พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 315 (เล่ม 27)

[๘๖] ลูกรัก ดังนั้นพ่อจึงขอร้องลูก
ลูกจงทำตามคำของพ่อ
ลูกอย่าสมาคมกับคนพาลเลย
เพราะการสมาคมกับคนพาลทั้งหลายเป็นทุกข์
หลิททราคชาดกที่ ๙ จบ
๑๐. สมุคคชาดก (๔๓๖)
ว่าด้วยหญิงในผอบแก้ว
(พระโพธิสัตว์กล่าวกับยักษ์ทานพว่า)
[๘๗] ท่านผู้เจริญทั้งหลาย พวกท่านทั้ง ๓ คนมาจากที่ไหนหนอ
พวกท่านพากันมาดีแล้ว เชิญนั่งที่อาสนะเถิด
ท่านผู้เจริญทั้งหลาย
พวกท่านสุขสบายไม่มีโรคภัยเบียดเบียนหรือ
นานมาแล้วพวกท่านเพิ่งจะมาที่นี้ในวันนี้
(ยักษ์ทานพกล่าวว่า)
[๘๘] วันนี้ ข้าพเจ้ามาถึงที่นี้เพียงคนเดียว
ข้าพเจ้าไม่มีใครเป็นเพื่อนเลย
ท่านฤๅษี ท่านกล่าวว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย
พวกท่านทั้ง ๓ คนมาจากที่ไหนหนอ
นั่นหมายถึงใครเล่า
(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
[๘๙] ท่านก็คนหนึ่งละ และภรรยาสุดที่รัก
ซึ่งท่านซ่อนไว้ในผอบแก้วข้างใน
ท่านรักษาหล่อนไว้ในท้องในกาลทุกเมื่อ
หล่อนกำลังอภิรมย์อยู่กับวิทยาธรชื่อวายุบุตรในท้องนั้น

315
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 316 (เล่ม 27)

(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
[๙๐] ทานพนั้น ฤๅษีบอกแล้วก็สลดใจ
ได้คายผอบแก้วออกมา ณ ที่นั้น
ได้เห็นภรรยาทัดทรงดอกไม้สวยงาม
กำลังอภิรมย์อยู่กับวิทยาธรชื่อวายุบุตรในผอบนั้น
(ยักษ์ทานพกล่าวว่า)
[๙๑] เหตุการณ์นี้ ท่านผู้บำเพ็ญตบะชั้นสูงได้เห็นแจ่มแจ้งแล้วว่า
นรชนผู้ตกอยู่ในอำนาจของสตรี
เหมือนนางที่เรารักษาไว้ภายในท้องนี้ดังชีวิตของตน
ยังกลับประทุษร้ายเรา ชมเชยกับชายอื่น นับว่าเป็นคนเลว
[๙๒] แม่นางผู้ที่เราบำรุงแล้วทั้งกลางวันและกลางคืน
เหมือนไฟที่ท่านผู้บำเพ็ญตบะอยู่ในป่าบำเรออยู่
หล่อนละเมิดธรรม กลับประพฤติอธรรม
เราไม่ควรทำความเชยชิดกับหญิงทั้งหลายเลย
[๙๓] เราเข้าใจหญิงเลวผู้ไม่สำรวมอยู่กลางตัวเราว่า
หญิงนี้เป็นของเรา มันละเมิดธรรม กลับประพฤติอธรรม
เราไม่ควรทำความเชยชิดกับหญิงทั้งหลายเลย
[๙๔] จะไว้ใจได้อย่างไรว่า เราคุ้มครองไว้ได้ดี
เพราะพวกหญิงหลายใจ ไม่มีการรักษาไว้ได้เลย
หญิงเหล่านี้เหมือนกับเหวเมืองบาดาล
ชายที่มัวเมาในหญิงเหล่านี้ย่อมถึงความพินาศ
[๙๕] เพราะเหตุนั้นแหละ ชายเหล่าใดสลัดมาตุคามเที่ยวไป
ชายเหล่านั้นมีความสุข ปราศจากความเศร้าโศก
ผู้ปรารถนาความเกษมอันสูงสุด
ไม่พึงทำความเชยชิดกับมาตุคามเลย
สมุคคชาดกที่ ๑๐ จบ

316
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 317 (เล่ม 27)

๑๑. ปูติมังสชาดก (๔๓๗)
ว่าด้วยสุนัขจิ้งจอกชื่อปูติมังสะ
(สุนัขจิ้งจอกตัวเมียกล่าวกับแม่แพะว่า)
[๙๖] นี่เพื่อนหญิง การมองดูของสุนัขจิ้งจอกปูติมังสะ
ฉันไม่พอใจเลย ควรละเว้นให้ห่างไกลจากสหายเช่นนี้
(สุนัขจิ้งจอกตัวผู้กล่าวว่า)
[๙๗] แม่เวณีนี้บ้า ยกย่องเพื่อนหญิงต่อหน้าผัว
ย่อมซบเซาถึงแม่แพะตัวที่มาแล้วกลับไป
(สุนัขจิ้งจอกตัวเมียกล่าวว่า)
[๙๘] นี่สหาย ท่านซิบ้า โง่เขลาขาดปัญญาพิจารณา
ทำลวงว่าตาย แต่กลับชะเง้อมอง โดยกาลอันไม่สมควร
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
[๙๙] บัณฑิตไม่ควรจะเพ่งมองในกาลอันไม่สมควร
ควรจะเพ่งมองในกาลอันสมควร
ผู้ที่เพ่งมองในกาลอันไม่สมควรย่อมซบเซา
เหมือนสุนัขจิ้งจอกชื่อปูติมังสะ
(สุนัขจิ้งจอกตัวเมียกล่าวกับแม่แพะว่า)
[๑๐๐] เพื่อนหญิง ขอให้รักของเราจงมีเหมือนเดิมเถิด
ขอเธอจงให้ความชื่นใจแก่ฉัน
ผัวของฉันกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว
เธอควรไปเยี่ยมเยียนถามทุกข์สุขเถิด
(แม่แพะกล่าวว่า)
[๑๐๑] เพื่อนหญิง ขอความรักของเธอจงมีเหมือนเดิมเถิด
ฉันจะให้ความชื่นใจแก่เธอ ฉันจะไปพร้อมกับบริวารจำนวนมาก
ขอเธอจงทำอาหารไว้เถิด

317
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 318 (เล่ม 27)

(สุนัขจิ้งจอกตัวเมียกล่าวว่า)
[๑๐๒] บริวารของเธอที่ฉันจะทำอาหารให้กิน
เป็นสัตว์ชนิดไหน ทั้งหมดมีชื่อว่าอย่างไร
ฉันถามถึงสัตว์เหล่านั้นแล้ว
ขอเธอจงบอก
(แม่แพะกล่าวว่า)
[๑๐๓] บริวารของฉันเป็นเช่นนี้ คือ
สุนัขชื่อมาลิยะ จตุรักขะ ปิงคิยะ และชัมพุกะ
เธอจงทำอาหารเพื่อพวกเขา
(สุนัขจิ้งจอกตัวเมียกล่าวว่า)
[๑๐๔] เมื่อเธอออกจากถ้ำไป
แม้สิ่งของก็จะสูญหาย
ฉันจะแจ้งข่าวความสุขสบายแก่เพื่อนเอง
เธออยู่ที่นี้แหละ อย่าไปเลย
ปูติมังสชาดกที่ ๑๑ จบ
๑๒. ทัททรชาดก (๔๓๘)
ว่าด้วยนกกระทา
(รุกขเทวดากล่าวกับเหี้ยว่า)
[๑๐๕] คนที่เจ้าให้ข้าวหุงกินนั้นแหละ
ได้กินลูกน้อยทั้งหลายของเจ้าซึ่งไม่มีความผิด
เจ้าจงกัดมันให้จมเขี้ยว อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่
(แม่เหี้ยกล่าวว่า)
[๑๐๖] คนที่ทำงานหยาบช้ามากเป็นคนแปดเปื้อน
เหมือนผ้านุ่งของหญิงเลี้ยงเด็ก
ข้าพเจ้ายังมองไม่เห็นส่วนที่จะกัดมันให้จมเขี้ยวเลย

318
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 319 (เล่ม 27)

[๑๐๗] คนอกตัญญู คอยจับผิดอยู่เป็นนิตย์
ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ทำให้เขาพึงพอใจไม่ได้
(พญาราชสีห์ถามพญาเสือโคร่งว่า)
[๑๐๘] นี่พ่อสุพาหุ ทำไมหนอ ท่านจึงด่วนกลับมาพร้อมกับมาณพ
ท่านมีกิจสำคัญในที่นี้หรือ
เราถามแล้ว ท่านจงบอกเรื่องนั้น
(พญาเสือโคร่งตอบว่า)
[๑๐๙] วันนี้ เราสงสัยการฆ่านกกระทา๑
เพื่อนของท่านซึ่งเป็นสัตว์ดี
เราได้ฟังหน้าที่การงานของชายผู้นี้
จึงไม่แน่ใจว่านกกระทาจะมีความสุขในวันนี้
(พญาราชสีห์ถามว่า)
[๑๑๐] โดยการประมวลความประพฤติของชายคนนี้
ชายคนนี้มีหน้าที่การงานอะไร
หรือการยอมรับอะไรของชายคนนี้ที่ท่านฟังมา
จึงสงสัยว่า นกกระทาถูกชายคนนี้ฆ่า
(พญาเสือโคร่งตอบว่า)
[๑๑๑] การค้าขายตามแบบแผนของชาวเมืองกาลิงคะ
ชายคนนี้ก็ได้ดำเนินมาแล้ว
หนทางที่ใช้ตอกทอยสัญจรด้วยหวาย คนผู้นี้ก็ผ่านมาแล้ว
แม้การรบด้วยกระบองพร้อมทั้งบ่วงบาศกลางโรงมหรสพ
ชายคนนี้ก็ได้แสดงมาแล้วกับนักฟ้อนทั้งหลาย
เชิงอรรถ :
๑ ทัททระ แปลว่า นกกระทา (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๐๙/๔๑๕)

319
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 320 (เล่ม 27)

[๑๑๒] นกทั้งหลายเขาก็จับมาแล้ว
งานตวงข้าวเขาก็ทำมาแล้ว
การพนันเขาก็ชนะมาแล้ว
เขาละเมิดการสำรวมศีล
เลือดที่ออกตั้งครึ่งคืนเขาก็คัดให้หยุดได้
มือถูกไฟไหม้เพราะการรับก้อนข้าวที่ร้อน
[๑๑๓] โดยประมวลความประพฤติของชายคนนี้แล้ว
หน้าที่การงานเหล่านั้นเป็นของเขา ที่เราฟังมา
ดังจะเห็นได้ ขนนกกระทากระจุกนี้ยังปรากฏอยู่
โคทั้งหลายเขายังฆ่าได้
ทำไมนกกระทาเขาจะฆ่าไม่ได้เล่า
ทัททรชาดกที่ ๑๒ จบ
รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ
๑. คิชฌชาดก ๒. โกสัมพิยชาดก
๓. มหาสุวราชชาดก ๔. จูฬสุวกราชชาดก
๕. หริตจชาดก ๖. ปทกุสลมาณวชาดก
๗. โลมสกัสสปชาดก ๘. จักกวากชาดก
๙. หลิททราคชาดก ๑๐. สมุคคชาดก
๑๑. ปูติมังสชาดก ๑๒. ทัททรชาดก
นวกนิบาต จบ

