พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 436 (เล่ม 43)

ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิตักกธรรม และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
และวิตก โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ แม้ในปฏิสนธิมี ๒ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.
[๖๖๖] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๙
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในกัมมปัจจัย มี ” ๔
ในวิปากปัจจัย มี ” ๙
ในอาหารปัจจัย มี ” ๔
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๔
ในฌานปัจจัย มี ” ๙
ในมัคคปัจจัย มี ” ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๖
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙

436
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 437 (เล่ม 43)

ในนัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในวิคตปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๖๖๗] สวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.
สวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.
สวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.
อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาต
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
อวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.
สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกธรรม และอวิตักกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
[๖๖๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๙.

437
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 438 (เล่ม 43)

[๖๖๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔.
[๖๗๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙.
อนุโลมมาติกาพึงให้พิสดาร.
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มี ” ๙
สวิตักกทุกะ จบ
สวิจารทุกะ
ปฏิจจวาร
[๖๗๑] สวิจารธรรม อาศัยสวิจารธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสวิจารธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สวิตักกทุกะ ฉันใด พึงกระทำฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน
ในมัคคปัจจัย ในที่นี้ พึงกระทำ ๔ นัย ในสวิจารทุกะ บทนี้ไม่มีแตกต่างกัน.
สวิจารทุกะ จบ
สัปปีติกทุกะ
ปฏิจจวาร
[๖๗๒] สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

438
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 439 (เล่ม 43)

คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ปีติ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสัปปีติกธรรม ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และปีติ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อัปปีติกธรรม อาศัยอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปีติกธรรม จิตตสมุฏฐานรูป
อาศัยปีติ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปีติกธรรม ขันธ์ ๒
ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยปีติ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ หทัยวัตถุ
อาศัยปีติ ปีติอาศัยหทัยวัตถุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ.
พึงทำสัปปีติกทุกะ เหมือนกับสวิตักกทุกะ ในที่ทั้งปวง
ในปัจจัยทั้งปวง ปวัตติ ปฏิสนธิ มีวาระ ๙.
[๖๗๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙ ฯลฯ
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๖
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในวิปากปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๖๗๔] สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ

439
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 440 (เล่ม 43)

อัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ปีติและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และปีติ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่ง
เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
อัปปีติกธรรม อาศัยอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปีติ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปีติกธรรม
ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัย
หทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
สัปปีติกธรรม อาศัยอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม อาศัยปีติ ซึ่งเป็นอเหตุกะ.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยปีติ.
สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
อัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติ
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และมหาภูตรูป
ทั้งหลาย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรมและอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย

440
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 441 (เล่ม 43)

คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
และปีติ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ และ
ปีติ และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
[๖๗๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัจจยวาร
[๖๗๖] สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ.

441
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 442 (เล่ม 43)

ปวัตติ ปฏิสนธิ เหมือนกับอนุโลมปัจจยวาร ในสวิตักกทุกะ มีหัวข้อปัจจัย ๙ บริบูรณ์
ปีติ ไม่มีแตกต่างกัน.
[๖๗๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๖๗๘] สัปปีติกธรรม อาศัยสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
เหมือนกับปฏิจจวาร.
อัปปีติกธรรม อาศัยอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย.
พึงทำปวัตติ ปฏิสนธิ เหมือนกับปฏิจจวาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์.
จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม
ซึ่งเป็นอเหตุกะ และปีติ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ.
มีหัวข้อปัจจัย ๙ เหมือนกับอนุโลม เป็นปวัตติเท่านั้น ปฏิสนธิ ไม่มีโมหะ มี ๑ นัย
เท่านั้น.
[๖๗๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑

442
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 443 (เล่ม 43)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
สังสัฏฐวาร
[๖๘๐] สัปปีติกธรรม คลุกเคล้ากับสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย.
[๖๘๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๖
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๖.
[๖๘๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๖.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.

443
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 444 (เล่ม 43)

ปัญหาวาร
[๖๘๓] สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
พึงกระทำมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และปีติ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๖๘๔] สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม
เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และ
ปีติ เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ กระทำอุปโบสถกรรมแล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น
ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น โทมนัส
เกิดขึ้น

444
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 445 (เล่ม 43)

บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ แล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นอัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่
อาวัชชนะ และแก่ปีติ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ
ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ และแก่ปีติ
โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม
และปีติ เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น
ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ แล้ว
พิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล
โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม

445