พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 55 (เล่ม 27)

[๑๓๓] ความเกษมสำราญมีอยู่บนหลังผิวน้ำใด
บนหลังผิวน้ำนั้นมีศัตรูเกิดขึ้น ไฟลุกโพลงอยู่ท่ามกลางน้ำ
วันนี้ จะอยู่บนต้นไม้ซึ่งเกิดที่พื้นดินไม่ได้อีก
พวกเจ้าจงพากันบินไปยังทิศต่างๆ เถิด
วันนี้ ที่พึ่งของพวกเรามีภัยเกิดขึ้นแล้ว
ฆตาสนชาดกที่ ๓ จบ
๔. ฌานโสธนชาดก (๑๓๔)
ว่าด้วยสุขเกิดแต่ฌาน
(พระโพธิสัตว์มาจากพรหมโลกชั้นอาภัสสรพรหมอยู่ในอากาศแล้วกล่าวว่า)
[๑๓๔] สัตว์เหล่าใดมีสัญญา แม้สัตว์เหล่านั้นก็ชื่อว่าเป็นทุคคตสัตว์๑
สัตว์เหล่าใดไม่มีสัญญา แม้สัตว์เหล่านั้นก็ชื่อว่าเป็นทุคคตสัตว์
พวกท่านจงละเว้นสัญญีภพและอสัญญีภพทั้ง ๒ อย่างนั้นเสีย
ความสุขอันเกิดจากสมาบัตินั้น
เป็นความสุขที่ไม่มีกิเลสเครื่องยวนใจ
ฌานโสธนชาดกที่ ๔ จบ
๕. จันทาภชาดก (๑๓๕)
ว่าด้วยผู้เจริญแสงจันทร์เป็นอารมณ์
(พระโพธิสัตว์มาจากพรหมโลกชั้นอาภัสสรพรหมอยู่ในอากาศแล้วกล่าวว่า)
[๑๓๕] บุคคลใดในโลกนี้หยั่งถึงกสิณมีแสงจันทร์
และแสงอาทิตย์เป็นอารมณ์ด้วยปัญญา
บุคคลนั้นย่อมเข้าถึงอาภัสสรพรหมได้ด้วยฌานอันไม่มีวิตก
จันทาภชาดกที่ ๕ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ทุคคตสัตว์ หมายถึงหมู่สัตว์ที่มีจิตทั้งหมด เว้นท่านผู้ได้เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน (ฌานที่มีสัญญาก็
มิใช่ ไม่มีสัญญาก็มิใช่) เพราะยังไม่ได้เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ (ขุ.ชา.อ. ๒/๑๓๔/๓๕๘)

55
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 56 (เล่ม 27)

๖. สุวัณณหังสชาดก (๑๓๖)
ว่าด้วยพญาหงส์ทองถูกถอนขน
(พระศาสดาทรงประมวลเรื่องในอดีตมาตรัสสอนถุลลนันทาภิกษุณีผู้มักมากแล้ว
ตรัสพระคาถานี้ว่า)
[๑๓๖] บุคคลได้สิ่งใด ควรยินดีสิ่งนั้น
เพราะความโลภเกินไปเป็นความชั่วแท้
นางพราหมณีจับเอาพญาหงส์ทองแล้วจึงเสื่อมจากทองคำ
สุวัณณหังสชาดกที่ ๖ จบ
๗. พัพพุชาดก (๑๓๗)
ว่าด้วยวิธีทำให้แมวตาย
(พระศาสดาทรงประมวลเรื่องในอดีตมา ตรัสพระคาถานี้ว่า)
[๑๓๗] แมวตัวหนึ่งได้หนูหรือเนื้อในที่ใด
แมวตัวที่ ๒ ตัวที่ ๓ และตัวที่ ๔ ก็เกิดในที่นั้น
แมวเหล่านั้นเอาอกกระแทกปล่องแก้วผลึกนี้แล้วสิ้นชีวิต
พัพพุชาดกที่ ๗ จบ
๘. โคธชาดก (๑๓๘)
ว่าด้วยพญาเหี้ย
(พญาเหี้ยโพธิสัตว์ติเตียนดาบสว่า)
[๑๓๘] นี่เจ้าผู้โง่เขลา จะมีประโยชน์อะไรแก่เจ้า
ด้วยชฎาและการนุ่งห่มหนังเสือเหลือง
ภายในของเจ้าแสนจะรกรุงรัง
เจ้าดีแต่ขัดสีภายนอกเท่านั้น
โคธชาดกที่ ๘ จบ

