พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 240 (เล่ม 16)

และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๙๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่าง
นี้ว่า แม้เพราะเหตุบิดา … ฯ
จบสูตรที่ ๘
๙. ภาตุสูตร
… เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุ
พี่ชายน้องชาย … ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. ภคินิสูตร
… เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุพี่สาว
น้องสาว … ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
๑๑. ปุตตสูตร
… เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุแห่ง
บุตร … ฯ
จบสูตรที่ ๑๑

240
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 241 (เล่ม 16)

๑๒. ธีตุสูตร
… เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุแห่ง
ธิดา … ฯ
จบสูตรที่ ๑๒
๑๓. ปชาปติสูตร
… เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้ อย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุแห่ง
ภรรยา ท่านผู้นี้ก็ไม่จงใจพูดมุสา แต่สมัยต่อมา เราเห็นเขาถูกลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำ
ย่ำยีจิตแล้ว ก็กล่าวมุสาทั้งที่รู้ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน
หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่าอย่างนี้
เพราะเหตุนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักละลาภสักการะ
และชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภสักการะและชื่อเสียงที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักย่ำยีจิตของเรา
ทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๑๓
จบจตุตถวรรคที่ ๔
___________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภินทิสูตร ๒. มูลสูตร ๓. ธรรมสูตรที่ ๑
๔. ธรรมสูตรที่ ๒ ๕. ปักกันตสูตร ๖. รถสูตร
๗. มาตุสูตร ๘. ปิตุสูตร ๙. ภาตุสูตร
๑๐. ภคินิสูตร ๑๑. ปุตตสูตร ๑๒. ธีตุสูตร
๑๓. ปชาปติสูตร
จบลาภสักการสังยุตต์ที่ ๕
________

241
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 242 (เล่ม 16)

ราหุลสังยุตต์
ปฐมวรรคที่ ๑
๑. จักขุสูตร
[๕๙๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระราหุลเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไป
เฝ้าแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านพระราหุลเมื่อนั่งเรียบร้อย
แล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ขอประทานพระวโรกาส
ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อ ที่ข้าพระองค์ได้สดับแล้วพึงเป็นผู้ๆ
เดียวหลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียรส่งตนไปแล้ว อยู่ ฯ
[๖๐๐] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักษุ
เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็น
สิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
[เปยยาลเหมือนกัน]
พ. โสต … ฆานะ … ชิวหา … กาย … ใจ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
รา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ

242
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 243 (เล่ม 16)

พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็น
สิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
[๖๐๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อ
หน่ายทั้งในจักษุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสต ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกาย ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในใจ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลาย
กำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว ดังนี้
อริยสาวกนั้นย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว
กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฯ
จบสูตรที่ ๑
[พึงทำสูตรทั้ง ๑๐ สูตร โดยเปยยาลเช่นนี้]
๒. รูปสูตร
[๖๐๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุลเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
รูป … เสียง … กลิ่น … รส … โผฏฐัพพะ …ธรรมารมณ์เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๐๓] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ย่อม
เบื่อหน่ายทั้งในเสียง ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกลิ่น ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งใน
โผฏฐัพพะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในธรรมารมณ์ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๒
๓. วิญญาณสูตร
[๖๐๔] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุลเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน

243
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 244 (เล่ม 16)

จักขุวิญญาณ … โสตวิญญาณ … ฆานวิญญาณ …ชิวหาวิญญาณ … กายวิญญาณ … มโนวิญญาณ
เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๐๕] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักขุวิญญาณ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสตวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานวิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา
วิญญาณ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกายวิญญาณย่อมเบื่อหน่ายทั้งในมโนวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย
ย่อมคลายกำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. สัมผัสสสูตร
[๖๐๖] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุลเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
จักขุสัมผัส … โสตสัมผัส … ฆานสัมผัส …ชิวหาสัมผัส … กายสัมผัส … มโนสัมผัส
เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๐๗] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักขุสัมผัส
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสตสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหาสัมผัส
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในกายสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในมโนสัมผัส เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลาย
กำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. เวทนาสูตร
[๖๐๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุลเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน

244
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 245 (เล่ม 16)

เวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส … เวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัส … เวทนาที่เกิดแต่ฆานสัมผัส … เวทนาที่เกิด
แต่ชิวหาสัมผัส …เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส … เวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๐๙] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนาที่เกิด
แต่จักขุสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนาที่เกิดแต่โสตสัมผัสย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนาที่เกิด
แต่ฆานสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนาที่เกิดแต่ชิวหาสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนาที่เกิด
แต่กายสัมผัส ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเวทนาที่เกิดแต่มโนสัมผัส เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลาย
กำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๕
๖. สัญญาสูตร
[๖๑๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุลเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
รูปสัญญา… คันธสัญญา …รสสัญญา … โผฏฐัพพสัญญา … ธัมมสัญญา เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๑๑] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูปสัญญา
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัททสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในคันธสัญญาย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรสสัญญา
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโผฏฐัพพสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในธัมมสัญญา เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลาย
กำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๖
๗. เจตนาสูตร
[๖๑๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน

245
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 246 (เล่ม 16)

รูปสัญเจตนา … สัททสัญเจตนา …คันธสัญเจตนา … รสสัญเจตนา … โผฏฐัพพสัญเจตนา
… ธัมมสัญเจตนา เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๑๓] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูปสัญ
เจตนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัททสัญเจตนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในคันธสัญเจตนา ย่อมเบื่อหน่าย
ทั้งในรสสัญเจตนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโผฏฐัพพสัญเจตนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในธัมมสัญเจตนา
เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๗
๘. ตัณหาสูตร
[๖๑๔] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
รูปตัณหา … สัททตัณหา … คันธตัณหา …รสตัณหา … โผฏฐัพพตัณหา … ธัมมตัณหา เที่ยง
หรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๑๕] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูปตัณหา
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัททตัณหา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในคันธตัณหาย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรสตัณหา
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโผฏฐัพพตัณหา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในธัมมตัณหา เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลาย
กำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๘
๙. ธาตุสูตร
[๖๑๖] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุลเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน

246
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 247 (เล่ม 16)

ปฐวีธาตุ … อาโปธาตุ … เตโชธาตุ …วาโยธาตุ … อากาสธาตุ … วิญญาณธาตุ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
[๖๑๗] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในปฐวีธาตุ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในอาโปธาตุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในเตโชธาตุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในวาโยธาตุ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในอากาสธาตุ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในวิญญาณธาตุ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลาย
กำหนัด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. ขันธสูตร
[๖๑๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี … พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
รูป … เวทนา … สัญญา … สังขาร …วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า … ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรละหรือที่จะตามเห็น
สิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ดังนี้ ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
[๖๑๙] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในรูป ย่อม
เบื่อหน่ายทั้งในเวทนา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสัญญา ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในสังขาร ย่อมเบื่อหน่าย
ทั้งในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัดเพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิต
หลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่าจิตหลุดพ้นแล้ว ดังนี้ อริยสาวกนั้นย่อมทราบชัดว่า ชาติสิ้น
แล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ดังนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบปฐมวรรคที่ ๑
___________

247
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 248 (เล่ม 16)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. จักขุสูตร ๒. รูปสูตร ๓. วิญญาณสูตร
๔. สัมผัสสสูตร ๕. เวทนาสูตร ๖. สัญญาสูตร
๗. เจตนาสูตร ๘. ตัณหาสูตร ๙. ธาตุสูตร
๑๐. ขันธสูตร
_________

248
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 249 (เล่ม 16)

ทุติยวรรคที่ ๒
๑. จักขุสูตร
[๖๒๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระราหุลได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้า
ไปเฝ้าแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาค แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
[๖๒๑] ครั้นท่านพระราหุลนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามท่านว่า ดูกร
ราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักษุเที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
ท่านพระราหุลกราบทูลว่า ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอที่จะตาม
เห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
พ. โสต … ฆานะ … ชิวหา … กาย … ใจ เที่ยงหรือไม่เที่ยง ฯ
รา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า ฯ
รา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า ฯ
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอที่จะตามเห็น
สิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา ฯ
รา. ไม่ควรตามเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ
[๖๒๒] ดูกรราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับ เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในจักษุ
ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในโสต ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในฆานะ ย่อมเบื่อหน่ายทั้งในชิวหา ย่อมเบื่อหน่าย

249