พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 305 (เล่ม 26)

๕. ทัพพเถรคาถา
ภาษิตของพระทัพพเถระ
ทราบว่า ท่านพระทัพพเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๕] พระทัพพะผู้ฝึกได้ยาก ถูกพระศาสดาผู้ฝึกทรงฝึกแล้ว
เป็นผู้สันโดษ๑ ปราศจากความสงสัย ชนะกิเลสได้แล้ว
ปราศจากความขลาดกลัว มีจิตคงที่ ดับสนิทแล้ว
๖. สีตวนิยเถรคาถา
ภาษิตของพระสีตวนิยเถระ
ทราบว่า ท่านพระสีตวนิยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๖] ภิกษุผู้เข้าไปสู่ป่าสีตวันแล้ว
ย่อมเป็นผู้โดดเดี่ยว สันโดษ มีจิตตั้งมั่น
ชนะกิเลสได้แล้ว ปราศจากความขนพองสยองเกล้า
มีปัญญา เจริญกายคตาสติ๒
๗. ภัลลิยเถรคาถา
ภาษิตของพระภัลลิยเถระ
ทราบว่า ท่านพระภัลลิยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๗] ผู้ที่ขจัดเสนาพญามัจจุราช๓ ได้ เหมือนกระแสน้ำหลาก
พัดพังทลายสะพานไม้อ้อซึ่งไม่มีกำลังต้านทาน
นับว่าเป็นผู้ชนะกิเลส ปราศจากความขลาดกลัว
ฝึกตนดีแล้ว มีจิตคงที่ ดับสนิทแล้ว
เชิงอรรถ :
๑ ยินดีสิ่งของเท่าที่ตนมีอยู่ (ขุ.เถร.อ. ๑/๕/๖๙)
๒ กำหนดกายเป็นอารมณ์ (ขุ.เถร.อ. ๑/๖/๖๙)
๓ ความแก่ ความเจ็บ และความตาย (ขุ.เถร.อ. ๑/๗/๗๒)

305
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 306 (เล่ม 26)

๘. วีรเถรคาถา
ภาษิตของพระวีรเถระ
ทราบว่า ท่านพระวีรเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๘] พระวีรเถระผู้ฝึกได้ยาก ถูกพระศาสดาผู้ฝึกทรงฝึกแล้ว
เป็นผู้สันโดษ ปราศจากความสงสัย ชนะกิเลสได้แล้ว
ปราศจากความขนพองสยองเกล้า มีจิตคงที่ ดับสนิทแล้ว
๙. ปิลินทวัจฉเถรคาถา
ภาษิตของพระปิลินทวัจฉเถระ
ทราบว่า ท่านพระปิลินทวัจฉเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๙] การที่เราได้มายังสำนักพระผู้มีพระภาคนี้เป็นการมาดีแล้ว
ไม่ไร้ประโยชน์ การที่เราได้คิดไว้ว่า จะฟังธรรมในสำนักของ
พระผู้มีพระภาคแล้วบวชนี้เป็นความคิดไม่เลวเลย
เพราะเมื่อพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกธรรมอันประเสริฐทั้งหลาย
เราได้บรรลุธรรมนั้นแล้ว
๑๐. ปุณณมาสเถรคาถา
ภาษิตของพระปุณณมาสเถระ
ทราบว่า ท่านพระปุณณมาสเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๐] ผู้ที่บรรลุความรู้สูงสุด๑ เป็นผู้สงบระงับ สำรวมตนแล้ว
ไม่ข้องติดในธรรมทั้งหลายทั้งปวง
รู้ความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปแห่งโลก๒
นับว่าได้กำจัดความเพ่งเล็งคือตัณหาในโลกนี้และโลกหน้าเสียได้
ปฐมวรรค จบ
เชิงอรรถ :
๑ บรรลุนิพพานด้วยมรรคญาณ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๐/๘๐)
๒ อุปาทานขันธ์ ๕ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๐/๘๑)

306
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 307 (เล่ม 26)

รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. พระสุภูติเถระ ๒. พระมหาโกฏฐิตเถระ
๓. พระกังขาเรวตเถระ ๔. พระปุณณมันตานีบุตรเถระ
๕. พระทัพพบุตรเถระ ๖. พระสีตวนิยเถระ
๗. พระภัลลิยเถระ ๘. พระวีรเถระ
๙. พระปิลินทวัจฉเถระ ๑๐. พระปุณณมาสเถระ
๒. ทุติยวรรค
หมวดที่ ๒
๑. จูฬวัจฉเถรคาถา
ภาษิตของพระจูฬวัจฉเถระ
ทราบว่า ท่านพระจูฬวัจฉเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๑] ภิกษุที่มากด้วยความปราโมทย์ในธรรม
อันพระพุทธเจ้าทรงประกาศแล้ว
พึงบรรลุสันตบท๑ อันเป็นธรรมเข้าไปสงบระงับสังขาร เป็นสุข
๒. มหาวัจฉเถรคาถา
ภาษิตของพระมหาวัจฉเถระ
ทราบว่า ท่านพระมหาวัจฉเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๒] ภิกษุมีพลังปัญญา สมบูรณ์ด้วยศีลและข้อปฏิบัติ
มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ
ฉันอาหารพออยู่ได้ ปราศจากราคะ๒
พึงรอเวลาเป็นที่ดับขันธปรินิพพานในพระศาสนานี้
เชิงอรรถ :
๑ นิพพาน (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๑/๘๔)
๒ ความกำหนัดในกามคุณ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๒/๘๖)

307
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 308 (เล่ม 26)

๓. วนวัจฉเถรคาถา
ภาษิตของพระวนวัจฉเถระ
ทราบว่า ท่านพระวนวัจฉเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๓] ภูเขาหินหลากหลายมีสีดังเมฆครื้ม งามเรืองรอง
แหล่งน้ำเย็นใสสะอาด ดารดาษด้วยแมลงค่อมทอง๑
ช่างชวนให้เรารื่นรมย์ใจเสียจริง
๔. วนวัจฉเถรสามเณรคาถา
ภาษิตของสามเณรของพระวนวัจฉเถระ
ทราบว่าสามเณรของท่านพระวนวัจฉเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๔] พระอุปัชฌาย์ได้กล่าวกับเราว่า
สีวกะ เราจะไปจากที่นี่ กายเราอยู่บ้าน (แต่)ใจเราอยู่ป่า
แม้ลุกไม่ไหว เราก็จะไป ผู้รู้แจ้งหาข้องอยู่ไม่
๕. กุณฑธานเถรคาถา
ภาษิตของพระกุณฑธานเถระ
ทราบว่า ท่านพระกุณฑธานเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๕] ภิกษุพึงตัดสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ พึงละสังโยชน์เบื้องสูง ๕
พึงเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ยิ่งขึ้นไป
ภิกษุผู้ก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้อง๒ ๕ ประการได้แล้ว
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ข้ามโอฆะ๓ ได้แล้ว
เชิงอรรถ :
๑ จำพวกแมลงทับ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๓/๘๙)
๒ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๕/๑๐๐)
๓ กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา (ขุ.เถร.อ. ๑/๑๕/๑๐๐)

308
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 309 (เล่ม 26)

๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา
ภาษิตของพระเพลัฏฐสีสเถระ
ทราบว่า ท่านพระเพลัฏฐสีสเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๖] โคอาชาไนย เจริญเต็มที่เทียมไถแล้ว
ย่อมลากไถไปได้โดยไม่ลำบาก ฉันใด
เราเมื่อได้ความสุข ปราศจากอามิส๑ เจือปนแล้ว
วันคืนทั้งหลาย ย่อมผ่านพ้นเราไปโดยไม่ยาก ฉันนั้น
๗. ทาสกเถรคาถา
ภาษิตของพระทาสกเถระ
ทราบว่า ท่านพระทาสกเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๗] เมื่อใด บุคคลผู้ถูกความง่วงเหงาครอบงำบริโภคมาก
ชอบแต่นอนกลิ้งเกลือกไปมา
เมื่อนั้น เขาย่อมมีปัญญาเฉื่อยชา ชอบเข้าห้องเป็นอาจิณ
เหมือนสุกรอ้วนที่เขาขุนด้วยเศษอาหาร (นอนกลิ้งเกลือกไปมา)
๘. สิงคาลเถรคาถา
ภาษิตของพระสิงคาลเถระ
ทราบว่า ท่านพระสิงคาลเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๘] ภิกษุอยู่ในป่าเภสกฬาวัน พิจารณาแผ่นดินคืออัตภาพนี้
ด้วยเข้าใจว่า เป็นกระดูกล้วน เป็นอารมณ์
ย่อมชื่อว่าเป็นทายาทของพระพุทธเจ้า
เราเข้าใจว่า ท่านรูปนั้นเห็นจะละกามราคะได้เร็วพลันแน่แท้
เชิงอรรถ :
๑ ความสุขจากผลสมาบัติที่ไม่เจือด้วยอามิส ๓ คือ อามิสคือกาม อามิสคือโลก อามิสคือวัฏฏะ
(ขุ.เถร.อ. ๑/๑๖/๑๐๒)

