พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 93 (เล่ม 26)

เสียงกึกก้องไพเราะเจริญใจ เป็นเสียงอันเลิศ อันวิญญูชนทั้งปวงพึงฟัง
ดูกรท่านผู้เป็นจอมเทพ ก็เสียงอันเกิดแล้วเพราะรถ ช้างและดุริยางค์
ดนตรีทั้งหลาย อันตั้งอยู่แล้วในภูมิสถานอุทยาน โดยสองข้างเหล่านั้น
ย่อมยังท่านให้บันเทิงใจ ดุจพิณทิพย์ทั้งหลาย มีรางและคันถือประกอบ
แล้วเรียบร้อย อันนักดีดพิณบรรเลงอยู่ ย่อมยังชนผู้ฟังให้บันเทิง
ฉะนั้น เมื่อพิณเป็นอันมากนี้ มีเสียงไพเราะเจริญใจ อันนางอัปสร
ทั้งหลายบรรเลงอยู่ แม้เสียงนั้นจับใจยิ่งนัก นางเทพกัญญาทั้งหลาย
ผู้ได้ศึกษาแล้ว พากันฟ้อนรำขับร้องอยู่ในดอกปทุมทั้งหลายเปรียบ
เหมือนการขับร้อง การฟ้อนรำ และการประโคม ย่อมประสานเสียง
เป็นเสียงเดียวกัน ฉะนั้น นางเทพอัปสรบางพวกฟ้อนรำอยู่บนรถของ
ท่านนี้ และนางเทพอัปสรบางพวกย่อมยังทศทิศให้สว่างไสว ในข้าง
ทั้งสองในประเทศนั้น ด้วยสรีระของตนและด้วยรัศมีแห่งวัตถาภรณ์ ท่าน
นั้นเป็นผู้อันหมู่ทิพยดนตรีปลุกปลื้ม บันเทิงใจ อันหมู่ทวยเทพทั้งหลาย
บูชาอยู่ ดุจท้าววชิราวุธ เมื่อพิณทิพย์เป็นอันมากนี้ เสียงไพเราะ
เจริญใจ อันนางอัปสรทั้งหลายบรรเลงอยู่ แม้เสียงนั้นก็จับใจอย่างยิ่ง
เมื่อชาติก่อน ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้ด้วยตนเอง ชาติก่อน ท่านเป็น
มนุษย์ได้รักษาอุโบสถ หรือว่าได้ชอบใจการประพฤติธรรม และการ
สมาทานวัตรอะไร การที่ท่านมีอิทธานุภาพอันไพบูลย์รุ่งโรจน์โชติช่วง
ครอบงำซึ่งหมู่เทวดาอย่างยิ่ง นี้ไม่ใช่ผลแห่งกรรมอันท่านทำแล้ว หรือ
แห่งอุโบสถอันท่านประพฤติแล้วในชาติก่อน มีประมาณนิดหน่อยเลย
นี่เป็นผลแห่งทาน ศีลหรืออัญชลีกรรมของท่าน อาตมาถามแล้วขอท่าน
จงบอกผลกรรมนั้นแก่อาตมา?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อน ข้าพเจ้า
ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้มีอินทรีย์อันชนะแล้ว มีความก้าวหน้าไม่ต่ำทราม

93
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 94 (เล่ม 26)

