พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 346 (เล่ม 43)

[๕๓๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔.
[๕๓๙] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่
เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕.
พึงกระทำอนุโลมมาติกา.
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗.
สังกิลิฏฐทุกะ จบ
กิเลสสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๔๐] กิเลสสัมปยุตตธรรม อาศัยกิเลสสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกิเลสสัมปยุตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
กิเลสวิปปยุตตธรรม อาศัยกิเลสสัมปยุตตธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกิเลสสัมปยุตตธรรม.
กิเลสสัมปยุตตทุกะ เหมือนสังกิลิฏฐทุกะไม่มีแตกต่างกัน.
กิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ

346
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 347 (เล่ม 43)

กิเลสสังกิเลสิกทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๔๑] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลส
สิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม และธรรมที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะ.
โดยนัยดังกล่าวมานี้ ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี
สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับกิเลสทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
หลักจำแนกหัวข้อปัจจัย ต่างกัน.
ปัญหาวาร
[๕๔๒] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลสและ
สังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย
ที่เป็นสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย.
โดยนัยดังกล่าวมานี้ มี ๔ นัย เหมือนกับกิเลสทุกะ.

347
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 348 (เล่ม 43)

[๕๔๓] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิเลสิกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิก
แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลธรรมที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาล
ก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทาน
เป็นต้นนั้น ราคะ เกิดขึ้น อุทธัจจะ ฯลฯ
ในเมื่อฌานเสื่อมไป โทมนัส เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มีความเดือดร้อน
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
สองอย่างนอกนี้ เหมือนกับกิเลสทุกะ. แม้อารัมมณปัจจัย ที่เป็นปัจจัยสงเคราะห์
ก็เหมือนกับกิเลสทุกะ.
[๕๔๔] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม ที่เป็นทั้งกิเลส
และสังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี อย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ มี ๓ นัย.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลสิก แต่ไม่ใช่
กิเลสธรรม โดยอธิปติปัจจัย

348
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 349 (เล่ม 43)

มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กุศลธรรม
ที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ออกจากฌาน กระทำฌาน ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
แล้วพิจารณา
พระเสขบุคคลทั้งหลายกระทำโคตรภู ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำ
โวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่
กิเลสธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสังกิเลสิกแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
แม้สองอย่างนอกนี้ ก็เหมือนกับกิเลสทุกะ แม้อธิปติปัจจัย ที่เป็นปัจจัยสงเคราะห์
ก็เหมือนกัน.
[๕๔๕] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรม ที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิเลสิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับกิเลสทุกะ.
ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิเลสิกแต่ไม่ใช่
กิเลสธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิก แต่ไม่ใช่กิเลสธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิเลสิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย.
สองอย่างนอกนี้ เหมือนกับกิเลสทุกะ ในอนันตรปัจจัย ไม่มีแตกต่างกัน.
แม้อนันตรปัจจัย ที่เป็นปัจจัยสงเคราะห์ ปัจจัยทั้งปวง ก็เป็นเช่นกับกิเลสทุกะ ไม่มี
แตกต่างกัน. ในอุปนิสสยปัจจัย โลกุตตรธรรม ไม่มี ทุกะนี้เหมือนกับกิเลสทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน.
กิเลสสังกิเลสิกทุกะ จบ

349
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 350 (เล่ม 43)

กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๔๖] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐ
ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือโมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ.
พึงกระทำจักรนัย
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
อาศัยโลภะ.
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และกิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม
และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

350
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 351 (เล่ม 43)

คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม
และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม และกิเลสธรรม
ทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
สังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
พึงกระทำจักรนัย.
[๕๔๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในอาหารปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๕๔๘] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และสังกิลิฏฐ
ธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยวิจิกิจฉา โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาศัยอุทธัจจะ.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.

351
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 352 (เล่ม 43)

ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม
และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐธรรม แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และวิจิกิจฉา และอุทธัจจะ.
[๕๔๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๙.
โดยนัยนี้ การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี
สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร.
ปัญหาวาร
[๕๕๐] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย
ที่เป็นสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่
กิเลสธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย.
ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐ
ธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยเหตุปัจจัย

352
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 353 (เล่ม 43)

คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
กิเลสธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย.
[๕๕๑] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม
เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมทั้งหลาย และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
เกิดขึ้น.
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่
กิเลสธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม กิเลสธรรมทั้งหลาย
เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม กิเลสธรรมทั้งหลาย
และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
แม้นอกจากนี้ ก็พึงกระทำเป็นหัวข้อปัจจัย ๓.
[๕๕๒] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม โดยอธิปติปัจจัย

353
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 354 (เล่ม 43)

มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ มี ๓ นัย.
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่
กิเลสธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลส
ธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ มี ๓ นัย
อธิปติปัจจัยทั้งสอง พึงทำเป็นหัวข้อปัจจัยทั้ง ๓.
ทั้งสองอย่างนอกนี้ พึงทำเป็นหัวข้อปัจจัย ๓.
[๕๕๓] ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและสังกิลิฏฐธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม โดยอนันตรปัจจัย
พึงกระทำหัวข้อปัจจัยทั้ง ๙ อาวัชชนะก็ดี วุฏฐานะก็ดี ไม่มี.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙
การจำแนกรายละเอียด ไม่มี.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย.
[๕๕๔] ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะ
แต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยกัมมปัจจัย.
ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย ที่
เป็นสัมปยุตตธรรม โดยกัมมปัจจัย.

354
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 355 (เล่ม 43)

ธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งกิเลสและ
สังกิลิฏฐธรรม และธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นสังกิลิฏฐะแต่ไม่ใช่กิเลสธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
และกิเลสธรรมทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.
[๕๕๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๙
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในกัมมปัจจัย มี ” ๓
ในอาหารปัจจัย มี ” ๓
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๓

355