สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต
ที่เป็นสหชาต ได้แก่มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อาโปธาตุ
โดยอัตถิปัจจัย มหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป
ที่เป็นอุปาทารูปทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่อิตถินทรีย์ แก่กวฬิงการาหาร โดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป
ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่จักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพะทั้งหลาย โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย
สัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ
โดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร ตลอดถึงอสัญญสัตว์
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ฯลฯ ตลอด
ถึงอสัญญสัตว์
ที่เป็นปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ
ฯลฯ กวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยนัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
อัปปฏิฆธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นอัปปฏิฆธรรมนี้
โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
อัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปฏิฆธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์