พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 497 (เล่ม 32)

[๙๒] ข้าพเจ้าละกำเนิดมนุษย์แล้วได้ไปเกิดในกำเนิดเทวดา
วิมานของข้าพเจ้าสวยงาม สูงตระหง่าน เป็นที่รื่นรมย์ใจ
[๙๓] เมื่อข้าพเจ้าออกจากวิมาน
เทวดาทั้งหลายย่อมกั้นฉัตรขาวให้
ข้าพเจ้ากลับได้ความทรงจำในครั้งนั้น
นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม
[๙๔] ข้าพเจ้าจุติจากเทวโลกแล้ว ได้มาเกิดเป็นมนุษย์
ในกัปที่ ๑๐๗ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๖ ชาติ
[๙๕] จุติจากกายนั้นแล้วได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ท่องเที่ยวไปโดยลำดับแล้ว ได้มาเกิดเป็นมนุษย์อีก
[๙๖] ชนทั้งหลายได้กั้นฉัตรขาวให้ข้าพเจ้า
ผู้ลงมาปฏิสนธิในครรภ์มารดา
ข้าพเจ้ามีอายุ ๗ ขวบ ก็ได้ออกบวชเป็นบรรพชิต
[๙๗] พราหมณ์มีนามว่าสุนันทะ จบมนตร์
เขาได้ถือฉัตรมีสีดังแก้วผลึกมาถวายพระอัครสาวก
[๙๘] พระสารีบุตรผู้มีความเพียรมาก
ผู้มีวาจาน่าบูชา อนุโมทนาแล้ว
ข้าพเจ้าฟังอนุโมทนาของท่านแล้ว ระลึกถึงบุพกรรมได้
[๙๙] จึงประนมมือ ทำจิตของตนให้เลื่อมใส
ระลึกถึงกรรมเก่าแล้วได้บรรลุอรหัตตผล
[๑๐๐] ลุกจากอาสนะนั้นแล้วประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า
ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เปล่งวาจานี้ว่า

497
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 498 (เล่ม 32)

[๑๐๑] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
พระพุทธเจ้าผู้ยอดเยี่ยมในโลกพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
[๑๐๒] ข้าพเจ้าถวายไตรจีวรที่สวยงามตกแต่งดีแล้วแด่พระองค์
พระสยัมภูพุทธเจ้า ผู้เป็นบุคคลผู้เลิศ
ทรงรับด้วยพระหัตถ์ทั้ง ๒
[๑๐๓] ช่างน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้า
ช่างน่าอัศจรรย์ พระธรรม
ช่างน่าอัศจรรย์ การที่ข้าพเจ้าได้มาประจวบกับพระศาสดา
ด้วยผลแห่งการถวายฉัตรคันหนึ่ง
ข้าพเจ้าจึงไม่เข้าถึงทุคติเลย
[๑๐๔] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
ข้าพเจ้ากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงได้แล้ว
[๑๐๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสปริวารฉัตตทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สปริวารฉัตตทายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ
อุมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓ จบบริบูรณ์

498
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 499 (เล่ม 32)

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อุมาปุปผิยเถราปทาน ๒. ปุฬินปูชกเถราปทาน
๓. หาสชนกเถราปทาน ๔. ยัญญสามิกเถราปทาน
๕. นิมิตตสัญญกเถราปทาน ๖. อันนสังสาวกเถราปทาน
๗. นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทาน ๘. สุมนาเวฬิยเถราปทาน
๙. ปุปผฉัตติยเถราปทาน ๑๐. สปริวารฉัตตทายกเถราปทาน
มีคาถา ๑๐๗ คาถา

499
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 500 (เล่ม 32)

