พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 146 (เล่ม 43)

[๒๓๒] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ จิต อาศัยหทัยวัตถุ ปฏิสนธิ.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจิต ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยธรรม
ที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ
จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
ในปฏิสนธิขณะ มี ๑ นัย.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตต
สังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ และจักขุ
วิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตต
สังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และ หทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่
ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จักขุวิญญาณ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ
ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ จิต อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และ
หทัยวัตถุ

146
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 147 (เล่ม 43)

ในปฏิสนธิขณะ มี ๑ นัย.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัย
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ มี ๑ นัย.
ฯลฯ
[๒๓๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙.
[๒๓๔] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม อาศัยจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๙ ดังกล่าวมาแล้ว ในปัจจยวาร ก็พึงทำปัญจวิญญาณ โมหะมี
ทั้ง ๓ นัย.
[๒๓๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙

147
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 148 (เล่ม 43)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
สังสัฏฐวาร
[๒๓๖] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปฏิสนธิ.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิต คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ปฏิสนธิ.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับ
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ และจิต คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ขันธ์ ๒
ฯลฯ ปฏิสนธิ.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย คลุกเคล้ากับจิต ปฏิสนธิ.

148
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 149 (เล่ม 43)

จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิต ขันธ์ ๒
ฯลฯ ปฏิสนธิ.
[๒๓๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๕
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๕
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๕.
[๒๓๘] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม คลุกเคล้ากับจิตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ. โมหะมีทั้ง ๓ นัย.
[๒๓๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๕.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปัญหาวาร
[๒๔๐] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
เหตุปัจจัย

149
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 150 (เล่ม 43)

คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
พึงกระทำมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
พึงกระทำมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และ
จิต และรูปทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
[๒๔๑] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตต
สังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
จิต ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย ปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม
เกิดขึ้น.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณา นิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ฯลฯ.
อารัมมณปัจจัยในจิตตสหภุทุกะฉันใด พึงทำฉันนั้น ไม่มีแตกต่างกัน พึงกระทำหัวข้อ
ปัจจัยทั้ง ๙.
[๒๔๒] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ มี ๓ นัย.

150
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 151 (เล่ม 43)

พึงกระทำอธิปติปัจจัยทั้งสอง.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ มี ๓ นัย.
พึงกระทำอธิปติปัจจัยทั้งสอง.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ.
พึงกระทำอธิปติปัจจัยอย่างเดียวเท่านั้น พึงกระทำหัวข้อปัจจัยทั้ง ๙ เหมือนจิตตสหภุทุกะ
ไม่มีแตกต่างกัน.
[๒๔๓] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
อนันตรปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ เหมือนจิตตสหภุทุกะ.
เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ นัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๙ เหมือนกับจิตตสหภุทุกะ ไม่มีแตก
ต่างกัน.
[๒๔๔] ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐ
สมุฏฐานธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต มี ๓ นัย.
เหมือนกับจิตตสหภุทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน.
[๒๔๕] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
ธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย
เหมือนกับจิตตสหภุทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
ปัจฉาชาตมีทั้ง ๓ นัย เป็นเอกมูล ๒ เป็นปัจจัยสงเคราะห์ ๑.

151
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 152 (เล่ม 43)

เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย.
[๒๔๖] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
กัมมปัจจัย มี ๓ นัย
เหมือนกับจิตตสหภุทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
กัมมปัจจัยมี ๓ นัย ทั้งสหชาต และนานาขณิก.
เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ นัย
เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๙ นัย เหมือนกับข้อความตามบาลี ในจิตตสหภุทุกะ
กพฬิงการาหาร มี ๑ นัยเท่านั้น. เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๙ นัย
เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย
เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๓ นัย
เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย.
[๒๔๗] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
ธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
วิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็น
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.

152
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 153 (เล่ม 43)

ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ
โดยวิปปยุตตปัจจัย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐ
สมุฏฐานธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และ
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปปยุตต
ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย กายายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตต
ขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต.
ฯลฯ
[๒๔๘] จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
อัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่
ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.

153
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 154 (เล่ม 43)

ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐาน
ธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นปุเรชาต พึงกระทำเหมือนกับปุเรชาตปัจจัย.
ที่ย่อๆ ทั้งหมดควรให้พิสดาร.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม
โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย ไม่มีแตกต่างกัน.
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และ
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดย
อัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
อัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปุเรชาต เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย.

154
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ - หน้าที่ 155 (เล่ม 43)

จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขุวิญญาณ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒
ขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ และจิต เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ พึงทำทั้ง ๒ นัย.
จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะเป็น
ปัจจัยแก่ จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม ที่
สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ และจิต เป็นปัจจัยแก่รูปทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม
โดยอัตถิปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่
รูปทั้งหลาย ที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่จิต โดย
อัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ มี ๓ นัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิตเป็น
ปัจจัยแก่กาย ที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรม และจิต และ
กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่ไม่ใช่จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย.

155