พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 132 (เล่ม 42)

ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐาน-
รูปทั้งหลาย ที่เป็นสนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปกฏัตตารูป ที่เป็น
อุปาทารูปทั้งหลาย ที่เป็นสนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ
อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนรูป โดย
อัตถิปัจจัย
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็น
สนิทัสสนธรรมนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย กวฬิงการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายที่เป็นสนิทัสสน-
ธรรมนี้ โดยอัตถิปัจจัย รูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย ที่เป็นสนิทัสสนธรรม โดย
อัตถิปัจจัย
อนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มี ๔ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย ที่เป็นสนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็น
อุปาทารูปทั้งหลาย ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย พาหิรรูป ฯลฯ อาหาร-
สมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ที่เป็น
อุปาทารูปทั้งหลาย ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย
สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย
มีอย่างเดียว คือปุเรชาต ได้แก่รูปายตนะและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอนิทัสสนธรรม โดยอัตถิปัจจัย
รูปายตนะ และจักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย

132
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 133 (เล่ม 42)

[๒๑๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๔
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๑
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มีวาระ ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๑
ในกัมมปัจจัย มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย มี ” ๓
ในอาหารปัจจัย มี ” ๓
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๓
ในฌานปัจจัย มี ” ๓
ในมัคคปัจจัย มี ” ๑
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๕
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๕
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ

133
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 134 (เล่ม 42)

[๒๑๖] สนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยอุปนิสสยปัจจัย
อนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาต-
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
อนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนธรรม โดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
อนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม โดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
อินทริยปัจจัย
สนิทัสสนธรรมและอนิทัสสนธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
[๒๑๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๕

134
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 135 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๔
ปัจจนียะ จบ
[๒๑๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๓
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๒๑๙] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑

135
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 136 (เล่ม 42)

ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ปัจจนียานุโลม จบ
สนิทัสสนทุกะ จบ
สัปปฏิฆทุกะ
ปฏิจจวาร
[๒๒๐] สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตต-
สมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็น
สัปปฏิฆธรรม
จักขายตนะ รสายตนะ อาศัย โผฏฐัพพายตนะ

136
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 137 (เล่ม 42)

อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม จิตตสมุฏฐานรูป กฏัต-
ตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาโปธาตุ
อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป
๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม
จักขายตนะ รสายตนะ อาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆ-
ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์
กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม
ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ จิตตสมุฏ-
ฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ
จักขายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อาศัยอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม
และอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ
จักขายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย

137
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 138 (เล่ม 42)

คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม
และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็น
สัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และ
มหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปฏิฆธรรม
และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัย
โผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่
เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่
เป็นสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ
จักขายตนะ รสายตนะ อิตถินทรีย์ กวฬิงการาหาร อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และ
อาโปธาตุ
[๒๒๑] อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ
[๒๒๒] สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย พึงเว้น
ปฏิสนธิ และกฏัตตารูป

138
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 139 (เล่ม 42)

ฯลฯ เพราะอนันตรปัจจัย
ฯลฯ เพราะสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เพราะสหชาตปัจจัย พึงกระทำมหาภูตรูปทั้งหมด
[๒๒๓] ฯลฯ เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ อาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม
สัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ และอาโปธาตุ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม มหาภูต-
รูป ๒ ฯลฯ
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัย-
วัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
สัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ มหาภูตรูปทั้งหลาย ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ พึงกระทำอัชฌัตติก-
พาหิรมหาภูตรูปเหล่านี้
สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม และอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
ฯลฯ เพราะนิสสยปัจจัย
ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
[๒๒๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๑
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙

139
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 140 (เล่ม 42)

ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๖
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๑
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๑
ในอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๑
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในวิปากปัจจัย มี ” ๙
ในอาหารปัจจัย มี ” ๙
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๙
ในฌานปัจจัย มี ” ๙
ในมัคคปัจจัย มี ” ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๙
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
อนุโลม จบ
[๒๒๕] สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
อัปปฏิฆธรรม อาศัยอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปฏิฆ-
ธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ อิตถินทรีย์
กวฬิงการาหาร อาศัยอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอัปปฏิฆธรรม อาศัย

140
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 141 (เล่ม 42)

อาโปธาตุ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อัปปฏิฆมูลกะนัย พึงกระทำวาระ ๒ แม้นอกนี้ แม้ในปัจจัยสงเคราะห์ ก็พึง
กระทำวาระ ๓ อัชฌัตติกและพาหิรมหาภูตรูปทั้งหมด ผู้มีปัญญารู้แล้ว พึงกระทำ
[๒๒๖] สัปปฏิฆธรรม อาศัยสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
[๒๒๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๙
ปัจจนียะ จบ

141