56
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 57 (เล่ม 27)

๙. อุภโตภัฏฐชาดก (๑๓๙)
ว่าด้วยผู้เสื่อมประโยชน์ทั้ง ๒ ด้าน
(รุกขเทวดาโพธิสัตว์กล่าวติเตียนนายพรานเบ็ดว่า)
[๑๓๙] ตาของเจ้าก็แตกทั้ง ๒ ข้าง ผ้านุ่งก็หาย
ภรรยาของเจ้าก็ทะเลาะกับเพื่อนบ้านแล้ว
การงานทั้งทางน้ำและทางบกก็เสียหายทั้ง ๒ ด้าน
อุภโตภัฏฐชาดกที่ ๙ จบ
๑๐. กากชาดก (๑๔๐)
ว่าด้วยกาไม่มีมันเหลว
(กาโพธิสัตว์แสดงธรรมว่า)
[๑๔๐] กาทั้งหลายมีใจหวาดผวาอยู่เป็นนิตย์
มีปกติเบียดเบียนชาวโลกทั้งมวล
เพราะฉะนั้น มันเหลวของกาทั้งหลาย
ผู้เป็นญาติของข้าพเจ้าจึงไม่มี
กากชาดกที่ ๑๐ จบ
อสัมปทานวรรคที่ ๑๔ จบ
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อสัมปทานชาดก ๒. ปัญจภีรุกชาดก
๓. ฆตาสนชาดก ๔. ฌานโสธนชาดก
๕. จันทาภชาดก ๖. สุวัณณหังสชาดก
๗. พัพพุชาดก ๘. โคธชาดก
๙. อุภโตภัฏฐชาดก ๑๐. กากชาดก

57
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 58 (เล่ม 27)

๑๕. กกัณฏกวรรค
หมวดว่าด้วยกิ้งก่า
๑. โคธชาดก (๑๔๑)
ว่าด้วยตระกูลเหี้ยประสบความพินาศ
(พญาเหี้ยโพธิสัตว์เมื่อจะหนีไปทางปล่องลม จึงกล่าวว่า)
[๑๔๑] บุคคลคบหาคนชั่วย่อมไม่ประสบความสุขเลย
เหมือนตระกูลเหี้ยทำตนเองให้ประสบความวอดวายเพราะกิ้งก่า
โคธชาดกที่ ๑ จบ
๒. สิงคาลชาดก (๑๔๒)
ว่าด้วยสุนัขจิ้งจอกโพธิสัตว์
(สุนัขจิ้งจอกโพธิสัตว์กล่าวติเตียนนักเลงว่า)
[๑๔๒] เหตุที่ท่านนอนลวงเหมือนคนตายนั้นรู้ได้ยาก
ไม้พลองของท่านเมื่อข้าพเจ้าคาบที่ปลายลากมาก็ไม่หลุดจากมือ
สิงคาลชาดกที่ ๒ จบ
๓. วิโรจนชาดก (๑๔๓)
ว่าด้วยคนถูกเยาะเย้ยว่ารุ่งเรือง
(พญาไกรสรราชสีห์โพธิสัตว์กล่าวกะสุนัขจิ้งจอกว่า)
[๑๔๓] มันสมองของเจ้าทะลักออกมา
กระหม่อมของเจ้าก็ถูกทำลาย
ซี่โครงของเจ้าก็หักหมด
วันนี้ เจ้าช่างรุ่งโรจน์เหลือเกิน
วิโรจนชาดกที่ ๓ จบ

58
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 59 (เล่ม 27)

