พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 172 (เล่ม 42)

ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัย
แก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตา-
รูปทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน
โดยวิปปยุตตปัจจัย
[๒๘๔] รูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ กวฬิงการาหาร เป็น
ปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
รูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
อรูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ ด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

172
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 173 (เล่ม 42)

อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน
โดยอัตถิปัจจัย
อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม และอรูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
รูปีธรรม และอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัย
แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม และกวฬิงการาหาร เป็นปัจจัย
แก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอรูปีธรรม และรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัย
แก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย
รูปีธรรม และอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ และจักขายตนะ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอรูปีธรรม ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ
และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็น
อรูปีธรรม และ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย

173
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 174 (เล่ม 42)

[๒๘๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๔
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย มีวาระ ๗
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๖
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๑
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๑
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๑
ในกัมมปัจจัย มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย มี ” ๓
ในอาหารปัจจัย มี ” ๔
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๖
ในฌานปัจจัย มี ” ๓
ในมัคคปัจจัย มี ” ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๗
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๗
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ

174
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 175 (เล่ม 42)

[๒๘๖] รูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหาร-
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
รูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
อรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
กัมมปัจจัย
รูปีธรรม และอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่รูปีธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
รูปีธรรม และอรูปีธรรม เป็นปัจจัยแก่อรูปีธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปุเรชาตปัจจัย
[๒๘๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๗ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๖

175
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 176 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๔
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๒๘๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๒๘๙] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
พึงกระทำอนุโลมมาติกา
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ปัจจนียานุโลม จบ
รูปีทุกะ จบ

176
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 177 (เล่ม 42)

โลกิยทุกะ
ปฏิจจวาร
[๒๙๐] โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต-
รูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
โลกุตตรธรรม อาศัยโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตรธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โลกิยธรรม อาศัยโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม
โลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม อาศัยโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตรธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ฯลฯ
[๒๙๑] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๒
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๒
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๕
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๒
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๕
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒

177
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 178 (เล่ม 42)

ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในกัมมปัจจัย มี ” ๕
ในวิปากปัจจัย มี ” ๕
ในอาหารปัจจัย มี ” ๕
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๕
ในฌานปัจจัย มี ” ๕
ในมัคคปัจจัย มี ” ๕
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๒
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๒
ในวิคตปัจจัย มี ” ๒
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๕
อนุโลม จบ
[๒๙๒] โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคต
ด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
ฯลฯ
[๒๙๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓

178
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 179 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๕
ในอาเสวนมูลกนัย ในโลกุตตระ ในสุทธกอรูปภูมิ พึงกำหนดคำว่า วิบาก ส่วนที่
เหลือนอกนั้น พึงกระทำตามปรกติ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๓
ปัจจนียะ จบ
[๒๙๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
บทที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย เป็นต้น เหมือนกับปัจจนียะ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
อนุโลมปัจจนียะ จบ

179
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 180 (เล่ม 42)

[๒๙๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ปัจจนียานุโลม จบ
สหชาตวาร เหมือนกับปฏิจจวาร
ปัจจยวาร
[๒๙๖] โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยธรรม ฯลฯ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นโลกิยธรรม อาศัย-
หทัยวัตถุ
โลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่
เป็นโลกุตตรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
โลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูต-
รูปทั้งหลาย
โลกุตตรธรรม อาศัยโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
โลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตรธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม อาศัยโลกิยธรรม และโลกุตตรธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกุตตรธรรม และหทัยวัตถุ ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏ-
ฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกุตตรธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ฯลฯ

180
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 181 (เล่ม 42)

[๒๙๗] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๔
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๔
ในสมนันตรปัจจัย มีวาระ ๔
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๔
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๔
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๔
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๔
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในวิปากปัจจัย มี ” ๙ ฯลฯ
ในมัคคปัจจัย มี ” ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๔
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๙
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๔
ในวิคตปัจจัย มี ” ๔
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
อนุโลม จบ
[๒๙๘] โลกิยธรรม อาศัยโลกิยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นโลกิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ จักขุ-
วิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายวิญญาณ อาศัยกายายตนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นโลกิยธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ โมหะ ที่ สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์
ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ
ฯลฯ

181