พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 220 (เล่ม 16)

[๕๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า “พรานเบ็ด” นี้เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า “เบ็ด”
เป็นชื่อของลาภ สักการะและชื่อเสียง ภิกษุบางรูปยินดี พอใจลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิด
ขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า กลืนเบ็ดของมารได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ อันมารใจบาปพึงทำได้
ตามความพอใจ ภิกษุทั้งหลายลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็น
อันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า อย่างนี้แล ฯ
[๕๔๑] เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลาย จักละ ลาภ
สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภ สักการะและชื่อเสียงที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบ
งำจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๒
๓. กุมมสูตร
[๕๔๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคายเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ในห้วงน้ำแห่งหนึ่ง มีตระกูลเต่าใหญ่
อยู่อาศัยมานาน ครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งเข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งพูดว่าพ่อเต่า เจ้าอย่าได้ไปยัง
ประเทศนั้นนะ ฯ
เต่าตัวนั้นได้ไปยังประเทศนั้นแล้ว ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอก ลำดับนั้น เต่าตัวที่ถูก
ยิงเข้าไปหาเต่าตัวนั้น เต่าตัวนั้นได้เห็นเต่าตัวที่ถูกยิงกำลังมาแต่ไกล จึงถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่
ได้ไปยังประเทศนั้นหรือ ฯ
เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า พ่อเต่า ฉันได้ไปยังประเทศนั้นมาแล้ว ฯ
เต่าตัวนั้นถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ถูกทุบถูกตีดอกหรือ ฯ
เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า ฉันไม่ได้ถูกทุบถูกตี แต่ฉันมีเชือกเส้นหนึ่งติดหลังมานี้ ฯ

220
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 221 (เล่ม 16)

เต่าตัวนั้นกล่าวว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ถูกทุบถูกตีก็ดีละ พ่อเต่า บิดา มารดา ปู่ ย่า
ตา ยาย ของเจ้าได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะเชือกเส้นนี้แหละ ไปเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ใช่พวก
ของเราแล้ว ฯ
[๕๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า “พราน” นี้เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า “ลูกดอก”
เป็นชื่อของลาภ สักการะและชื่อเสียง คำว่า “เชือก” นี้เป็นชื่อของนันทิราคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุบางรูปยินดี พอใจ ลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้รับทุกข์
ถึงความพินาศ เพราะลาภ สักการะและชื่อเสียง ดุจลูกดอก ถูกมารทำได้ตามความพอใจ ลาภ
สักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. ทีฆโลมสูตร
[๕๔๕] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๔๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย แกะขนยาวเข้าไปสู่ชัฏหนาม มันพึงข้องอยู่ อันหนาม
เกี่ยวไว้ ติดอยู่ในที่นั้นๆ ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศในที่นั้นๆ ฉันใดภิกษุบางรูปในธรรมวินัย
นี้ อันลาภ สักการะและชื่อเสียงครอบงำ ย่ำยีจิตแล้วก็ฉันนั้น เวลาเช้านุ่งแล้วถือบาตรและจีวร
เข้าไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม เธอข้องอยู่ อันปัจจัยเกี่ยวไว้ ผูกไว้ในที่นั้นๆ ย่อมได้รับทุกข์
ถึงความพินาศในที่นั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล
เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. เอฬกสูตร
[๕๔๗] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ

221
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 222 (เล่ม 16)

และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๔๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย แมลงฉู่ฉี่กินขี้เต็มท้อง และข้างหน้ายังมีกองขี้ใหญ่ มันพึง
ดูหมิ่นแมลงฉู่ฉี่เหล่าอื่นว่า เรากินขี้เต็มท้องแล้ว และเรายังมีกองขี้ใหญ่อยู่ข้างหน้าอีกฉันใด
ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ อันลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว ก็ฉันนั้น เวลา
เช้า นุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านหรือนิคม ฉันอยู่ ณ ที่นั้น พอแก่ความ
ต้องการแล้ว และทายกนิมนต์เพื่อให้ฉันในวันรุ่งขึ้น แม้บิณฑบาตของเธอจะเต็มแล้ว เธอไป
อารามแล้ว อวดอ้างที่ท่ามกลางหมู่ภิกษุว่า ผมฉันพอแก่ความต้องการแล้ว ทายกยังนิมนต์เพื่อให้
ฉันในวันรุ่งขึ้น บิณฑบาตของผมก็เต็ม และยังจะได้จีวร บิณฑบาตเสนาสนะและคิลานปัจจัย
เภสัชบริขารอีก ส่วนภิกษุเหล่าอื่นนี้มีบุญน้อย มีศักดิ์น้อย จึงไม่ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ
และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร เธออันลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำย่ำยีจิตแล้ว ย่อมดูหมิ่น
ภิกษุเหล่าอื่นผู้มีศีลเป็นที่รัก ข้อนั้นของโมฆบุรุษนั้นย่อมเป็นไปเพื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ เพื่อ
ทุกข์สิ้นกาลนาน ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษา
อย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๕
๖. อสนิสูตร
[๕๔๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๕๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ขวานฟ้าตกถูกใคร ลาภสักการะและชื่อเสียง ย่อมตามถึง
พระเสขะผู้ยังไม่บรรลุอรหัตผล คำว่า “ขวานฟ้า” นี้เป็นชื่อของลาภสักการะและชื่อเสียง ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียงทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่าง
นี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๖

222
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 223 (เล่ม 16)

๗. ทิฏฐิสูตร
[๕๕๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๕๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อะไรแทงใครด้วยลูกศรคือทิฐิ ลาภสักการะและชื่อเสียง
ย่อมตามถึงพระเสขะผู้ยังไม่บรรลุอรหัตผล คำว่า “ลูกศร” นี้เป็นชื่อของลาภสักการะและชื่อ
เสียง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียงทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึง
ศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๗
๘. สิคาลสูตร
[๕๕๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๕๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นสุนัขจิ้งจอกแก่ ซึ่งอยู่ในกลางคืนตลอดถึง
เช้าตรู่หรือหนอ ฯ
ภิ. เห็นพระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกแก่ตัวนั้นเป็นโรคอุกกรรณ์ [โรคเรื้อน] อยู่บนบก
ก็ไม่สบาย อยู่โคนไม้ก็ไม่สบาย อยู่ในที่แจ้งก็ไม่สบาย เดินยืน นั่ง นอนในที่ใดๆ ก็ไม่สบาย
เป็นทุกข์ในที่นั้นๆ ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อันลาภสักการะและชื่อเสียง
ครอบงำ ย่ำยีจิตแล้วอยู่ที่เรือนว่างก็ไม่สบาย อยู่ที่โคนไม้ก็ไม่สบาย อยู่ในที่แจ้งก็ไม่สบาย เดิน

223
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 224 (เล่ม 16)

ยืน นั่ง นอนในที่ใดๆ ก็ไม่สบาย เป็นทุกข์ในที่นั้นๆ ดูกรภิกษุทั้งหลายลาภสักการะและชื่อเสียง
ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๘
๙. เวรัมภสูตร
[๕๕๕] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๕๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลมชื่อว่าเวรัมภาพัดอยู่ในอากาศเบื้องบน ซัดนกที่บินอยู่
ในอากาศนั้น เมื่อมันถูกลมเวรัมภาซัดเท้าไปข้างหนึ่ง ปีกไปข้างหนึ่ง ศีรษะไปข้างหนึ่ง ตัวไป
ข้างหนึ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อันลาภสักการะ
และชื่อเสียงครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว เวลาเช้านุ่งแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาตยังบ้านหรือ
นิคม ไม่รักษากายวาจา จิต ไม่ดำรงสติ ไม่สำรวมอินทรีย์ เธอเห็นมาตุคามที่นุ่งห่มผ้าลับๆ ล่อๆ
ในบ้านหรือนิคมนั้น ครั้นเห็นแล้ว ราคะย่อมครอบงำจิต เธอมีจิตอันราคะครอบงำแล้ว ย่อม
ลาสิกขา สึกออกมา ภิกษุพวกหนึ่งเอาจีวรของเธอไป พวกหนึ่งเอาบาตร พวกหนึ่งเอาผ้า
นิสีทนะ พวกหนึ่งเอากล่องเข็ม เปรียบดังนกถูกลมเวรัมภาซัดไป ฉะนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ลาภ สักการะและชื่อเสียงทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. สคัยหกสูตร
[๕๕๗] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ
ไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ

224
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 225 (เล่ม 16)