๔. นังคุฏฐชาดก (๑๔๔)
ว่าด้วยการบูชาไฟด้วยหางวัว
(พราหมณ์บำเรอไฟผู้เป็นโพธิสัตว์เข้าใจว่าการบูชาไฟไม่มีประโยชน์ จึงกล่าวว่า)
[๑๔๔] ไฟอสัตบุรุษ การที่เราบูชาเจ้าด้วยหางนั้นก็มากพอแล้ว
วันนี้ เนื้อไม่มีสำหรับเจ้าผู้ชอบเนื้อ
ขอท่านผู้เจริญจงรับเอาเพียงหางเถิด
นังคุฏฐชาดกที่ ๔ จบ
๕. ราธชาดก (๑๔๕)
ว่าด้วยลูกนกแขกเต้าราธะ
(นกแขกเต้าโพธิสัตว์ได้กล่าวเตือนน้องราธะว่า)
[๑๔๕] พ่อราธะ เจ้ายังไม่รู้ว่า
คนที่ยังไม่มาในปฐมยามมีประมาณเท่าไร
เจ้าพูดเพ้อเจ้ออย่างโง่ๆ ไปเอง
ในเมื่อแม่โกสิยายนีหมดความเยื่อใยในบิดาของเราแล้ว
ราธชาดกที่ ๕ จบ
๖. กากชาดก (๑๔๖)
ว่าด้วยกาวิดน้ำด้วยจะงอยปาก
(ฝูงกาปรึกษากันแล้วพูดว่าไม่สามารถจะทำทะเลให้แห้งได้ จึงกล่าวว่า)
[๑๔๖] คางของพวกเราล้าแล้วหนอ ปากก็ซีดเซียว
พวกเราพากันวิดอยู่ก็ไม่อาจทำให้น้ำแห้งได้
ห้วงน้ำใหญ่ก็ยังคงเต็มอยู่เช่นเดิม
กากชาดกที่ ๖ จบ

59
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 60 (เล่ม 27)

๗. ปุปผรัตตชาดก (๑๔๗)
ว่าด้วยผ้าที่ย้อมด้วยดอกคำ
(คนเข็ญใจไม่ใส่ใจถึงความทุกข์ของตน นึกถึงแต่หญิงคนรักนั้นอย่างเดียว
จึงรำพึงถึงโอกาสที่พลาดไปว่า)
[๑๔๗] การที่ถูกเสียบแทงด้วยหลาว
และการที่กาจิกข้าพเจ้านี้หาเป็นทุกข์แก่ข้าพเจ้าไม่
การที่นางเนื้อทองจักไม่ได้นุ่งห่มผ้าที่ย้อมด้วยดอกคำ
เที่ยวงานตลอดคืนกลางเดือน ๑๒ โน้นซิเป็นทุกข์ของข้าพเจ้า
ปุปผรัตตชาดกที่ ๗ จบ
๘. สิงคาลชาดก (๑๔๘)
ว่าด้วยสุนัขจิ้งจอกเข้าไปในซากช้าง
(สุนัขจิ้งจอกโพธิสัตว์ติดอยู่ในท้องช้างตายเกิดความสังเวช จึงกล่าวว่า)
[๑๔๘] ไม่เอาอีกแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว
เราจะไม่เข้าไปในซากช้างอีก
เพราะในเวลาที่เข้าไปอยู่ในซากช้างนี้ เรากลัวแทบตาย
สิงคาลชาดกที่ ๘ จบ
๙. เอกปัณณชาดก (๑๔๙)
ว่าด้วยต้นไม้มีด้านละใบ
(ทุฏฐราชกุมารเข้าใจต้นสะเดาว่าจะฆ่ามนุษย์ได้ จึงถอนหน่อสะเดา
ขยี้จนแหลกแล้ว ตรัสว่า)
[๑๔๙] ต้นไม้นี้มีใบด้านละใบ จากพื้นดินสูงยังไม่ถึง ๔ องคุลี
ผลมีรสเช่นกับยาพิษ เมื่อโตขึ้นจะเป็นเช่นไรหนอ
เอกปัณณชาดกที่ ๙ จบ

