สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๖ บรรดากองอาบัติ ๗ คือ บางทีด้วยกองอาบัติปาราชิก
บางทีด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสส บางทีด้วยกองอาบัติถุลลัจจัย บางทีด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์
บางทีด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะ บางทีด้วยกองอาบัติทุกกฏ.
เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง บรรดาสมุฏฐานอาบัติ ๖ คือ เกิดแต่กายวาจาและจิต.
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ บางทีด้วย
สัมมุขาวินัย ๑ ด้วยปฏิญญาตกรณะ ๑ บางทีด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ ๑.
กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒ จบ
—————-
อาปัตติสมุฏฐานคาถา
[๘๗๓] สมุฏฐานเกิดแต่กาย อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพ
พาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิด
แต่สมุฏฐานนั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์
ขอท่านบอกข้อนั้น.
สมุฏฐานเกิดแต่กาย อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรง
เกื้อกูลสัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐานนั้น
มี ๕. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน.
สมุฏฐานเกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน
ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่สมุฏฐาน
นั้นมีเท่าไร? ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอก
ข้อนั้น.
สมุฏฐานเกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน
ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดแต่
สมุฏฐานนั้นมี ๔. ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าบอกข้อนั้นแก่ท่าน.
สมุฏฐานเกิดแต่กาย เกิดแต่วาจา อันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็น
พระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว