พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 356 (เล่ม 43)

ในฌานปัจจัย มีวาระ ๓
ในมัคคปัจจัย มี ” ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๙
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในวิคตปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๕๕๖] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
หัวข้อปัจจัยทั้ง ๙ พึงกระทำเป็น ๓ บทเหมือนกัน.
[๕๕๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๕๕๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓

356
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 357 (เล่ม 43)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
[๕๕๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙.
พึงกระทำอนุโลมาติกา.
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙.
กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ จบ.
กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๖๐] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและกิเลสสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
กิเลสสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ.
เหมือนกับกิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน พึงให้พิสดารทุกวาระ.
กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ.
กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๖๑] กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรม อาศัยกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย

357
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 358 (เล่ม 43)

คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
โลกิยทุกะ ฉันใด ทุกะนี้ ก็ฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน.
กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ จบ.
ทัสสนทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๖๒] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนน
ปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต
รูป ๑ ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

358
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 359 (เล่ม 43)

คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูป
ทั้งหลาย.
ฯลฯ
[๕๖๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๒
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๒
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๕
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๒
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๕
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในกัมมปัจจัย มี ” ๕
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย มี ” ๕
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๕.
[๕๖๔] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
ด้วยอุทธัจจะ.
[๕๖๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓

359
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 360 (เล่ม 43)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัจจยวาร
[๕๖๖] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย

360
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 361 (เล่ม 43)

คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพ
ธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยหทัยวัตถุ.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพ
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒
ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูป
ทั้งหลาย.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนน
ปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
[๕๖๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๔

361
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 362 (เล่ม 43)

ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๕๖๘] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิด
ขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
ซึ่งเป็นอเหตุกะ ตลอดถึงอสัญญสัตว์
จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ
โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยหทัยวัตถุ.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยหทัยวัตถุ.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม อาศัยทัสสเนนปหาตัพพธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนน
ปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และ
หทัยวัตถุ.
[๕๖๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๓

362
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 363 (เล่ม 43)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
สังสัฏฐวาร
[๕๗๐] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ.
[๕๗๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๒.

363
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 364 (เล่ม 43)

[๕๗๒] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ.
[๕๗๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัญหาวาร
[๕๗๔] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ.
[๕๗๕] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย

364
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 365 (เล่ม 43)

คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เพราะปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ
โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งเป็นทิฏฐิที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เพราะปรารภทิฏฐินั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ
โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะปรารภวิจิกิจฉา วิจิกิจฉา เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ
ธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น.
ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสแล้ว ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม กิเลส
ทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
เห็นแจ้งซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
รู้แจ้งซึ่งจิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดย
เจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพ
นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลธรรมนั้น
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น ราคะที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น โทมนัสที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
กุศลธรรมที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลและ
อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่ไม่ใช่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม พิจารณา
กิเลสที่ข่มแล้ว กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ

365