พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 282 (เล่ม 17)

พวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่คนธรรพ์. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคน
ในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่คนธรรพ์.
จบ สูตรที่ ๒.
๓. มูลคันธทาตาสูตร
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดา
[๕๓๙] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่
ประทับ ฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ
เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่ง
สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย
ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก มีอายุยืน มีวรรณะ
งาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก. เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็น
สหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้
บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มี
กลิ่นที่ราก.
จบ สูตรที่ ๓.
๔๑๒. สารคันธาทิทาตาสูตร ที่ ๑๙
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้
[๕๔๐] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น … ของพวกเทวดา

282
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 283 (เล่ม 17)

ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้ … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก … ของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะเทาะ ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ … ของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล … ของพวกเทวดา
ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย
วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น … ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่
กะพี้ … ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก … ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล … ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส … ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่
กลิ่น มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อ
ตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น … ของพวก
เทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้ … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก … ของ
พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะเทาะ … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ … ของ
พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล … ของ
พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่รส … ของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น. เขาจึง
ให้สิ่งของอันมีกลิ่นที่แก่น … มีกลิ่นที่กะพี้ … มีกลิ่นที่เปลือก … มีกลิ่นที่กะเทาะ … มีกลิ่นที่
ใบ … มีกลิ่นที่ดอก … มีกลิ่นที่ผล … มีกลิ่นที่รส … มีกลิ่นที่กลิ่น. เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น … ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็น
ปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่
ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น …
จบ สูตรที่ ๔๑๒.
๑๓๒๒. มูลคันธทานูปการสูตร ที่ ๑๑๐
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้
[๕๔๑] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก พระเจ้าข้า?

283
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 284 (เล่ม 17)

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย
วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก มีอายุยืน มีวรรณะงาม
มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็น
สหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม
เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความ
เป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ราก. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย
ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มี
กลิ่นที่ราก.
จบ สูตรที่ ๑๓๒๒.
๒๓๑๓๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ที่ ๑๙๐
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่นเป็นต้น
[๕๔๒] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่แก่น … สิงอยู่ที่
ต้นไม้มีกลิ่นที่กะพี้ … สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่เปลือก … สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กะเทาะ … สิงอยู่ที่
ต้นไม้มีกลิ่นที่ใบ … สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ดอก … สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่ผล … สิงอยู่ที่ต้นไม้มี
กลิ่นที่รส … สิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย
วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า … พวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น มีอายุยืน มีวรรณะ
งาม มีความสุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดา ซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน
มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป เมื่อตายไป เขา
ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็น

284
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 285 (เล่ม 17)

เหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวก
เทวดาซึ่งสิงอยู่ที่ต้นไม้มีกลิ่นที่กลิ่น.
จบ สูตรที่ ๒๓๑๓๒.
จบ คันธัพพกายสังยุต.
——————————-
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร ๔๑๒. สารคันธาทิทาตาสูตร ๙ สูตร
๒. สุจริตสูตร ๑๓๒๒. มูลคันธทานูปการสูตร ๑๐ สูตร
๓. มูลคันธทาตาสูตร ๒๓๑๓๒. สารคันธาทิทานูปการสูตร ๙๐ สูตร
(รวม ๑๑๒ สูตร)
———————————

285
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 286 (เล่ม 17)

๑๑. วลาหกสังยุต
๑. เทสนาสูตร
ว่าด้วยเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก
[๕๔๓] พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงพวก
เทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหกแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวก
เทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหกเป็นไฉน? พวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหกก็มี ที่เป็นอุณหวลาหกก็มี
ที่เป็นอัพภวลาหกก็มี ที่เป็นวาตวลาหกก็มี ที่เป็นวัสสวลาหกก็มี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกนี้
เราเรียกว่า พวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก.
จบ สูตรที่ ๑.
๒. สุจริตสูตร
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาพวกวลาหก
[๕๔๔] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ
ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระ
ภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอ เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อ
ตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย
ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก มีอายุยืน มีวรรณะ
งาม มีความสุขมาก เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึง
ความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา
ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป. เมื่อตายไป เขาย่อม
เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับเนื่องในหมู่วลาหก. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็น

286
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 287 (เล่ม 17)

ปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาซึ่งนับ
เนื่องในหมู่วลาหก.
จบ สูตรที่ ๒.
๓๑๒ สีตวลาหกทานูปการสูตร ที่ ๑๑๐
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาพวกสีตวลาหก
[๕๔๕] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย
วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความ
สุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็นสหาย
ของพวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้
ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป. เมื่อตายไป เขาย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของ
พวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นสีตวลาหก.
จบ สูตรที่ ๓๑๒.
๑๓๕๒ อุณหวลาหกทานูปการาทิสูตร ที่ ๑๕๐
ว่าด้วยเหตุให้เข้าถึงความเป็นสหายของเทวดาพวกอุณหวลาหกเป็นต้น
[๕๔๖] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นอุณหวลาหก …?