60
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 61 (เล่ม 27)

๑๐. สัญชีวชาดก (๑๕๐)
ว่าด้วยสัญชีวมาณพตาย
(อาจารย์ทิศาปาโมกข์โพธิสัตว์เรียกมาณพมาเตือนว่า)
[๑๕๐] ผู้ใดยกย่องและคบหาคนชั่ว
คนชั่วย่อมกระทำผู้นั้นให้เป็นเหยื่อ
เหมือนเสือโคร่งที่สัญชีวมาณพทำให้ฟื้นขึ้น
แล้วทำสัญชีวมาณพให้เป็นเหยื่อ
สัญชีวชาดกที่ ๑๐ จบ
กกัณฏกวรรคที่ ๑๕ จบ
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โคธชาดก ๒. สิงคาลชาดก
๓. วิโรจนชาดก ๔. นังคุฏฐชาดก
๕. ราธชาดก ๖. กากชาดก
๗. ปุปผรัตตชาดก ๘. สิงคาลชาดก
๙. เอกปัณณชาดก ๑๐. สัญชีวชาดก
อุปริปัณณาสก์ จบ
รวมวรรคที่มีในนิบาตนี้ คือ
๑. อปัณณกวรรค ๒. สีลวรรค
๓. กุรุงควรรค ๔. กุลาวกวรรค
๕. อัตถกามวรรค ๖. อาสิงสวรรค
๗. อิตถีวรรค ๘. วรุณวรรค
๙. อปายิมหวรรค ๑๐. ลิตตวรรค
๑๑. ปโรสตวรรค ๑๒. หังสิวรรค
๑๓. กุสนาฬิวรรค ๑๔. อสัมปทานวรรค
๑๕. กกัณฏกวรรค
ชาดกที่ประดับเอกกนิบาต จบ
เอกกนิบาต จบ

61
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 62 (เล่ม 27)

๒. ทุกนิบาต
๑. ทัฬหวรรค
หมวดว่าด้วยความกระด้าง
๑. ราโชวาทชาดก (๑๕๑)
ว่าด้วยพระราโชวาท
(นายสารถีของพระเจ้าพัลลิกะกล่าวอวดพระเกียรติคุณพระราชาของตนว่า)
[๑] พระเจ้าพัลลิกะทรงขจัดคนกระด้างด้วยความกระด้าง
ทรงชนะคนอ่อนโยนด้วยความอ่อนโยน
ทรงชนะคนดีด้วยความดี ทรงชนะคนไม่ดีด้วยความไม่ดี
พระราชาองค์นี้เป็นเช่นนี้ นายสารถี
ท่านจงหลีกทางถวายพระราชาของเราเถิด
(นายสารถีของพระเจ้าพาราณสีกล่าวพระเกียรติคุณพระราชาของตนว่า)
[๒] พระเจ้ากรุงพาราณสีทรงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ
ทรงชนะคนไม่ดีด้วยความดี ทรงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้
ทรงชนะคนพูดเหลาะแหละด้วยคำสัตย์
พระราชาองค์นี้เป็นเช่นนี้ นายสารถี
ท่านจงหลีกทางถวายพระราชาของเราเถิด
ราโชวาทชาดกที่ ๑ จบ
๒. สิงคาลชาดก (๑๕๒)
ว่าด้วยเหตุที่ทำให้สุนัขจิ้งจอกตาย
(ราชสีห์โพธิสัตว์เห็นพี่ชายทั้ง ๖ ตาย จึงกล่าวว่า)
[๓] การงานเหล่านั้นย่อมทำบุคคลผู้มิได้พิจารณา
ทำด้วยความรีบร้อนให้เดือดร้อนเหมือนกลืนของร้อนเข้าไปในปาก

62
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 63 (เล่ม 27)

