มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่
กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตติกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิตโดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพาหิรธรรม ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กาย
ที่เป็นอัชฌัตติกธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยวิปปยุตตปัจจัย.
พาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.
อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัชติกธรรม และ
พาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตติกธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ที่เกิดภายหลัง ฯลฯ.
อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่พาหิรธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม และพาหิรธรรม
โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตติกธรรม และ
พาหิรธรรม ฯลฯ
[๒๘๗] อัชฌัตติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตติกธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ จิต เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็น
อัชฌัตติกธรรม โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่จักขุ ฯลฯ กาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ เหมือนกับปุเรชาต
ไม่มีแตกต่างกัน.