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๓] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นวานร
อาศัยอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลีคือกิเลส
ประทับนั่งอยู่ระหว่างภูเขา
[๑๔] ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่างไสวอยู่
ดังต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง
ทรงประกอบด้วยพระลักษณะและอนุพยัญชนะ
ครั้นได้เห็นแล้วก็มีความปลื้มใจ
[๑๕] ข้าพเจ้ามีจิตเบิกบาน มีใจยินดีร่าเริงด้วยปีติ
ได้ใช้ดอกอุบล ๓ ดอกบูชาเหนือเศียรเกล้า
[๑๖] ครั้นใช้ดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว
เคารพนบนอบแล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๑๗] เมื่อข้าพเจ้ากำลังเดินกระโหย่งกลับไป ด้วยใจที่ผ่องใส
จึงพลัดตกไปในระหว่างภูเขาหิน ถึงความสิ้นชีวิตแล้ว

553
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 554 (เล่ม 32)

[๑๘] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น
และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น
ข้าพเจ้าละชาติเดิมแล้ว
ได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
[๑๙] ข้าพเจ้าได้ครองเทวสมบัติ ๓๐๐ ชาติ
และได้เกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ชาติ
[๒๐] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๒๑] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระตีณุปปลมาลิยเถระ ได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ตีณุปปลมาลิยเถราปทานที่ ๓ จบ
๔. ปัตติปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปัตติปุปผิยเถระ
(พระปัตติปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๒] ครั้งเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่พระนามว่าปทุมุตตระ
เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ชนทั้งปวงมาประชุมกันแห่พระสรีระไป
[๒๓] เมื่อนำพระสรีระไป เมื่อเขาประโคมกลองเภรีอยู่
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ใช้ดอกประดู่บูชา

554
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 555 (เล่ม 32)

[๒๔] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสรีระ
[๒๕] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
[๒๖] การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า
เป็นการมาดีแล้วโดยแท้
วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
[๒๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปัตติปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปัตติปุปผิยเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. สัตตปัณณิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสัตตปัณณิยเถระ
(พระสัตตปัณณิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๘] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
พระนามว่าสุมนะ เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ใช้ต้นตีนเป็ดบูชา

555
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 556 (เล่ม 32)

[๒๙] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ต้นตีนเป็ดบูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยต้นตีนเป็ด
[๓๐] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ
ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
[๓๑] การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า
เป็นการมาดีแล้วโดยแท้
วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
[๓๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสัตตปัณณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สัตตปัณณิยเถราปทานที่ ๕ จบ
๖. คันธมุฏฐิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระคันธมุฏฐิยเถระ
(พระคันธมุฏฐิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๓] เมื่อมหาชนกำลังช่วยกันทำจิตกาธานอยู่
ขนของหอมต่างๆ มากองรวมกันแล้ว
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้ใช้ของหอมกำมือหนึ่งบูชา(จิตกาธาน)

556