๓๔. คันโธทกวรรค
หมวดว่าด้วยพระคันโธทกะเป็นต้น
๑. คันธธูปิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระคันธธูปิยเถระ
(พระคันธธูปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] ข้าพเจ้าได้ถวายธูปหอมซึ่งอบด้วยดอกมะลิ
สมควรแด่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ
[๒] ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เช่นกับทองที่ล้ำค่า
ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก รุ่งเรืองดังดอกอุบลเขียว
โชติช่วงเหมือนดวงไฟใหญ่
[๓] ผู้ประเสริฐดุจเสือโคร่งและโคอุสภะ
ดุจพญาไกรสรซึ่งมีชาติสูง
เลิศกว่าสมณะทั้งหลาย
ประทับนั่งมีหมู่ภิกษุแวดล้อม
[๔] ครั้นเห็นแล้วจึงทำจิตให้เลื่อมใส
ประนมมือถวายอภิวาทพระบาทของพระศาสดา
แล้วบ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๕] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายธูปหอมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยธูปหอม
[๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระคันธธูปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
คันธธูปิยเถราปทานที่ ๑ จบ

500
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 501 (เล่ม 32)

๒. อุทกปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุทกปูชกเถระ
(พระอุทกปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๗] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ
รุ่งเรืองดังดวงไฟ โชติช่วงดังดวงไฟใหญ่เสด็จเหาะไปในอากาศ
[๘] ข้าพเจ้าจึงใช้ฝ่ามือกอบน้ำแล้วซัดขึ้นไปบนอากาศ
พระพุทธเจ้าผู้มีความเพียรมาก
ทรงประกอบด้วยพระกรุณา เป็นพระฤๅษี ทรงรับแล้ว
[๙] พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ
ประทับยืนอยู่ในอากาศ
ทรงทราบความคิดของข้าพระองค์
จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
[๑๐] ด้วยผลแห่งการถวายน้ำ
และด้วยผลแห่งการทำปีติให้เกิดขึ้นนี้
ท่านจะไม่ไปเกิดในทุคติเลยแม้ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๑๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความพ่ายแพ้ได้แล้ว
บรรลุถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว
[๑๒] ในกัปที่ ๑๖๕ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ
มีนามว่าสหัสสราช
เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีมหาสมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต

501
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 502 (เล่ม 32)

[๑๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอุทกปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุทกปูชกเถราปทานที่ ๒ จบ
๓. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปุนนาคปุปผิยเถระ
(พระปุนนาคปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๔] ข้าพเจ้าเป็นนายพราน เข้าไปอยู่ในป่าใหญ่
ได้พบต้นบุนนาคมีดอกบานสะพรั่ง
จึงระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
[๑๕] ข้าพเจ้าได้เลือกเก็บดอกบุนนาคนั้น
เฉพาะที่มีกลิ่นหอม
สวยงามแล้วก่อสถูปบนเนินทราย
ยกขึ้นบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๖] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๗] ในกัปที่ ๙๑ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งนามว่าตโมนุทะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

502
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 503 (เล่ม 32)

[๑๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปุนนาคปุปผิยเถราปทานที่ ๓ จบ
๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกทุสสทายกเถระ
(พระเอกทุสสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๙] ข้าพเจ้าเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายอยู่ในกรุงหงสวดี
เลี้ยงชีวิตและเลี้ยงภรรยาด้วยการเกี่ยวหญ้าขายนั้น
[๒๐] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงถึงความสำเร็จแห่งธรรมทั้งปวง
เป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จอุบัติขึ้นทำลายความมืดให้พินาศไป
[๒๑] ครั้งนั้น ข้าพเจ้านั่งอยู่ในเรือนของตนคิดอย่างนี้ว่า
พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลกแล้ว
แต่ไทยธรรมของเราไม่มีเลย
[๒๒] เรามีแต่ผ้าสาฎกผืนเดียวนี้ ไม่มีใครให้(อะไร)แก่เรา
การสัมผัสถูกต้องนรก(ตกนรก) เป็นทุกข์
เราจักปลูกฝังทักษิณาทานไว้
[๒๓] ครั้นคิดอย่างนี้แล้ว จึงทำจิตของตนให้เลื่อมใส
ได้ถือผ้าผืนหนึ่งไปถวายพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

503
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 504 (เล่ม 32)

