พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 362 (เล่ม 42)

ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และ
โลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส และ
ปฏิฆะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถวิปปยุตตธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม
และโลภะ เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะ เป็นปัจจัยแก่
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัย
แก่โลภะ โดยอัตถิปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ปฏิฆะ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโลภะ ที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม
และโลภะ และขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะเป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน
โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม และกวฬิงการาหาร
เป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม และรูปชีวิตินทรีย์
เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม และ
คันถวิปปยุตตธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และ

362
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 363 (เล่ม 42)

โลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส และปฏิฆะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโลภะที่เป็นทิฏฐิคตวิปปยุตตธรรม และ
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และโลภะ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยโทมนัส และหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่
ฃขันธ์ ๓ และปฏิฆะ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๕๕๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๖
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในกัมมปัจจัย มี ” ๔
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย มี ” ๔
ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๔
ในฌานปัจจัย มี ” ๔
ในมัคคปัจจัย มี ” ๔
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๖
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๕

363
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 364 (เล่ม 42)

ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในวิคตปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
[๕๖๐] คันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
คันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถวิปปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
กัมมปัจจัย
คันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
คันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถวิปปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
คันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
คันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาต-
ปัจจัย
คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย
คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถวิปปยุตตธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย
คันถสัมปยุตตธรรม และคันถวิปปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่คันถสัมปยุตตธรรม และ

364
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 365 (เล่ม 42)

คันถวิปปยุตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย-
ปัจจัย
[๕๖๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๙
[๕๖๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๙

365
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 366 (เล่ม 42)

[๕๖๓] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
พึงกระทำอนุโลมมาติกาให้พิสดาร
ในอวิคตปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
คันถสัมปยุตตทุกะ จบ
คันถคันถนิยทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๖๔] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถนิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและ
คันถนิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อภิชฌากายคันถะ อาศัยสีลัพพตปรามาสกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ
อาศัยอภิชฌากายคันถะ อภิชฌากายคันถะ อาศัยอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกาย-
คันถะ อาศัยอภิชฌากายคันถะ
ธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและ
คันถนิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยคันถธรรมทั้งหลาย
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถนิยธรรม และธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่
คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นคันถธรรมและคันถนิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวาร
ก็ดี
เหมือนกับ คันถทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
ปัญหาวาร
[๕๖๕] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถนิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
คันถธรรม และคันถนิยธรรม โดยเหตุปัจจัย

366
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 367 (เล่ม 42)

คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตคันถธรรมทั้งหลาย โดย
เหตุปัจจัย
วาระ ๙ พึงให้พิสดารอย่างที่กล่าวมาแล้ว
[๕๖๖] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถนิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้ง
คันถธรรม และคันถนิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น
พึงถามถึงมูล
เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม
เกิดขึ้น
พึงถามถึงมูล
เพราะปรารภคันถธรรมทั้งหลาย คันถธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น
ธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม
แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่งกุศลกรรม
นั้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ ฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ
พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
ทั้งหมด พึงให้พิสดาร
เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม
และคันถนิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย

367
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 368 (เล่ม 42)

คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ กระทำอุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วย่อมยินดีย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
ซึ่งกุศลกรรมนั้น เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ
อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งขันธ์ทั้งหลาย ที่
เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เพราะปรารภความยินดีนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
ธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม
และคันถนิยธรรม และธรรมที่เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งขันธ์ทั้งหลาย ที่
เป็นคันถนิยธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เพราะปรารภความยินดีนั้น คันถธรรม และสัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย เกิดขึ้น
วาระ ๓ แม้นอกนี้ พึงให้พิสดารอย่างที่กล่าวมาแล้ว พึงกระทำเพราะปรารภ
ในทุกะนี้ โลกุตตระไม่มี เหมือนกับคันถทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน พึงกำหนดคำว่า
คันถนิยะ
ในมัคคปัจจัย พึงกระทำวาระ ๙
คันถคันถนิยทุกะ จบ
คันถคันถสัมปยุตตทุกะ
ปฏิจจวาร
[๕๖๗] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
คันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

368
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 369 (เล่ม 42)

คือ อภิชฌากายคันถะ อาศัยสีลัพพตปรามาสกายคันถะ สีลัพพตปรามาสกายคันถะ
อาศัยอภิชฌากายคันถะ อภิชฌากายคันถะ อาศัยอิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ อิทังสัจจาภินิเวสกาย
คันถะ อาศัยอภิชฌากายคันถะ
ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและ
คันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยคันถธรรมทั้งหลาย
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม
แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อภิชฌากายคันถะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยสีลัพพตปรามาสกายคันถะ
พึงผูกจักรนัย
ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรม ที่เป็นคันถสัมปยุตต-
ธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม
แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ คันถธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
คันถธรรม
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม
แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และคันถธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่
ไม่ใช่คันถธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและ
คันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย

369
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 370 (เล่ม 42)

คือ คันถธรรมทั้งหลาย อาศัยคันถธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและ
คันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม และคันถ-
ธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม
แต่ไม่ใช่คันถธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถ-
สัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และอภิชฌากายคันถะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่
คันถธรรม และสีลัพพตปรามาสกายคันถะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
พึงผูกจักรนัย
ฯลฯ
[๕๖๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในอาหารปัจจัย มี ” ๙
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
[๕๖๙] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งคันถ-
ธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย ฯลฯ
ในที่นี้ ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ไม่มี
[๕๗๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓

370
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 371 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๙
การนับทั้งสองแม้นอกนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวาร
ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวารอย่างที่กล่าวมาแล้ว
ปัญหาวาร
[๕๗๑] ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็น
ทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
คันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถ-
สัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถธรรม
และคันถสัมปยุตตธรรม และธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งคันถธรรม และคันถสัมปยุตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ และคันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นคันถ-
สัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ธรรมที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งคันถ-
ธรรมและคันถสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นคันถสัมปยุตตธรรม แต่ไม่ใช่คันถธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
คันถธรรมทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย

371