320
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 321 (เล่ม 27)

๑๐. ทสกนิบาต
๑. จตุทวารชาดก (๔๓๙)
ว่าด้วยเมืองมี ๔ ประตู
(นายมิตตวินทกะถามรุกขเทวดาโพธิสัตว์ว่า)
[๑] เมืองนี้มี ๔ ประตู มีกำแพงเหล็กมั่นคง
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมชั่วอะไร จึงถูกกักขังไว้
[๒] ประตูทุกบานได้ถูกปิดไว้ ข้าพเจ้าถูกขังเหมือนกับนก
เทพผู้ควรบูชา เหตุอะไรหนอ ข้าพเจ้าจึงถูกจักรบดขยี้
(รุกขเทวดาตอบว่า)
[๓] นี่สหาย ท่านได้ทรัพย์ถึง ๑๒๐,๐๐๐ แล้ว
ก็ไม่กระทำตามคำของพวกญาติผู้อนุเคราะห์
[๔] ท่านได้แล่นเรือออกไปสู่สมุทรสาคร
ซึ่งทำให้เรือโลดเต้นได้ อันมีความสำเร็จน้อย
ท่านเมื่อมีความปรารถนามากเกินไป
ได้ครอบครองนารี ๔ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๔
ได้ครอบครองนารี ๘ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๘
[๕] ได้ครอบครองนารี ๑๖ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๑๖
ได้ครอบครองนารี ๓๒ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๓๒
จึงได้ประสบจักร
จักรจึงพัดผันอยู่ที่ศีรษะของท่าน
ผู้ถูกความปรารถนามากเกินไปขจัดแล้ว
[๖] อันความอยากที่แผ่ซ่านไป กว้างขวางยิ่งนัก ให้เต็มได้ยาก
คนเหล่าใดย่อมกำหนัดตามความอยากนั้น
คนเหล่านั้นต้องเป็นผู้ทูนจักรไว้

321
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 322 (เล่ม 27)

[๗] คนเหล่าใดละทิ้งทรัพย์เป็นจำนวนมาก
ไม่พิจารณาหนทางที่ยังมิได้ใคร่ครวญ
คนเหล่านั้นต้องเป็นผู้ทูนจักรไว้
[๘] บัณฑิตพึงพิจารณาการงานและโภคะอันไพบูลย์
เมื่ออยากได้ก็อย่าพึงส้องเสพสิ่งที่ประกอบด้วยความฉิบหาย
พึงทำตามคำบอกกล่าวของผู้อนุเคราะห์ทั้งหลาย
บุคคลเช่นนั้นจักรก็จะไม่พึงกล้ำกราย
(นายมิตตวินทกะถามว่า)
[๙] เทพผู้ควรบูชา จักรบนศีรษะของข้าพเจ้า
จะอยู่นานสักเท่าไรเล่าหนอ กี่พันปี
ข้าพเจ้าถามแล้ว ขอท่านจงบอกเรื่องนั้นแก่ข้าพเจ้า
(รุกขเทวดาตอบว่า)
[๑๐] มิตตวินทกะ ท่านจงฟังข้าพเจ้า
เจ้าต้องระลึกถึงให้มาก ตระหนักไว้โดยยิ่ง
จักรยังคงพัดผันอยู่บนศีรษะของเจ้า
เมื่อเจ้ามีชีวิตอยู่ ก็จะไม่พ้นมันหรอก
จตุทวารชาดกที่ ๑ จบ
๒. กัณหชาดก (๔๔๐)
ว่าด้วยกัณหฤาษี
(ท้าวสักกะตรัสกับฤๅษีกัณหะว่า)
[๑๑] ชายคนนี้ผิวดำหนอ บริโภคอาหารสีดำ
อยู่ในภูมิประเทศสีดำ เราไม่ชอบใจเลย
(ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
[๑๒] ท้าวสุชัมบดีสักกเทวราช เพราะผิวไม่นับว่าเป็นคนดำ
เพราะพราหมณ์มีความดีเป็นแก่นในภายใน
ผู้ที่มีกรรมชั่วนั่นแหละ นับว่าเป็นคนดำ

322
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 323 (เล่ม 27)

(ท้าวสักกะตรัสว่า)
[๑๓] ท่านพราหมณ์ เพราะถ้อยคำที่ท่านเจรจานั้น
ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต
ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านตามที่ใจของท่านปรารถนา
(ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
[๑๔] ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง
หากพระองค์จะประทานพรแก่อาตมา
อาตมาหวังเฉพาะความประพฤติของตน คือ อย่ามีความโกรธ
อย่ามีโทสะ อย่ามีความโลภ และอย่ามีความเสน่หา
ขอพระองค์ทรงประทานพรทั้ง ๔ ประการเหล่านี้แก่อาตมาเถิด
(ท้าวสักกะตรัสว่า)
[๑๕] พราหมณ์ ท่านเห็นโทษอะไรในความโกรธ
ในโทสะ ในความโลภ หรือในความเสน่หา
ข้าพเจ้าถามแล้วขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้า
(ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
[๑๖] ความโกรธนั้นเกิดจากความไม่อดทน
ถึงจะน้อย ก็จะมากได้
ต่อไปก็จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น เป็นความขัดข้องใจ
มีความคับแค้นใจเป็นอันมาก
เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบความโกรธ
[๑๗] คนถูกโทสะครอบงำมีวาจาหยาบคาย
ต่อไปก็ประหมัดตบตีกัน ใช้ท่อนไม้ประหารกัน
ที่สุดก็จะใช้ศัสตราประหัตประหารกัน
โทสะมีความโกรธเป็นสมุฏฐาน
เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบโทสะ

323
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 324 (เล่ม 27)

[๑๘] การปล้นฆ่าชาวบ้าน การจี้ข่มขู่เอาทรัพย์ การคดโกง
และการหลอกลวงย่อมปรากฏมีอยู่ในบุคคลผู้มีความโลภ
เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบความโลภ
[๑๙] ความผูกพันที่ถูกความเสน่หาร้อยรัดไว้อันเกิดแต่ใจ
นอนเนื่องอยู่เป็นอันมาก ย่อมทำให้เดือดร้อนมากมาย
เพราะฉะนั้น อาตมาจึงไม่ชอบความเสน่หา
(ท้าวสักกะตรัสว่า)
[๒๐] พราหมณ์ เพราะถ้อยคำที่ท่านเจรจานั้น
ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต
ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านตามที่ใจของท่านปรารถนา
(ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
[๒๑] ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง
หากพระองค์จะประทานพรแก่อาตมา
อาตมาเมื่ออยู่ในป่า ก็อยู่เพียงผู้เดียวเป็นนิตย์
อาพาธทั้งหลายที่ร้ายกาจซึ่งกระทำอันตรายได้ขออย่าได้เกิดขึ้นเลย
(ท้าวสักกะตรัสว่า)
[๒๒] พราหมณ์ เพราะถ้อยคำที่ท่านเจรจานั้น
ไพเราะ เหมาะสม เป็นสุภาษิต
ข้าพเจ้าจะให้พรแก่ท่านตามที่ใจของท่านปรารถนา
(ฤๅษีกัณหะกล่าวว่า)
[๒๓] ท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งภูตทั้งปวง
หากพระองค์จะประทานพรแก่อาตมา
ใจก็ตาม กายก็ตาม
ขออย่าได้เข้าไปกระทบกระทั่งใครๆ ในกาลไหนๆ
เพราะการกระทำของอาตมาเลย อาตมาปรารถนาพรดังนี้
กัณหชาดกที่ ๒ จบ

324