[๒๔] ครั้นถวายผ้าผืนนั้นแล้วได้ประกาศก้องขึ้นว่า
ข้าแต่พระมหามุนีวีรเจ้า ถ้าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า
ขอได้ทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้ข้าม(วัฏสงสาร) ด้วยเถิด
[๒๕] พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
เมื่อจะทรงสรรเสริญทานของข้าพเจ้า
ได้ทรงทำอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าว่า
[๒๖] ด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวนี้
และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้
ผู้นี้จะไม่ตกวินิบาตนรกเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๒๗] จักเกิดเป็นจอมเทพครองเทวสมบัติ ๓๖ ชาติ
จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๓ ชาติ
จักเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ นับชาติไม่ถ้วน
[๒๘] ท่านเมื่อเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในเทวโลกหรือในมนุษยโลก
จักเป็นผู้มีรูปงาม สมบูรณ์ด้วยคุณสมบัติ
มีกายน่าใคร่ยิ่งนัก ผ้านับไม่ได้ ประมาณมิได้
จักเกิดมีตามความปรารถนา
[๒๙] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้เป็นนักปราชญ์ ครั้นตรัสดังนี้แล้ว
เสด็จเหาะขึ้นสู่อากาศ ดุจพญาหงส์ในท้องฟ้า
[๓๐] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใดๆ
คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม
ในกำเนิดนั้นๆ ความพร่องในโภคสมบัติไม่มีแก่ข้าพเจ้าเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนหนึ่ง

504
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 505 (เล่ม 32)

[๓๑] ผ้าย่อมบังเกิดแก่ข้าพเจ้าทุกๆ ย่างเท้า
เบื้องล่างข้าพเจ้ายืนอยู่บนผ้า
เบื้องบนข้าพเจ้ามีผ้าเป็นหลังคา
[๓๒] วันนี้ ถ้าข้าพเจ้าปรารถนา ก็จะพึงใช้ผ้าปกปิด
กระทั่งจักรวาลพร้อมทั้งป่า พร้อมทั้งภูเขาได้
[๓๓] ด้วยผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวนั้นนั่นแล
เมื่อข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่
เป็นผู้มีผิวพรรณดังทองคำ
จะเวียนว่ายตายเกิดในภพน้อยภพใหญ่
[๓๔] ผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียวไม่ถึงความสิ้นไปในที่ไหนๆ
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของข้าพเจ้า
ผ้าย่อมให้ผลแก่ข้าพเจ้าแม้ในชาตินี้
[๓๕] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว
[๓๖] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว
ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว
ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างไม่มีอาสวะ
ดุจช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
[๓๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกทุสสทายกเถราปทานที่ ๔ จบ

505
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ หน้าที่ 506 (เล่ม 32)

๕. ผุสิตกัมมิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระผุสิตกัมมิยเถระ
(พระผุสิตกัมมิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๘] ครั้งนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
พร้อมด้วยพระขีณาสพทั้งหลาย ประทับอยู่ ณ สังฆาราม
[๓๙] พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสีนั้น
ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
เสด็จออกจากประตูอาราม ได้ประทับยืน
พร้อมด้วยพระขีณาสพ ๑๐๐,๐๐๐ องค์
[๔๐] ข้าพเจ้านุ่งหนังสัตว์และห่มผ้าเปลือกไม้
ถือน้ำเจือดอกโกสุม เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
[๔๑] ทำจิตของตนให้เลื่อมใส เกิดโสมนัส ประคองอัญชลี
ถือน้ำเจือดอกโกสุมไปประพรมพระพุทธเจ้า
[๔๒] ด้วยกรรมนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงสรรเสริญกรรมของข้าพเจ้าแล้ว
ได้เสด็จไปตามพระประสงค์
[๔๓] ข้าพเจ้าได้บูชาพระชินเจ้าด้วยน้ำซึ่งกำหนดได้ ๕,๐๐๐ หยด
ได้ครองเทวสมบัติเพราะน้ำ ๒,๕๐๐ หยด
[๔๔] ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเพราะน้ำ ๒,๕๐๐ หยด
ได้บรรลุอรหัตตผลด้วยกรรมที่เหลือ
[๔๕] ในกาลที่ข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
ก็มีนามว่าผุสิตะ ในกาลที่ข้าพเจ้าเป็นท้าวเทวราช
คำว่า ผุสิตะ นั้นแล เป็นชื่อของข้าพเจ้า

506