(พระศาสดาตรัสเหตุที่สุนัขจิ้งจอกตายว่า)
[๔] ราชสีห์ได้บันลือสีหนาทไปทั่วภูเขาเงิน
สุนัขจิ้งจอกที่อาศัยอยู่ในภูเขาเงิน
ได้ยินเสียงกึกก้องของราชสีห์
เกิดความกลัวความสะดุ้งจนหัวใจแตกตาย
สิงคาลชาดกที่ ๒ จบ
๓. สูกรชาดก (๑๕๓)
ว่าด้วยสุกรท้าราชสีห์
(สุกรเมื่อจะท้าราชสีห์โพธิสัตว์ให้ต่อสู้กัน จึงกล่าวว่า)
[๕] นี่สหาย เราก็มี ๔ เท้า ถึงท่านก็มี ๔ เท้า
จงกลับมาก่อนสหาย ท่านกลัวหรือ จึงได้หนีไป
(ราชสีห์โพธิสัตว์กล่าวตอบว่า)
[๖] นี่เจ้าสุกรผู้สหาย เจ้ามีเนื้อตัวไม่สะอาด
ขนก็เหม็นเน่า มีกลิ่นเหม็นคลุ้งกระจายไป
ถ้าเจ้าต้องการจะสู้รบกับเรา เราขอยกชัยชนะให้เจ้า
สูกรชาดกที่ ๓ จบ
๔. อุรคชาดก (๑๕๔)
ว่าด้วยงูมีคุณธรรมสูง
(พญาครุฑเรียกพระโพธิสัตว์มาประกาศให้ทราบว่า จักจับพญานาควักกละกิน
จึงกล่าวว่า)
[๗] พญานาคผู้ประเสริฐกว่างูทั้งหลายต้องการจะพ้นจากข้าพเจ้า
จึงได้แปลงกายเป็นแก้วมณี เข้าไปอยู่ในผ้าเปลือกไม้นี้
ก็ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความเคารพยำเกรงเพศอันประเสริฐของท่าน
ถึงจะหิวก็ไม่สามารถที่จะจับพญานาคตัวนั้นกินได้

63
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ หน้าที่ 64 (เล่ม 27)

(พระโพธิสัตว์ดาบสกล่าวชมเชยพญาครุฑว่า)
[๘] เธอนั้นเป็นผู้เคารพยำเกรงเพศอันประเสริฐ
ถึงจะหิวก็ไม่อาจที่จะคร่าพญานาคตัวนั้นมากินได้
ขอเธอนั้นจงเป็นผู้อันพรหมรักษาคุ้มครองแล้ว
จงดำรงชีวิตอยู่สิ้นกาลนาน
อนึ่ง ภักษาทิพย์จงปรากฏมีแก่เธอ
อุรคชาดกที่ ๔ จบ
๕. ภัคคชาดก (๑๕๕)
ว่าด้วยบิดาพระโพธิสัตว์ชื่อภัคคะ
(พราหมณ์โพธิสัตว์เห็นยักษ์ลงมา จึงกล่าวปรารภกับบิดาว่า)
[๙] พ่อภัคคะ ขอพ่อจงมีชีวิตอยู่ถึง ๑๒๐ ปี
ขอพวกปีศาจจงอย่าได้กินผมเลย
ขอพ่อจงมีชีวิตอยู่ถึง ๑๒๐ ปีเถิด
(พระโพธิสัตว์เห็นยักษ์ลงมาหาบุตร จึงกล่าวปรารภกับบุตรว่า)
[๑๐] แม้เจ้าก็จงมีชีวิตอยู่ถึง ๑๒๐ ปี
ขอพวกปีศาจจงกินยาพิษ
ขอเจ้าจงมีชีวิตอยู่ถึง ๑๒๐ ปีเถิด
ภัคคชาดกที่ ๕ จบ
๖. อลีนจิตตชาดก (๑๕๖)
ว่าด้วยพระเจ้าอลีนจิต
(พระศาสดาทรงนำเรื่องอดีตนี้มาได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)
[๑๑] เสนาหมู่ใหญ่อาศัยพระเจ้าอลีนจิต มีใจร่าเริง
ได้จับเป็นพระเจ้าโกศลผู้ไม่ทรงอิ่มราชสมบัติของตน ฉันใด

64