ผู้สูงสุดกว่านระ ทรงพระนามว่ากัสสปเป็นอัครบุคคล ผู้เปิดประตูแห่ง
อมตธรรม เป็นเทวดายิ่งกว่าเทวดา มีมหาปุริสลักษณะอันเกิดแล้วด้วย
อำนาจบุญตั้งร้อย ผู้เช่นกับกุญชรข้ามโอฆะได้แล้ว มีพระรูปงามดุจ
ทองสิงคิวรรณและทองชมพูนุท ครั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล้ว
ก็เกิดความเลื่อมใสทันที ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นธงชัยแห่ง
พระธรรมได้ถวายข้าวและน้ำ อันประกอบด้วยรสอร่อย สะอาด ประณีต
กับทั้งจีวร แก่พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ในที่อยู่ของตนอันเกลื่อน
กล่นไปด้วยดอกไม้ ข้าพเจ้ามีใจไม่ข้องอยู่ในอะไรๆ ได้อังคาสพระ
พุทธเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้สูงสุดกว่าหมู่สัตว์ ด้วยข้าว น้ำ จีวร
ของเคี้ยว ของบริโภค และของควรลิ้ม จึงรื่นรมย์อยู่ในสวรรค์อันเป็น
เทพบุรีโดยอุบายนี้ ข้าพเจ้าได้ถวายมหาทานที่ควรบูชาอันบริสุทธิ์ ๓
อย่างนี้เสมอๆ ละร่างมนุษย์แล้ว เป็นผู้เสมอด้วย พระอินทร์ รื่นรมย์
อยู่ในเทพบุรี.
โคบาลเทพบุตร ครั้นบอกบุรพกรรมอันตนทำแล้วแก่พระเถระด้วยประการดังนี้แล้ว บัดนี้
มีความปรารถนาเพื่อยังชนแม้เหล่าอื่นให้ดำรงอยู่ในนิสสยสมบัติ เมื่อจะประกาศความเลื่อมใส
ของตนในพระตถาคต จึงกล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า
ข้าแต่ท่านผู้เป็นมุนี เมื่อใครๆ หวังซึ่งอายุ วรรณะ สุขะ พละ และ
รูปอันประณีต อย่างพึงมีใจข้องอยู่ในสิ่งอื่น พึงยังข้าวและน้ำอันตน
ตบแต่งดีแล้วเป็นอันมาก ให้ตั้งไว้ในพระพุทธเจ้า เพราะใครๆ ใน
โลกนี้หรือโลกอื่น จะเป็นผู้ประเสริฐหรือเสมอด้วยพระพุทธเจ้า มิได้มี
พระตถาคตเจ้านั้นถึงแล้วซึ่งความเป็นผู้ควรบูชาอย่างยิ่ง กว่าบุคคลผู้ควร
บูชาทั้งหลาย ของชนผู้มีความต้องการบุญ แสวงหาผลอันไพบูลย์.
จบ มหารถวิมานที่ ๑๔.
________________________

94
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 95 (เล่ม 26)

รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มัณฑุกเทวปุตตวิมาน ๒. เรวดีวิมาน
๓. ฉัตตมาณวกวิมาน ๔. กักกฏรสทายกวิมาน
๕. ทวารปาลกวิมาน ๖. กรณียวิมานที่ ๑
๗. กรณียวิมานที่ ๒ ๘. สูจิวิมานที่ ๑
๙. สูจิวิมานที่ ๒ ๑๐. นาควิมานที่ ๑
๑๑. นาควิมานที่ ๒ ๑๒. นาควิมานที่ ๓
๑๓. จูฬรถวิมาน ๑๔. มหารถวิมาน.
จบ มหารถวรรคที่ ๕.
จบ ภาณวารที่ ๓.
______________

95
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 96 (เล่ม 26)

ปายาสิกวรรคที่ ๖
๑. อาคาริยวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอาคาริยวิมานที่ ๑
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๖๕] สวนจิตรลดา เป็นสวนประเสริฐสูงสุดของชาวไตรทศ ย่อมสว่างไสว
ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น มีรัศมีรุ่งเรืองลอยอยู่ในอากาศ
และท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์มีอานุภาพมาก ครั้งท่านเกิดเป็น
มนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไป
ทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญกรรมอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อเราทั้งสอง คือ
ข้าพเจ้าและภรรยา อยู่ครองเรือนในมนุษยโลก เป็นดุจอู่ข้าวอู่น้ำ มีจิต
เลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำเป็นทานอันไพบูลย์โดยเคารพ ข้าพเจ้ามี
วรรณะงามเช่นนี้เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
อย่างนี้ เพราะบุญนั้น.
จบ อาคาริยวิมานที่ ๑.
๒. อาคาริยวิมานที่ ๒
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอาคาริยวิมานที่ ๒
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๖๖] สวนจิตรลดา เป็นสวนประเสริฐสูงสุดของชาวไตรทศ ย่อมสว่างไสว
ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น มีรัศมีรุ่งเรือง ลอยอยู่ใน
อากาศ และท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ครั้งท่าน

96
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 97 (เล่ม 26)

เกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมี
สว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญกรรมอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อเราทั้งสอง คือ ข้าพเจ้า
และภรรยา อยู่ครองเรือนในมนุษยโลก เป็นดุจบ่อข้าวบ่อน้ำ มีจิต
เลื่อมใส ได้ให้ข้าวน้ำเป็นทานอันไพบูลย์โดยเคารพ ข้าพเจ้ามีวรรณะ
งามเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เพราะบุญนั้น.
จบ อาคาริยวิมานที่ ๒
๓. ผลทายกวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในผลทายกวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๖๗] วิมานแก้วมณีของท่านนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีปราสาท ๗๐๐ มีเสา
แล้วไปด้วยแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดอันงามยิ่ง ท่านอยู่ ดื่ม
บริโภคสุธาโภชน์ในวิมานนั้น อนึ่ง เทพบุตรผู้มีเสียงไพเราะ พากัน
มาบรรเลงพิณทิพย์ในปราสาทหลังหนึ่งๆ มีนางเทพอัปสร ๖ หมื่นคน
ล้วนเคยศึกษามาแล้ว ทั้งรูปก็งามยิ่ง อยู่ในชั้นไตรทศ พากันมาฟ้อนรำ
ขับร้องให้ท่านบันเทิงใจ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก
เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองและมี
รัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่าผู้ใดมีจิตเลื่อมใส ได้ถวาย
ผลมะม่วงในภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติตรงย่อมได้ผลอันไพบูลย์ ผู้นั้นแลไปสู่
สวรรค์บันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ เสวยผลบุญอันไพบูลย์ ฉันใด ข้าแต่ท่าน
มหามุนี ข้าพเจ้าได้ถวายผลไม้ ๔ ผล ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุ

97
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 98 (เล่ม 26)

นั้นแล การถวายผลไม้จึงควรแท้ทีเดียว มนุษย์ผู้ต้องการความสุข
ปรารถนาความสุขอันเป็นทิพย์ หรือปรารถนาความเป็นผู้มีส่วนดีงามใน
มนุษย์ จงถวายทานเป็นนิตย์ทีเดียว ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้เพราะ
บุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญนั้น.
จบ ผลทายกวิมานที่ ๓
๔. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุปัสสยทายกวิมานที่ ๑
พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๖๘] พระจันทร์ส่องแสงรุ่งเรือง ลอยอยู่ในนภากาศอันปราศจากเมฆหมอก
ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็ฉันนั้น ส่องแสงรุ่งเรืองอยู่ในอากาศ ท่านถึง
ความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญ
อะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เราทั้งสอง คือ ข้าพเจ้า
และภรรยา เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลกได้ถวายที่อยู่แก่พระอรหันต์และมี
จิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอันไพบูลย์โดยเคารพ ข้าพเจ้า
มีวรรณะงามเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ
เพราะบุญนั้น.
จบ อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑
๕. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๒
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุปัสสยทายกวิมานที่ ๒
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรคนหนึ่งว่า
[๖๙] พระอาทิตย์ส่องแสงรุ่งเรืองลอยอยู่ในนภากาศ ปราศจากเมฆหมอก
ฉันใด เราทั้งสอง คือ ข้าพเจ้าและภรรยา เมื่อยังอยู่ในมนุษยโลก ได้

98
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 99 (เล่ม 26)

ถวายที่อยู่แก่พระอรหันต์ และมีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทาน
อันไพบูลย์โดยเคารพ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ฯลฯ
และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญนั้น.
จบ อุปัสสยทายกวิมานที่ ๕
(ข้อความพิสดารเหมือนกับวิมานก่อน)
๖. ภิกขาทายกวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในภิกขาทายกวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๗๐] วิมานแก้วมณีของท่านนี้สูง ๑๒ โยชน์ มีปราสาท ๗๐๐ ยอด มีเสาล้วน
ด้วยแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดทองคำงามวิจิตรอย่างยิ่ง ท่านถึง
ความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไป
ทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า เมื่อชาติก่อนข้าพเจ้าเกิด
เป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก ได้เห็นภิกษุลำบาก อดอยาก ในกาลนั้น
ข้าพเจ้าได้มอบถวายภิกษาอย่างหนึ่ง พร้อมด้วยภัต ข้าพเจ้ามีวรรณะงาม
เช่นนี้เพราะบุญนั้น ฯลฯ และรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญนั้น.
จบ ภิกขาทายกวิมานที่ ๖
๗. ยวปาลกวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในยวปาลกวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๗๑] วิมานแก้วมณีของท่านนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่าข้าพเจ้าเกิดเป็นมนุษย์อยู่ใน

