พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 202 (เล่ม 17)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มารสูตร ๗. อนัตตาสูตร
๒. มารธัมมสูตร ๘. อนัตตธัมมสูตร
๓. อนิจจสูตร ๙. ขยธัมมสูตร
๔. อนิจธัมมสูตร ๑๐. วยธัมมสูตร
๕. ทุกขสูตร ๑๑. สมุทยธัมมสูตร
๖. ทุกขธัมมสูตร ๑๒. นิโรธธัมมสูตร
——————————-

202
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 203 (เล่ม 17)

อายาจนวรรคที่ ๓
๑. มารสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในขันธมาร
[๓๘๙] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
ถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้
มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานพระวโรกาสทรงแสดงธรรม
โดยย่อแก่ข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว จะพึงเป็นผู้ๆ เดียว หลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท
มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอ
พึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย. ดูกรราธะ
ก็อะไรเล่าเป็นมาร? ดูกรราธะ รูปเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัด
ด้วยสามารถความพอใจในรูปนั้นเสีย. เวทนาเป็นมาร … สัญญาเป็นมาร … สังขารเป็นมาร …
วิญญาณเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจ
ในวิญญาณนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความ
กำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
จบ สูตรที่ ๑.
๒. มารธัมมสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในมารธรรม
[๓๙๐] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมารธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความ
กำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
จบ สูตรที่ ๒.
๓. อนิจจสูตร
[๓๙๑] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนิจจัง ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๓.

203
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 204 (เล่ม 17)

๔. อนิจจธัมมสูตร
[๓๙๒] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนิจจธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๔.
๕. ทุกขสูตร
[๓๙๓] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นทุกข์ ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๕.
๖. ทุกขธัมมสูตร
[๓๙๔] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นทุกขธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๖.
๗. อนัตตาสูตร
[๓๙๕] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตา ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๗.
๘. อนัตตธัมมสูตร
[๓๙๖] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๘.
๙. ขยธัมมสูตร
[๓๙๗] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นขยธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๙.

204
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 205 (เล่ม 17)

๑๐. วยธัมมสูตร
[๓๙๘] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นวยธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๑๐.
๑๑. สมุทยธัมมสูตร
[๓๙๙] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นสมุทยธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๑๑.
๑๒. นิโรธธัมมสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่รู้จักดับ
[๔๐๐] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระราธะได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึง
ที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูล
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดประทานพระวโรกาสทรงแสดง
ธรรมโดยย่อแก่ข้าพระองค์ ที่ข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว พึงเป็นผู้ๆ เดียว หลีกออกจากหมู่ ไม่
ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็น
นิโรธธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้น
เสีย. ดูกรราธะ อะไรเป็นนิโรธธรรม? ดูกรราธะ รูปเป็นนิโรธธรรม เธอพึงละความพอใจ
ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในรูปนั้นเสีย. เวทนาเป็นนิโรธธรรม ฯลฯ
สัญญาเป็นนิโรธธรรม ฯลฯ สังขารเป็นนิโรธธรรม ฯลฯ วิญญาณเป็นนิโรธธรรม เธอพึงละความ
พอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในวิญญาณนั้นเสีย.
จบ สูตรที่ ๑๒.
จบ อายาจนวรรคที่ ๓.
—————————-

205
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 206 (เล่ม 17)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มารสูตร ๗. อนัตตาสูตร
๒. มารธัมมสูตร ๘. อนัตตธัมมสูตร
๓. อนิจจสูตร ๙. ขยธัมมสูตร
๔. อนิจจธัมมสูตร ๑๐. วยธัมมสูตร
๕. ทุกขสูตร ๑๑. สมุทยธัมมสูตร
๖. ทุกขธัมมสูตร ๑๒. นิโรธธัมมสูตร.
—————————-

206
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 207 (เล่ม 17)

อุปนิสินนวรรคที่ ๔
๑. มารสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในสิ่งที่เป็นมาร
[๔๐๑] พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระราธะว่า
ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความ
พอใจในสิ่งนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดเล่าเป็นมาร? ดูกรราธะ รูปเป็นมาร เธอพึงละความ
พอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในรูปนั้นเสีย ฯลฯ วิญญาณเป็นมาร
เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในวิญญาณนั้นเสีย.
ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยอำนาจ
ความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
[๔๐๒] พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระราธะว่า
ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความกำหนัดในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
[๔๐๓] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมาร เธอพึงละความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ
ในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๑.
๒. มารธัมมสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจในมารธรรม
[๔๐๔] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมารธรรม เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
[๔๐๕] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมารธรรม เธอพึงละความกำหนัดในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
[๔๐๖] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นมารธรรม เธอพึงละความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจ
ในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๒.
๓. อนิจจสูตร
[๔๐๗] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนิจจัง ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๓.
๔. อนิจจธัมมสูตร
[๔๐๘] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนิจจธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๔.