287
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 288 (เล่ม 17)

[๕๔๗] … เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นอัพภวลาหก …
[๕๔๘] … เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นวาตวลาหก …
[๕๔๙] … เข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นวัสสวลาหก …
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ประพฤติสุจริตด้วยกาย ด้วย
วาจา ด้วยใจ เขาได้สดับมาว่า พวกเทวดาที่เป็นวัสสวลาหก มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความ
สุขมาก. เขาจึงมีความปรารถนาอย่างนี้ว่า โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเข้าถึงความเป็นสหาย
ของพวกเทวดาที่เป็นวัสสวลาหก. เขาจึงให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน มาลา ของหอม เครื่องลูบไล้
ที่นอน ที่พัก ประทีปและอุปกรณ์แห่งประทีป. เมื่อตายไป เขาเข้าถึงความเป็นสหายของพวก
เทวดาที่เป็นวัสสวลาหก. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้บุคคลบางคนในโลกนี้
เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายของพวกเทวดาที่เป็นวัสสวลาหก
จบ สูตรที่ ๑๓๕๒.
๕๓. สีตวลาหกสูตร
ว่าด้วยเหตุให้มีความหนาว
[๕๕๐] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ความหนาวมีในบางคราว
พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ พวกเทวดาชื่อว่าสีตวลาหกมีอยู่เมื่อใด เทวดาพวก
นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น ความหนาว
ย่อมมี เพราะอาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น. ดูกรภิกษุ ข้อนั้นแลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้
ความหนาวมีในบางคราว.
จบ สูตรที่ ๕๓.

288
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 289 (เล่ม 17)

๕๔. อุณหวลาหกสูตร
ว่าด้วยเหตุให้มีความร้อน
[๕๕๑] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้ความร้อนมีในบางคราว
พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ พวกเทวดาชื่ออุณหวลาหกมีอยู่เมื่อใด เทวดาพวก
นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น ความร้อน
ย่อมมี เพราะอาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้
ความร้อนมีในบางคราว.
จบ สูตรที่ ๕๔.
๕๕. อัพภวลาหกสูตร
ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้มีเมฆหมอกในบางคราว
[๕๕๒] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้เมฆหมอกมีในบางคราว
พระเจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ พวกเทวดาชื่อว่าอัพภวลาหกมีอยู่เมื่อใด เทวดาพวก
นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น เมฆหมอก
ย่อมมี เพราะอาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้
เมฆหมอกมีในบางคราว.
จบ สูตรที่ ๕๕.

289
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 290 (เล่ม 17)

๕๖. วาตวลาหกสูตร
ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้มีลมในบางคราว
[๕๕๓] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้มีลมในบางคราว พระ
เจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ พวกเทวดาชื่อว่าวาตวลาหกมีอยู่เมื่อใด เทวดาพวก
นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น ลมย่อมมี
เพราะอาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น. ดูกรภิกษุ ข้อนี้แลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้มีลมใน
บางคราว.
จบ สูตรที่ ๕๖.
๕๗. วัสสวลาหกสูตร
ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้มีฝนในบางคราว
[๕๕๔] พระนครสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้มีฝนในบางคราว พระ
เจ้าข้า?
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ พวกเทวดาชื่อว่าวัสสวลาหกมีอยู่เมื่อใด เทวดาพวก
นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ พวกเราพึงยินดีด้วยความยินดีของตน เมื่อนั้น ฝนย่อมมี
เพราะอาศัยความตั้งใจของเทวดาพวกนั้น. ดูกรภิกษุ ข้อนั้นแลเป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้มีฝนใน
บางคราว.
จบ สูตรที่ ๕๗.
จบ วลาหกสังยุต.
——————————–

290
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 291 (เล่ม 17)

รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. เทสนาสูตร ๕๓. สีตวลาหกสูตร
๒. สุจริตสูตร ๕๔. อุณหวลาหกสูตร
๓๑๒ สีตวลาหกทานูปการสูตรที่ ๑๑๐ ๕๕. อัพภวลาหกสูตร
๑๓๕๒ อุณหวลาหกทานูปการาทิสูตรที่ ๑๕๐ ๕๖. วาตวลาหกสูตร
๕๗. วัสสวลาหกสูตร.
——————————————-

291