[๕๕๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ อันสักการะครอบงำ ย่ำยีจิต
แล้ว เมื่อตายไป เพราะกายแตกทำลาย ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก อนึ่ง เราเห็น
คนบางคนในโลกนี้ อันความเสื่อมสักการะครอบงำย่ำยีจิตแล้ว เมื่อตายไป เพราะกายแตก
ทำลาย ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาตนรก เราเห็นคนบางคนในโลกนี้ อันสักการะ
และความเสื่อมสักการะทั้งสองอย่างครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว เมื่อตายไป เพราะกายแตกทำลาย
ต้องเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ
เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
[๕๕๙] พระผู้มีพระภาค ผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสคำไวยากรณภาษิตนี้แล้ว ได้ตรัส
คาถาประพันธ์ต่อไปว่า
สมาธิของผู้ใด ที่เขาสักการะ อยู่ด้วยผล สมาธิหาประมาณมิได้ ไม่
หวั่นไหวด้วยสักการะ และความเสื่อมสักการะ ผู้นั้นเพ่งอยู่ ทำความ
เพียรเป็นไปติดต่อ เห็นแจ้งด้วยทิฐิอย่างละเอียด ยินดีในพระ
นิพพานเป็นที่สิ้นอุปาทาน บัณฑิตทั้งหลายเรียกว่า สัปปุรุษ ดังนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบปฐมวรรคที่ ๑
_________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุทธกสูตร ๒. พฬิสสูตร ๓. กุมมสูตร
๔. ทีฆโลมสูตร ๕. เอฬกสูตร ๖. อสนิสูตร
๗. ทิฐิสูตร ๘. สิคาลสูตร ๙. เวรัมภสูตร
๑๐. สคัยหกสูตร ฯ
________

225
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 226 (เล่ม 16)

ทุติยวรรคที่ ๒
๑. สุวัณณปาติสูตร
[๕๖๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อนหยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่ง
ไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๖๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้
ว่า แม้เพราะถาดทองคำ อันเต็มด้วยผงแร่เป็นเหตุ ท่านผู้นี้ก็ไม่จงใจพูดมุสา แต่สมัยต่อมา เรา
เห็นเขาถูกลาภสักการะและชื่อเสียง ครอบงำย่ำยีจิตแล้ว ก็กล่าวมุสาทั้งที่รู้ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ลาภ สักการะและชื่อเสียงทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๑
๒. รูปิยปาติสูตร
[๕๖๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาค … ตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคายเป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่ง
ไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ
[๕๖๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดใจด้วยใจแล้วย่อมรู้ บุคคลบางคนในโลกนี้อย่าง
นี้ว่า แม้เพราะถาดรูปิยะ อันเต็มด้วยผงแร่ทองคำเป็นเหตุท่านผู้นี้ก็ไม่จงใจพูดมุสา แต่สมัยต่อ
มา เราเห็นเขาถูก ลาภ สักการะและชื่อเสียงครอบงำ ย่ำยีจิตแล้ว ก็กล่าวมุสาทั้งที่รู้ได้ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียงทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๒

226
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 227 (เล่ม 16)

๓. สุวัณณนิกขสูตร
[๕๖๔] … ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้
อย่างนี้ว่า แม้เพราะแท่งทองคำเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. สุวัณณนิกขสตสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า
แม้เพราะร้อยแห่งแท่งทองคำเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. สิงคินิกขสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า แม้
เพราะแท่งแห่งทองสิงคิเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๕
๖. สิงคินิกขสตสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า
แม้เพราะร้อยแท่งแห่งทองสิงคิเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๖

227
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 228 (เล่ม 16)

๗. ปฐวีสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า
แม้เพราะแผ่นดินที่เต็มด้วยทองเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๗
๘. อามิสกิญจิกขสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า
แม้เพราะเห็นแก่ของกำนัลเพียงเล็กน้อยเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๘
๙. ชีวิตสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า
แม้เพราะเหตุแห่งชีวิตเป็นเหตุ … ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. ชนปทกัลยาณีสูตร
… ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากำหนดรู้ใจด้วยใจแล้ว ย่อมรู้บุคคลบางคนในโลกนี้อย่างนี้ว่า
แม้เพราะนางงามประจำชนบทเป็นเหตุ ท่านผู้นี้ก็ไม่จงใจพูดมุสา แต่สมัยต่อมา เราเห็นเขาถูก
ลาภ สักการะและชื่อเสียงครอบงำย่ำยีจิตแล้ว ก็กล่าวมุสาทั้งที่รู้ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ
และชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯอย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบทุติยวรรคที่ ๒
_________

228
ฉบับหลวง
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค - หน้าที่ 229 (เล่ม 16)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. สุวัณณปาติสูตร ๒. รูปิยปาติสูตร
๓. สุวัณณนิกขสูตร ๔. สุวัณณนิกขสตสูตร
๕. สิงคินิกขสูตร ๖. สังคินิกขสตสูตร
๗. ปฐวีสูตร ๘. อามิสกิญจิกขสูตร
๙. ชีวิตสูตร ๑๐. ชนปทกัลยาณีสูตร ฯ
________

229