207
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 208 (เล่ม 17)

๕. ทุกขสูตร
[๔๐๙] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นทุกข์ ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๕.
๖. ทุกขธัมมสูตร
[๔๑๐] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นทุกขธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๖.
๗. อนัตตาสูตร
[๔๑๑] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตา ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๗.
๘. อนัตตธัมมสูตร
[๔๑๒] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นอนัตตธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๘.
๙. ขยธัมมสูตร
[๔๑๓] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นขยธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๙.
๑๐. วยธัมมสูตร
[๔๑๔] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นวยธรรม ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๑๐.

208
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 209 (เล่ม 17)

๑๑. สมุทยธัมมสูตร
ว่าด้วยการละความพอใจสิ่งที่รู้จักเกิดขึ้น
[๔๑๕] ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นสมุทยธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด
ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯลฯ
จบ สูตรที่ ๑๑.
๑๒. นิโรธธัมมสูตร
ว่าด้วยการละความใจในสิ่งที่รู้จักดับ
[๔๑๖] พระนครสาวัตถี. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระราธะว่า ดูกรราธะ สิ่งใด
แลเป็นนิโรธธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจ
ในสิ่งนั้นเสีย. ดูกรราธะ ก็สิ่งใดเล่าเป็นนิโรธธรรม? ดูกรราธะ รูปแลเป็นนิโรธธรรม เธอพึง
ละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในรูปนั้นเสีย. เวทนา
สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนิโรธธรรม เธอพึงละความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัด
ด้วยสามารถความพอใจในวิญญาณนั้นเสีย. ดูกรราธะ สิ่งใดแลเป็นนิโรธธรรม เธอพึงละ
ความพอใจ ความกำหนัด ความกำหนัดด้วยสามารถความพอใจในสิ่งนั้นเสีย.
จบ สูตรที่ ๑๒.
จบ อุปนิสินนวรรคที่ ๔.
—————————-

209
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 210 (เล่ม 17)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มารสูตร ๖. ทุกขธัมมสูตร
๒. มารธัมมสูตร ๗. อนัตตาสูตร
๓. อนิจจสูตร ๘. อนัตตธัมมสูตร
๔. อนิจจธัมมสูตร ๙. ขยธัมมสูตร
๕. ทุกขสูตร ๑๐. วยธัมมสูตร
๑๑. สมุทยธัมมสูตร ๑๒. นิโรธธัมมสูตร.
———————————–

210
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค - หน้าที่ 211 (เล่ม 17)

๓. ทิฎฐิสังยุต
โสตาปัตติวรรคที่ ๑
๑. นวาตสูตร
ว่าด้วยเหตุเกิดมิจฉาทิฏฐิ
[๔๑๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ฯลฯ พระผู้มีพระภาค
ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่ออะไรหนอมีอยู่ เพราะถือมั่นอะไร เพราะยึดมั่นอะไร ทิฏฐิ
จึงเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ลมย่อมไม่พัด แม่น้ำย่อมไหล สตรีมีครรภ์ย่อมไม่คลอด พระจันทร์และ
พระอาทิตย์ย่อมไม่ขึ้นหรือย่อมไม่ตก เป็นของตั้งอยู่มั่นคงดุจเสาระเนียด ดังนี้? ภิกษุเหล่า
นั้น กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมทั้งหลายของข้าพระองค์ทั้งหลาย
มีพระผู้มีพระภาคเป็นรากฐาน มีพระผู้มีพระภาคเป็นแบบ มีพระผู้มีพระภาคเป็นที่พึ่งอาศัย
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเนื้อความแห่งภาษิตนี้จงแจ่มแจ้งกะพระผู้มีพระภาคเถิด ภิกษุทั้งหลายได้
ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคแล้วจักทรงจำไว้. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่น
นั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว. ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระพุทธดำรัสแล้ว.
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อรูปแลมีอยู่ เพราะถือมั่นรูป เพราะยึดมั่นรูป
ทิฏฐิจึงเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ลมย่อมไม่พัด แม่น้ำย่อมไม่ไหล สตรีมีครรภ์ย่อมไม่คลอด พระจันทร์
และพระอาทิตย์ย่อมไม่ขึ้นหรือย่อมไม่ตก เป็นของตั้งอยู่มั่นคงดุจเสาระเนียด. เมื่อเวทนามีอยู่
ฯลฯ เมื่อสัญญามีอยู่ ฯลฯ เมื่อสังขารมีอยู่ ฯลฯ เมื่อวิญญาณมีอยู่ เพราะถือมั่นวิญญาณ เพราะ
ยึดมั่นวิญญาณทิฏฐิจึงเกิดขึ้นอย่างนี้ว่า ลมย่อมไม่พัด แม่น้ำย่อมไม่ไหล สตรีมีครรภ์ย่อมไม่คลอด
พระจันทร์และพระอาทิตย์ย่อมไม่ขึ้นหรือย่อมไม่ตก เป็นของตั้งอยู่มั่นคงดุจเสาระเนียด.
[๔๑๘] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยง
หรือไม่เที่ยง?
ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?

211