พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 112 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๔
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๖๕] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
นเหตุสเหตุกทุกะ จบ
สัปปัจจยทุกะ
ปฏิจจวาร
[๑๖๖] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปัจจยธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหา-
ภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๖๗] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย
[๑๖๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๑
อนุโลม จบ

112
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 113 (เล่ม 42)

[๑๖๙] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปัจจยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่
สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ฯลฯ
[๑๗๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๑
ปัจจนียะ จบ
[๑๗๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๗๒] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ปัจจนียานุโลม จบ
สหชาตวาร เหมือนกับ ปฏิจจวาร

113
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 114 (เล่ม 42)

ปัจจยวาร
[๑๗๓] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสัปปัจจยธรรม
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหา-
ภูตรูป ๑ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
[๑๗๔] สัปปัจจยธรรม อาศัยสัปปัจจยธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ฯลฯ
ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงให้พิสดารอย่างนี้
ในปัจจัยทั้งปวง มีวาระ ๑ เท่านั้น
ปัญหาวาร
[๑๗๕] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลาย ที่เป็นสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน-
รูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๗๖] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาซึ่งกุศลกรรมนั้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ
กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม โดยความเป็นของไม่
เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูป ด้วยทิพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นสัปปัจจยธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานา-
สัญญายตนะ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ

114
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 115 (เล่ม 42)

ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ-
ปัจจัย
[๑๗๗] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำ
กุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา
ในกาลก่อน ฯลฯ จากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น แล้ว
พิจารณา กระทำผลให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปัจจยธรรมให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็น
อารมณ์ อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสัปปัจจยธรรมเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผลโดยอธิปติปัจจัย
[๑๗๘] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย อุปนิสสยมูล มีวาระ ๒
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย
ปัจจัยทั้งปวง มีวาระ ๑ เท่านั้น

115
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 116 (เล่ม 42)

[๑๗๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๑
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๑
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๑
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๒
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๑
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๘๐] สัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย
อัปปัจจยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปัจจยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
อุปนิสสยปัจจัย
[๑๘๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๒ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๒
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ

116
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 117 (เล่ม 42)

[๑๘๒] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี ” ๑
พึงนับอย่างนั้น
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๘๓] ในอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย
ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
สัปปัจจยทุกะ จบ

117
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 118 (เล่ม 42)

สังขตทุกะ
ปฏิจจวาร
[๑๘๔] สังขตธรรม อาศัยสังขตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นสังขตธรรม
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหา-
ภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
ทุกะนี้ พึงกระทำเหมือนสัปปัจจยทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน
สังขตทุกะ จบ
สนิทัสสนทุกะ
ปฏิจจวาร
[๑๘๕] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสน-
ธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑
ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูป
ทั้งหลาย
สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม
ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูปที่เป็นสนิทัสสนธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ

118
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 119 (เล่ม 42)

ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม
และอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๘๖] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทัยวัตถุ
[๑๘๗] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม
จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม
อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอนิทัสสนธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็น
สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
ฯลฯ พึงกระทำทุกปัจจัย
[๑๘๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๑
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๓
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๑
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๑

119
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 120 (เล่ม 42)

ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๑
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๑
ในกัมมปัจจัย มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๓
ในมัคคปัจจัย มี ” ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย มีวาระ ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๘๙] อนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อนิทัสสนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนธรรม อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐานรูป
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
สนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนธรรม
ซึ่งเป็นอเหตุกะ
ในปฏิสนธิขณะ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม

120
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 121 (เล่ม 42)

อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
สนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยอนิทัสสนธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุ-
ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม และอนิทัสสนธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อนิทัสสนธรรม ซึ่งเป็นอเหตุทุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป
ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนธรรม
และอนิทัสสนธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
พึงกระทำอย่างนี้ทุกปัจจัย
[๑๙๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๓

121