309
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 310 (เล่ม 26)

๙. กุฬเถรคาถา
ภาษิตของพระกุฬเถระ
ทราบว่า ท่านพระกุฬเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๑๙] พวกคนไขน้ำก็ทำหน้าที่ไขน้ำ
พวกช่างทำศรก็ดัดลูกศร
พวกช่างไม้ก็ถากไม้
พวกมีวัตรดีก็ฝึกตน
๑๐. อชิตเถรคาถา
ภาษิตของพระอชิตเถระ
ทราบว่า ท่านพระอชิตเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๐] เราไม่มีความกลัวตาย
ไม่มีความเยื่อใยในชีวิต
เราจะเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ
ละทิ้งร่างกายเราไป
ทุติยวรรค จบ
รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. พระจูฬวัจฉเถระ ๒. พระมหาวัจฉเถระ
๓. พระวนวัจฉเถระ ๔. พระสีวกเถระ
๕. พระกุณฑธานเถระ ๖. พระเพลัฏฐสีสเถระ
๗. พระทาสกเถระ ๘. พระสิงคาลเถระ
๙. พระกุฬเถระ ๑๐. พระอชิตเถระ

310
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 311 (เล่ม 26)

๓. ตติยวรรค
หมวดที่ ๓
๑. นิโครธเถรคาถา
ภาษิตของนิโครธเถระ
ทราบว่า ท่านพระนิโครธเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๑] เราไม่กลัวภัย
พระศาสดาของเราทั้งหลายทรงเฉียบแหลมในอมตธรรม
ภิกษุทั้งหลายย่อมดำเนินตามหนทางที่ไม่มีภัย
๒. จิตตกเถรคาถา
ภาษิตของพระจิตตกเถระ
ทราบว่า ท่านพระจิตตกเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๒] นกยูงทั้งหลาย มีขนคอเขียวงดงาม มีหงอนสวย
ร้องเซ็งแซ่อยู่ในป่าการวี
นกยูงเหล่านั้นพากันร้องเซ็งแซ่ในยามมีลมหนาวเจือฝน
ย่อมกระตุ้นเตือนผู้เจริญฌานซึ่งหลับอยู่ให้ตื่นขึ้น
๓. โคสาลเถรคาถา
ภาษิตของพระโคสาลเถระ
ทราบว่า ท่านพระโคสาลเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๓] เราฉันข้าวมธุปายาส๑ ใต้พุ่มไผ่
พิจารณาถึงความเกิดและความเสื่อมของขันธ์ทั้งหลายโดยเคารพ
จะกลับไปสู่สานุบรรพตที่เราเคยอยู่ แล้วเพิ่มพูนวิเวกต่อไป
เชิงอรรถ :
๑ ข้าวที่หุงด้วยน้ำนมสด เจือด้วยของหวานมี น้ำผึ้งเป็นต้น (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๓/๑๒๑)

311
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 312 (เล่ม 26)

๔. สุคันธเถรคาถา
ภาษิตของพระสุคันธเถระ
ทราบว่า ท่านพระสุคันธเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๔] ภิกษุบวชยังไม่ทันครบพรรษา
มองเห็นธรรมว่าเป็นธรรมดีงาม
บรรลุวิชชา๑ ๓ แล้ว
ได้ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
๕. นันทิยเถรคาถา
ภาษิตของพระนันทิยเถระ
ทราบว่า ท่านพระนันทิยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๕] มารผู้มีกรรมหยาบช้าและมีชาติเลวทราม
ท่านเบียดเบียนภิกษุผู้มีจิตบรรลุอรหัตตผล
สว่างไสวด้วยญาโณภาส๒ เป็นนิตย์เช่นนั้น
จะได้รับทุกข์มหันต์
๖. อภัยเถรคาถา
ภาษิตของพระอภัยเถระ
ทราบว่า ท่านพระอภัยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๖] เพราะเราได้ฟังวาจาสุภาษิตของพระพุทธเจ้า
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์
จึงได้รู้แจ้งธรรมอันละเอียดยิ่ง
ดุจบุคคลยิงปลายขนทรายด้วยลูกศร
เชิงอรรถ :
๑ ระลึกชาติได้, ตาทิพย์, สิ้นอาสวะ (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๔/๑๒๔)
๒ อรหัตตมรรคญาณ (ขุ.เถร.อ. ๑/๒๕/๑๒๖)

312
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 313 (เล่ม 26)

๗. โลมสกังคิยเถรคาถา
ภาษิตของพระโลมสกังคิยเถระ
ทราบว่า ท่านพระโสมสกังคิยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๗] เราจะใช้อกฝ่าหญ้าแพรก หญ้าคา หญ้าดอกเลา หญ้าแฝก
หญ้ามุงกระต่าย และหญ้าปล้องเพิ่มพูนวิเวก
๘. ชัมพุคามิกปุตตเถรคาถา
ภาษิตของพระชัมพุคามิกบุตรเถระ
ทราบว่า ท่านพระชัมพุคามิกบุตรเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๘] ท่านยังขวนขวายประดับตกแต่งด้วยเสื้อผ้าอยู่หรือไม่
ยังยินดีประดับประดาร่างกายอยู่หรือไม่
ท่านทำกลิ่นศีลให้ขจรขจายไปอยู่หรือไม่
คนทุศีลนอกนี้ไม่อาจทำกลิ่นศีลให้ขจรขจายไปได้
๙. หาริตเถรคาถา
ภาษิตของพระหาริตเถระ
ทราบว่า พระหาริตเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๒๙] หาริตะ เธอจงยกตนขึ้น เธอจงทำจิตให้ตรง
เหมือนช่างศรดัดศรให้ตรง แล้วทำลายอวิชชาเสีย
๑๐. อุตติยเถรคาถา
ภาษิตของพระอุตติยเถระ
ทราบว่า ท่านพระอุตติยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๓๐] เมื่ออาพาธเกิดขึ้นแก่เรา เราก็ได้สติว่า
อาพาธเกิดแก่เราแล้ว เวลานี้เราไม่ควรประมาท
ตติยวรรค จบ

313
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา หน้าที่ 314 (เล่ม 26)

รวมเรื่องพระเถระที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. พระนิโครธเถระ ๒. พระจิตตกเถระ
๓. พระโคสาลเถระ ๔. พระสุคันธเถระ
๕. พระนันทิยเถระ ๖. พระอภัยเถระ
๗. พระโลมสกังคิยเถระ ๘. พระชัมพุคามิกบุตรเถระ
๙. พระหาริตเถระ ๑๐. พระอุตติยเถระ
๔. จตุตถวรรค
หมวดที่ ๔
๑. คหุรตีริยเถรคาถา
ภาษิตของคหุรตีริยเถระ
ทราบว่า ท่านพระคหุรตีริยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๓๑] บุคคลถูกเหลือบและยุงกัดในป่าใหญ่
พึงเป็นผู้มีสติอดกลั้นในอันตรายนั้น
เหมือนช้างในสงคราม
๒. สุปปิยเถรคาถา
ภาษิตของพระสุปปิยเถระ
ทราบว่า ท่านพระสุปปิยเถระได้กล่าวคาถาไว้ดังนี้ว่า
[๓๒] บุคคลผู้มีความชรา
เพียรเผาผลาญกิเลสอยู่
พึงบรรลุนิพพานอันปราศจากความแก่
ปราศจากอามิส
เป็นธรรมสงบเกษมจากโยคะ (และ)ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

314