99
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 100 (เล่ม 26)

หมู่มนุษยโลก เป็นคนเฝ้าข้าวได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสธุลี มีอินทรีย์
ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว มีความเลื่อมใสได้แบ่งขนมกุมมาสถวายท่านด้วยมือ
ของตน ครั้นแล้วจึงบันเทิงใจอยู่ในสวนนันทวัน ข้าพเจ้ามีวรรณะงาม
เช่นนี้ เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเพราะบุญนั้น.
จบ ยวปาลกวิมานที่ ๗
๘. กุณฑลีวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกุณฑลีวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๗๒] ท่านประดับประดาแล้ว ทัดทรงดอกไม้ นุ่งห่มผ้าทิพย์ สอดใส่ต่างหู
อันงาม มีผมและหนวดอันตัดเรียบร้อย มีมือสวมเครื่องประดับเรืองยศ
อยู่ในวิมานทิพย์ งามดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ อนึ่ง เทพบุตรผู้มีเสียง
ไพเราะพากันมาบรรเลงพิณทิพย์ ในปราสาทหลังหนึ่งๆ มีนางเทพอัปสร
๖ หมื่น คน ล้วนได้ศึกษามาแล้ว มีรูปงามยิ่ง อยู่ในชั้นไตรทศ พากัน
มาฟ้อนรำขับร้องให้ท่านบันเทิงใจ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์
มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพ
รุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่
มนุษย์ ได้เห็นสมณะทั้งหลายผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
มียศ เป็นพหูสูต บรรลุความสิ้นตัณหา มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและ
น้ำเป็นอันมากเป็นทาน โดยความเคารพ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้
เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญนั้น.
จบ กุณฑลีวิมานที่ ๘

100
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 101 (เล่ม 26)

๙. กุณฑลีวิมานที่ ๒
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในกุณฑลีวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๗๓] ท่านประดับประดาแล้ว ทัดทรงดอกไม้ นุ่งห่มผ้าทิพย์ ฯลฯ ท่านมี
อานุภาพมาก รุ่งเรือง และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะ
บุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์อยู่ใน
หมู่มนุษย์ ได้เห็นสมณะมีรูปงาม ฯลฯ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้
เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญนั้น
จบ กุณฑลีวิมานที่ ๙
๑๐. อุตตรวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุตตรวิมาน
พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
[๗๔] สุธรรมสภาของท้าวสักกเทวราช เป็นที่นั่งประชุมของหมู่ทวยเทพ ฉันใด
วิมานของท่านนี้ก็มีอุปมาฉันนั้น ส่องแสงสว่างไสว ลอยอยู่ในอากาศ
ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์
ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพอันรุ่งเรืองและมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ว
ทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่
มนุษย์ เป็นมาณพรับใช้สอยของพระเจ้าปายาสิ ได้ทรัพย์มาแล้ว ได้
กระทำการแจกจ่าย อนึ่ง ท่านผู้มีศีลทั้งหลาย เป็นที่รักของข้าพเจ้า

101
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา - หน้าที่ 102 (เล่ม 26)

ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำเป็นทานอันไพบูลย์ โดยความ
เคารพ ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้ เพราะบุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่าง
ไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญนั้น.
จบ อุตตรวิมานที่ ๑๐
รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาคาริยวิมานที่ ๑ ๒. อาคาริยวิมานที่ ๒
๓. ผลทายกวิมาน ๔. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑
๕. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๒ ๖. ภิกขาทายกวิมาน
๗. ยวปาลกวิมาน ๘. กุณฑลีวิมานที่ ๑
๙. กุณฑลีวิมานที่ ๒ ๑๐. อุตตรวิมาน.
จบ วรรคที่ ๖

102