พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 216 (เล่ม 6)

สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส
[๔๖๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แล สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ พึง ให้ปริวาสอย่างนี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุ ไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึก
ที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ สงสัยในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้สุทธันต
ปริวาส
ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรี ไม่ได้ ไม่สงสัย
ในที่สุดอาบัติ สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้สุทธันตปริวาส
ที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีไม่รู้ ที่สุดอาบัติ บางอย่างระลึกได้
บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติ บางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย
ในที่สุดราตรีสงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส
ที่สุดอาบัติภิกษุไม่รู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติ ระลึกไม่ได้ ที่สุด
ราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติสงสัย ในที่สุดราตรีบางอย่างสงสัย
บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส
ที่สุดอาบัติภิกษุรู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดอาบัติระลึกได้ ที่สุดราตรี
บางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุดอาบัติไม่สงสัย ในที่สุด ราตรีบางอย่างสงสัย
บางอย่างไม่สงสัย พึงให้สุทธันตปริวาส
ที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีบางอย่างรู้ บางอย่าง ไม่รู้ ที่สุดอาบัติ
บางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีบางอย่างระลึกได้ บางอย่างระลึกไม่ได้ ในที่สุด
อาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุด ราตรีบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย พึงให้
สุทธันตปริวาส
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้แล ฯ
สงฆ์ให้ปริวาส
[๔๗๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุรู้ที่สุด อาบัติ รู้ที่สุดราตรี
ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ ไม่สงสัยในที่สุด อาบัติ ไม่สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้
ปริวาส

216
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 217 (เล่ม 6)

ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ สงสัยใน
ที่สุดอาบัติ ไม่สงสัยในที่สุดราตรี พึงให้ปริวาส
ที่สุดอาบัติบางอย่างภิกษุรู้ บางอย่างไม่รู้ ที่สุดราตรีรู้ ที่สุดอาบัติบางอย่างระลึกได้ บาง
อย่างระลึกไม่ได้ ที่สุดราตรีระลึกได้ ในที่สุดอาบัติบางอย่างสงสัย บางอย่างไม่สงสัย ในที่สุด
ราตรีไม่สงสัย พึงให้ปริวาส
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างนี้แล ฯ
ปริวาส จบ
____________
เรื่องภิกษุอยู่ปริวาสสึก
[๔๗๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งสึกกำลังอยู่ปริวาส เธอกลับมา ขออุปสมบทต่อ
ภิกษุทั้งหลายอีก ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มี พระภาคๆ ตรัสดังต่อไปนี้:-
[๔๗๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สึกกำลังอยู่ปริวาส ปริวาสของผู้สึก
ใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว
ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือ ต่อไป
สึกบวชเป็นสามเณร
[๔๗๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส สึก บวชเป็นสามเณร
ปริวาสของสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาส เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป ฯ
วิกลจริต
[๔๗๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส เกิดวิกลจริต ปริวาส
ของผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาสเดิม นั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป ฯ
มีจิตฟุ้งซ่าน
[๔๗๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส มีจิต ฟุ้งซ่าน ปริวาส
ของเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ให้ปริวาส เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาส
ที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป ฯ

217
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 218 (เล่ม 6)

กระสับกระส่ายเพราะเวทนา
[๔๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส เกิดกระสับกระส่าย
เพราะเวทนา ปริวาสของเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอไม่กระสับกระส่ายเพราะ
เวทนาอีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาส ที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่
ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือต่อไป ฯ
สงฆ์ยกวัตรฐานไม่เห็นอาบัติ
[๔๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน
ไม่เห็นอาบัติ ปริวาสของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้น
แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือ
ต่อไป ฯ
สงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำอาบัติคืน
[๔๗๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน
ไม่ทำคืนอาบัติ ปริวาสของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้น
แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้วที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาสที่เหลือ
ต่อไป ฯ
สงฆ์ยกวัตรฐานไม่สละทิฐิเลวทราม
[๔๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน
ไม่สละทิฐิเลวทราม ปริวาสของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาส
เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้วที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงอยู่ปริวาส
ที่เหลือต่อไป ฯ
ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึก
[๔๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกเสีย การ
ชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม ฯ
สึกบวชเป็นสามเณรและวิกลจริตเป็นต้น
[๔๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมสึกบวชเป็น
สามเณร การชักเข้าหาอาบัติเดิมของสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้น

218
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 219 (เล่ม 6)

แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้วที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชัก
เข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม เกิดวิกลจริต การชักเข้า
หาอาบัติเดิมของเธอผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม มีจิต ฟุ้งซ่าน การชัก
เข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่าน อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ
แก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหา
อาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม เกิดกระสับกระส่าย
เพราะเวทนา การชักเข้าอาบัติเดิมของเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะ เวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอไม่
กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว
ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้น สงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่
เห็นอาบัติ การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาส
เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้น
สงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่ทำ
คืนอาบัติ การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาส
เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว ภิกษุนั้น
สงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรชักเข้าหาอาบัติเดิม ถูกสงฆ์ยกวัตรฐานไม่
สละทิฐิเลวทราม การชักเข้าหาอาบัติเดิมของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก
ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว
ภิกษุนั้นสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม ฯ

219
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 220 (เล่ม 6)

ควรมานัตสึก
[๔๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัตสึกเสียการให้มานัตแก่เธอ
ผู้สึกแล้วใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอัน
ให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น ฯ
ควรมานัตสึกบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
[๔๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัตสึกบวชเป็นสามเณร การให้
มานัตแก่สามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้วพึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต เกิดวิกลจริต การให้มานัตแก่เธอ
ผู้วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ แก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็น
อันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้ มานัตแก่ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต มีจิตฟุ้งซ่าน การให้มานัตแก่เธอผู้
มีจิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ให้ปริวาสเดิม นั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต กระสับกระส่าย เพราะเวทนา การ
ให้มานัตแก่เธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอ ไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก
ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว
พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่เห็นอาบัติ
การให้มานัตแก่เธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่ทำคืนอาบัติ
การให้มานัตแก่เธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น

220
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 221 (เล่ม 6)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่สละทิฐิ
เลวทราม การให้มานัตแก่เธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียก เข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้น
แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว พึงให้มานัตแก่ภิกษุนั้น
กำลังประพฤติมานัตสึก
[๔๘๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สึกกำลังประพฤติมานัต การประพฤติ
มานัตของเธอผู้สึกแล้ว ใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาส เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาส
ที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่
ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป ฯ
สึกบวชเป็นสามเณรและวิกลจริตเป็นต้น
[๔๘๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต สึกบวชเป็น
สามเณร การประพฤติมานัตของสามเณร ใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบท ใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้น
แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอัน ประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต เกิดวิกลจริต การประพฤติ
มานัตของเธอผู้เกิดวิกลจริต ใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาส เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาส
ที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดี แล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว
ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต มีจิตฟุ้งซ่าน การประพฤติ
มานัตของเธอผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ให้ ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็น อันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว
ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติ ดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต กระสับกระส่ายเพราะ
เวทนา การประพฤติมานัตของเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา ใช้ไม่ได้ หากเธอไม่กระสับ
กระส่ายเพราะเวทนาอีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่
แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว
พึงประพฤติมานัตที่เหลือ ต่อไป

221
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 222 (เล่ม 6)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต ถูกสงฆ์ ยกวัตรฐานไม่เห็น
อาบัติ การประพฤติมานัตของเธอผู้ถูกยกวัตร ใช้ไม่ได้ หากเธอ ถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาส
เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่
ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติ แล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต ถูกสงฆ์ ยกวัตรฐานไม่ทำ
คืนอาบัติ การประพฤติมานัตของเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอ ถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิม
นั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดี แล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติ แล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่เหลือต่อไป
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังประพฤติมานัต ถูกสงฆ์ ยกวัตรฐานไม่สละ
ทิฐิเลวทราม การประพฤติมานัตของเธอผู้ถูกยกวัตร ใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้
ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอัน ให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว
มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติ แล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว พึงประพฤติมานัตที่
เหลือต่อไป ฯ
ควรอัพภานสึก
[๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภานสึกเสีย การอัพภานเธอผู้
สึกแล้ว ใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ แก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็น
อันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว
เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภาน ภิกษุนั้น ฯ
ควรอัพภานสึกบวชเป็นสามเณรเป็นต้น
[๔๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน สึกบวช เป็นสามเณร
การอัพภานสามเณรใช้ไม่ได้ หากเธออุปสมบทใหม่ ให้ปริวาส เดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้
แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติ
แล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึง อัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน เกิดวิกลจริต การอัพภานเธอผู้
วิกลจริตใช้ไม่ได้ หากเธอหายวิกลจริต ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละ แก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็น
อันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว
เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึง อัพภานภิกษุนั้น

222
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 223 (เล่ม 6)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน มีจิตฟุ้งซ่าน การอัพภานเธอผู้มี
จิตฟุ้งซ่านใช้ไม่ได้ หากเธอมีจิตไม่ฟุ้งซ่านอีก ให้ปริวาสเดิมนั้น แหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว
เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัต ที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว
เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภาน ภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน กระสับกระส่าย เพราะเวทนา การ
อัพภานเธอผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนาใช้ไม่ได้ หากเธอ ไม่กระสับกระส่ายเพราะเวทนาอีก ให้
ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ ปริวาสที่ให้แล้ว เป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้ว เป็นอันอยู่ดีแล้ว มานัต
ที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่ประพฤติแล้ว เป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่เห็นอาบัติ
การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอัน อยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว
ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่ทำคืนอาบัติ
การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่เธอ
ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็นอัน อยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว
ที่ประพฤติแล้วเป็นอันประพฤติดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรอัพภาน ถูกสงฆ์ยกวัตรฐาน ไม่สละทิฐิเลว
ทราม การอัพภานเธอผู้ถูกยกวัตรใช้ไม่ได้ หากเธอถูกเรียกเข้าหมู่อีก ให้ปริวาสเดิมนั้นแหละแก่
เธอ ปริวาสที่ให้แล้วเป็นอันให้ดีแล้ว ที่อยู่แล้วเป็น อันอยู่ดีแล้ว มานัตที่ให้แล้วเป็นอันให้
ดีแล้ว ที่ประพฤติดีแล้วเป็นอันประพฤติ ดีแล้ว สงฆ์พึงอัพภานภิกษุนั้น ฯ
ตัวอย่าง ๔๐ เรื่อง จบ
__________________
กำลังอยู่ปริวาสต้องอาบัติ
[๔๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง มีประมาณไม่ได้ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์ พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม ฯ
[๔๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

223
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 224 (เล่ม 6)

หลายตัวในระหว่าง มีประมาณปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้า หาอาบัติเดิม และให้ปริวาสประ
มวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ ปิดบังไว้แก่เธอ ฯ
[๔๙๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง มีประมาณปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหา
อาบัติเดิม และให้ปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วย กัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ ฯ
[๔๙๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง ไม่มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์ พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม ฯ
[๔๙๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง ไม่มีประมาณปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์ พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม และให้ปริวาส
ประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติ ตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ ฯ
[๔๙๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง ไม่มีประมาณปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหา
อาบัติเดิม และให้ปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ ฯ
[๔๙๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ไม่ได้ ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้า
หาอาบัติเดิม ฯ
[๔๙๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติ
เดิม และให้ปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ ฯ
[๔๙๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ กำลังอยู่ปริวาส ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
หลายตัวในระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบัง ไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ภิกษุนั้น
อันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม และให้ปริวาส ประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบัง
ไว้แก่เธอ ฯ
ควรมานัต
[๔๙๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัตต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว
ในระหว่าง มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์ พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม

224
ฉบับหลวง
พระวินัยปิฎก เล่ม ๖ จุลวรรคภาค ๑ - หน้าที่ 225 (เล่ม 6)

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวใน
ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม และให้ปริวาสประมวล
อาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ภิกษุนั้นอันสงฆ์ พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม และ
ให้ปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติ ตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง ไม่มีประมาณ ไม่ได้ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง ไม่มีประมาณ ปิดบังไว้ ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม และให้ปริวาสประมวล
อาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง ไม่มีประมาณ ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้บ้าง ภิกษุนั้นอัน สงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
และให้ปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ไม่ได้ปิดบังไว้ ภิกษุนั้น อันสงฆ์พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้ ภิกษุอันสงฆ์ พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม และ
ให้ปริวาสประมวลอาบัติตัวก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติ ตามที่ปิดบังไว้แก่เธอ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ควรมานัต ต้องอาบัติสังฆาทิเสส หลายตัวใน
ระหว่าง มีประมาณบ้าง ไม่มีประมาณบ้าง ปิดบังไว้บ้าง ไม่ได้ปิดบัง ไว้บ้าง ภิกษุนั้นอันสงฆ์พึง
ชักเข้าหาอาบัติเดิม และให้ปริวาสประมวลอาบัติตัว ก่อนเข้าด้วยกัน เพื่ออาบัติตามที่ปิดบังไว้
แก่เธอ ฯ

225