โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๕ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๗ นัย.
[๘๔๕] นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ มาตุฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรม
แก่ปิตุฆาตกรรม แก่อรหันตฆาตกรรม แก่รุหิรุปปาทกรรม แก่สังฆเภทกรรม แก่มิจฉาทิฏฐิที่เป็น
นิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำจักรนัย.
ปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ทุติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ตติยมรรค
เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย.
นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ปลงมารดาจากชีวิต ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ทาน ฯลฯ
ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ เพื่อบำบัดกุศลกรรมนั้น
พระอริยะทั้งหลายเข้าไปอาศัยมรรคแล้ว ยังสมาบัติที่ไม่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้น ที่เกิดขึ้น
แล้ว ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ฐานาฐานโกสละ โดยอุปนิสสยปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ
โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธา ที่เป็นอนิยตธรรม ทาน
ฯลฯ ศีล อุโบสถกรรม ฌาน วิปัสสนา อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา สุขทางกาย
ทุกข์ทางกาย ฯลฯ เสนาสนะ ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ฆ่าคนในนิคม ฯลฯ