พูดยกยอกระทบคำสบประมาท
[๒๓๖] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ
ทำให้อัปยศ พูดกะอุปสัมบันผู้มีความประพฤติอุกฤษฏ์ ด้วยกล่าวกระทบคำด่าอุกฤษฏ์ คือ
พูดกะอุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต, … ผู้ฉลาด, … ผู้มีปัญญา, … ผู้พหูสูต, … ผู้ธรรมกถึก, ว่าท่านเป็น-
บัณฑิต, ว่าท่านเป็นคนฉลาด, ว่าท่านเป็นคนมีปัญญา, ว่าท่านเป็นพหูสูต, ว่าท่านเป็นธรรมกถึก,
ทุคติของท่านไม่มี, ท่านต้องหวังได้แต่สุคติ, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติทราม
[๒๓๗] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ
ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติคนจัณฑาล,
บางพวกเป็นชาติคนจักสาน, บางพวกเป็นชาติพราน, บางพวกเป็นชาติคนช่างหนัง, บางพวก-
เป็นชาติคนเทดอกไม้, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบชาติอุกฤษฏ์
[๒๓๘] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ
ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นชาติกษัตริย์,
บางพวกเป็นชาติพราหมณ์, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบนามทราม
[๒๓๙] อุปสัมบันปรารถนาจะด่า ปรารถนาจะสบประมาทอุปสัมบัน ปรารถนาจะ
ทำให้อัปยศ พูดเปรยอย่างนี้ คือกล่าวว่า มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่ออวกัณณกะ,
บางพวกชื่อชวกัณณกะ, บางพวกชื่อธนิฏฐกะ, บางพวกชื่อสวิฏฐกะ, บางพวกชื่อกุลวัฑฒกะ,
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบนามอุกฤษฏ์
… มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกชื่อพุทธรักขิต, บางพวกชื่อธัมมรักขิต, บางพวกชื่อ
สังฆรักขิต, ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.
พูดเปรยกระทบโคตรทราม
… มีภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ บางพวกเป็นโกสิยโคตร, บางพวกเป็นภารทวาชโคตร,
ดังนี้เป็นต้น ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำพูด.