พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 506 (เล่ม 43)

[๗๖๒] รูปาวจรธรรม อาศัยรูปาวจรธรรม เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
เหมือนกับปฏิจจวาร.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
รูปาวจรธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรมเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นรูปาวจรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม
ซึ่งเป็นวิบาก อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.
รูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม อาศัยรูปาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.
รูปาวจรธรรม อาศัยรูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นรูปาวจรธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม และ
หทัยวัตถุ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นรูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นรูปาวจรธรรมและหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม อาศัยรูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบากและมหาภูตรูป
ทั้งหลาย ปฏิสนธิ.
รูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม อาศัยรูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
รูปาวจรธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นรูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบากและหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรมซึ่งเป็นวิบาก และ
มหาภูตรูปทั้งหลาย ปฏิสนธิ.

506
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 507 (เล่ม 43)

[๗๖๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
พึงกำหนดคำว่า วิบาก ในอรูปภูมิล้วนด้วย ในภูมิที่เจือปนกันด้วย.
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
สังสัฏฐวาร
[๗๖๔] รูปาวจรธรรม คลุกเคล้ากับรูปาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นรูปาวจรธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เกิดขึ้น เพราะ

507
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 508 (เล่ม 43)

เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ปฏิสนธิ.
[๗๖๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๒
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๒.
[๗๖๖] ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย.
[๗๖๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๑.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำ.
ปัญหาวาร
[๗๖๘] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ปฏิสนธิ.
พึงกระทำมูล

508
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 509 (เล่ม 43)

เหตุทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุ
ปัจจัยปฏิสนธิ.
พึงกระทำมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัยปฏิสนธิ.
[๗๖๙] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นรูปาวจรธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพ
นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย.
รูปาวจรธรรมเป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาปฐมญาณ พิจารณาจตุตถฌาน พิจารณาทิพยจักขุ พิจารณาทิพพ
โสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ
พิจารณาอนาคตังสญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอารัมมณปัจจัย.
คือ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณาซึ่งกุศลกรรมทั้งหลาย
ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น
ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ
โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลาย
ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ

509
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 510 (เล่ม 43)

จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญานัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัย
แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่ จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
[๗๗๐] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำปฐมฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว
พิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำฌานนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
จตุตถฌาน ฯลฯ ทิพพจักขุ ทิพพโสตธาตุ อิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ บุคคลกระทำอนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้น
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น
ทิฏฐิ ฯลฯ.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.

510
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 511 (เล่ม 43)

รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ บุคคล
กระทำกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อนให้หนักแน่นแล้ว พิจารณา ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น
ทิฏฐิ ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
ผล ฯลฯ นิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรมเป็นอารมณ์
อย่างให้หนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
บุคคลกระทำอากาสานัญจายตนะ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา กระทำ
เนวสัญญานาสัญญายตนะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
[๗๗๑] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
รูปาวจรธรรม ที่เกิดก่อนหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.
รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย ภวังค์ที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม
เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอนันตรปัจจัย.

511
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 512 (เล่ม 43)

ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่
รูปาวจรธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่ผล
สมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นรูปาวจรธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นรูปาวจรธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
บริกรรมแห่งปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน โดยอนันตรปัจจัย แห่งจตุตถฌาน ฯลฯ
แห่งทิพพจักขุ แห่งทิพพโสตธาตุ แห่งอิทธิวิธญาณ แห่งเจโตปริยญาณ แห่งบุพเพนิวาสานุส
สติญาณ แห่งยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ บริกรรมแห่งอนาคตังสญาณ เป็นปัจจัยแก่
อนาคตังสญาณ โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๗ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๖ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๗ นัย
[๗๗๒] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่
บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นรูปาวจรธรรมแล้ว ยังฌานที่เป็นรูปาวจรธรรมให้เกิดขึ้น อภิญญา
ฯลฯ
ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ ปัญญาแล้ว ยังฌานที่เป็นรูปาวจรธรรม
ให้เกิดขึ้น ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
ศรัทธาที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ
แก่ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย
ปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน โดยอุปนิสสยปัจจัย ทุติยฌาน เป็นปัจจัยแก่ตติยฌาน
โดยอุปนิสสยปัจจัย ตติยฌาน เป็นปัจจัยแก่จตุตถฌาน โดยอุปนิสสยปัจจัย.

512
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 513 (เล่ม 43)

รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นรูปาวจรธรรมแล้ว
ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฌานที่เป็นรูปาวจรธรรม วิปัสสนา มรรค อภิญญา ฯลฯ
ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ ปัญญา แล้วให้ทาน ฯลฯ ก่อมานะ
ถือทิฏฐิ
ศรัทธาที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ฯลฯ
แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผล
สมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ทาน ฯลฯ
ศีล อุโบสถกรรม ฌานที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม วิปัสสนา มรรค อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้
เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ฯลฯ ปัญญา ทาน ฯลฯ ก่อมานะ
ถือทิฏฐิ
ศรัทธาที่ไม่รูปาวจรธรรม ฯลฯ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ปัญญาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม
แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดย
อุปนิสสยปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรมแล้ว
ยังฌานที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ฯลฯ เสนาสนะ แล้วยังฌานที่เป็นรูปาวจร
ธรรม ฯลฯ อภิญญา ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น

513
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 514 (เล่ม 43)

ศรัทธาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นรูปาวจรธรรม ฯลฯ
แก่ปัญญา โดยอุปนิสสยปัจจัย
บริกรรมแห่งปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน โดยอุปนิสสยปัจจัย ฯลฯ แห่ง
จตุตถฌาน ฯลฯ บริกรรมแห่งทิพพจักขุ แห่งทิพพโสตธาตุ แห่งอิทธิวิธญาณ แห่งเจโตปริยญาณ
แห่งบุพเพนิวาสานุสสติญาณ แห่งยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ บริกรรมแห่งอนาคตังสญาณ เป็น
ปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
[๗๗๓] ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ ฯลฯ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นรูปาวจรธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๓ นัย.
[๗๗๔] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
รูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก โดยกัมมปัจจัย.

514
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 515 (เล่ม 43)

รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย ปฏิสนธิ.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย.
รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปาวจรธรรม และธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ปฏิสนธิ.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่เป็นรูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
รูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย ปฏิสนธิ.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่
รูปาวจรธรรม ซึ่งเป็นวิบาก และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปากปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๒ นัย.
[๗๗๕] รูปาวจรธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่รูปาวจรธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ

515