[๖๖๐] ร. ผ้าปูนั่งไม่มีชาย ควรหรือไม่ ขอรับ
ส. ไม่ควร ขอรับ
ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน
ส. ในเมืองสาวัตถี ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์
ร. ต้องอาบัติอะไร
ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ที่ต้องตัดเสีย
ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๙ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้
วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๙ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
[๖๖๑] ร. ทองและเงิน ควรหรือไม่ ขอรับ
ส. ไม่ควร ขอรับ
ร. ทรงห้ามไว้ที่ไหน
ส. ในเมืองราชคฤห์ ปรากฏในคัมภีร์สุตตวิภังค์
ร. ต้องอาบัติอะไร
ส. ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เพราะรับทองและเงิน
ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุที่ ๑๐ นี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว แม้เพราะเหตุนี้
วัตถุนี้จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ข้อที่ ๑๐ นี้ ข้าพเจ้าขอลงคะแนน ฯ
[๖๖๒] ร. ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า วัตถุ ๑๐ ประการนี้ สงฆ์วินิจฉัยแล้ว
แม้เพราะเหตุนี้ วัตถุ ๑๐ ประการนี้ จึงผิดธรรม ผิดวินัย หลีกเลี่ยงสัตถุศาสน์ ฯ
[๖๖๓] พระสัพพกามีกล่าวว่า ท่านทั้งหลาย อธิกรณ์นั่นสงฆ์ชำระแล้ว สงบระงับ
เรียบร้อยดีแล้ว อนึ่ง ท่านพึงถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้กะผม แม้ใน ท่ามกลางสงฆ์ เพื่อประกาศ
ให้ภิกษุเหล่านั้นรู้ทั่วกัน
ครั้งนั้น ท่านพระเรวตะได้ถามวัตถุ ๑๐ ประการนี้กะท่านพระสัพพกามี แม้ในท่ามกลาง
สงฆ์ ท่านพระสัพพกามี อันท่านพระเรวตะถามแล้วๆ ได้วิสัชนา แล้ว
ก็ในสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ มีภิกษุ ๗๐๐ รูป ไม่หย่อน ไม่เกิน เพราะ ฉะนั้น
การสังคายนาพระวินัยครั้งนี้ บัณฑิตจึงเรียกว่า แจง ๗๐๐ ดังนี้แล ฯ
สัตตสติกขันธกะ ที่ ๑๒ จบ
ในขันธกะนี้มี ๒๕ เรื่อง