พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 546 (เล่ม 43)

บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอนิยยานิกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่
เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอารัมมณปัจจัย.
[๘๓๐] นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
พึงกระทำมูล
อธิปติธรรมที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้ว
กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น

546
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 547 (เล่ม 43)

กุศลกรรมที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายกระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำนิพพาน
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรมให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอธิปติปัจจัย
[๘๓๑] นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล โดยอนันตรปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยยานิกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อนิยยานิกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน ผล เป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลม เป็นปัจจัย
แก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ
โดยอนันตรปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๕ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๗ นัย.

547
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 548 (เล่ม 43)

[๘๓๒] นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ปฐมมรรค เป็นปัจจัย แก่ทุติยมรรค โดย
อุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย.
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายเข้าไปอาศัยมรรคแล้ว ยังสมาบัติ
ที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาเห็นสังขารทั้งหลาย โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง
มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา แก่ธัมมปฏิสัมภิทา แก่นิรุตติปฏิสัมภิทา แก่ปฏิภาณ
ปฏิสัมภิทา แก่ฐานาฐานโกสละ ของพระอริยะทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอนิยยานิกธรรมแล้ว
ให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฌาน วิปัสสนา อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอนิยยานิกธรรม ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา ฤดู
โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ แล้วให้ทาน ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธาที่เป็นอนิยยานิกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอนิยยานิกธรรม
ฯลฯ แก่ความปรารถนา ฯลฯ แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค
โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ บริกรรมแห่งจตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย.
[๘๓๓] อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ นัย

548
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 549 (เล่ม 43)

ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๒ นัย.
[๘๓๔] นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล โดยกัมมปัจจัย.
พึงกระทำมูล
เจตนาที่เป็นนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ฯลฯ
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ผล โดยกัมมปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปากปัจจัย มี ๑ นัย เท่านั้น
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ นัย

549
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 550 (เล่ม 43)

พึงกระทำเหมือนอรูปทุกะ.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย มี ๗ นัย
พึงกระทำเหมือนอรูปทุกะ.
หลักจำแนกหัวข้อปัจจัย มีบทต่างกันนั้น
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.
[๘๓๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๕
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๒
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๔
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในกัมมปัจจัย มี ” ๔
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย มี ” ๔
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๔
ในฌานปัจจัย มี ” ๔
ในมัคคปัจจัย มี ” ๔
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๒

550
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 551 (เล่ม 43)

ในวิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๓
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๗
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในวิคตปัจจัย มี ” ๓
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๗
[๘๓๖] นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
อุปนิสสยปัจจัย.
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.
นิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
อนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาต
ปัจจัย.
นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
นิยยานิกธรรม และอนิยยานิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยยานิกธรรม โดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
[๘๓๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี ” ๕

551
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 552 (เล่ม 43)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๔
[๘๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔.
[๘๓๙] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มี ” ๓
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕.
อนุโลมนาติกาพึงให้พิสดาร.
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗.
นิยยานิกทุกะ จบ

552
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 553 (เล่ม 43)

นิยตทุกะ
ปฏิจจวาร
[๘๔๐] นิยตธรรม อาศัยนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนิยตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
อนิยตธรรม อาศัยอนิยตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนิยตธรรม. พึงทำหัวข้อปัจจัยทั้ง ๕
ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตต
วารก็ดี พึงทำเหมือนนิยยานิกทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน หลักจำแนกหัวข้อปัจจัย ต่างกัน.
ปัญหาวาร
[๘๔๑] นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม โดยเหตุปัจจัย
มี ๔ นัย เหมือนกับนิยยานิกทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน.
[๘๔๒] นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้ว พิจารณามรรค พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็น
นิยตธรรม กิเลสทั้งหลายที่เกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยตธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นนิยตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ
แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วใน
กาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทาน
เป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส
ที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น

553
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 554 (เล่ม 43)

พระอริยะทั้งหลายพิจารณาผล พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอนิยตธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว กิเลส
ทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอนิยตธรรมโดยความ
เป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็น
ต้นนั้น ราคะที่เป็นอนิยตธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้นด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ
โดยอารัมมณปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอารัมมณปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่
มาตุฆาตกรรม แก่ปิตุฆาตกรรม แก่อรหันตฆาตกรรม แก่รุหิรุปปาทกรรม โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ยึดถือวัตถุ ใดวัตถุนั้นเป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมิจฉัตตนิยตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย.
[๘๔๓] นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม และอนิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.

554
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 555 (เล่ม 43)

ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้ว
กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นนิยตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
ในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายกระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำนิพพานให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยตธรรม ให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นอนิยตธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัย แก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค โดยอธิปติปัจจัย.
[๘๔๔] นิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนิยตธรรม เป็น
ปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิยตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิยตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อนิยตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแต่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน ผล เป็นปัจจัยแก่ผล
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็น
ปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่นิยตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โทมนัสที่เป็นอนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่โทมนัสที่เป็นนิยตธรรม มิจฉาทิฏฐิที่เป็น
อนิยตธรรม เป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิที่เป็นอนิยตธรรม โดยอนันตรปัจจัย

555