พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 92 (เล่ม 42)

คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และมหาภูตรูป
ทั้งหลาย
[๑๓๑] นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย
คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และหทัยวัตถุ
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ฯลฯ พึงจำแนกอย่างนี้
[๑๓๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๔
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๕
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๔
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๔
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๖
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๔

92
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 93 (เล่ม 42)

ในปุเรชาตปัจจัย มีวาระ ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในวิปากปัจจัย มี ” ๙
ในอาหารปัจจัย มี ” ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๔
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๙
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๔
ในวิคตปัจจัย มี ” ๔
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๓๓] นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ปฏิสนธิ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ โมหะไม่มี
[๑๓๔] นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ-
ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ตลอดถึงอสัญญสัตว์
นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยเหตุนสเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม และมหาภูตรูป
ทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ฯลฯ

93
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 94 (เล่ม 42)

[๑๓๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มีวาระ ๓
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๑๓๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙

94
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 95 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๓๗] ในอารัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑ ฯลฯ
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ปัจจนียานุโลม จบ
แม้ในสหชาตวาร ก็พึงนับอย่างนี้

95
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 96 (เล่ม 42)

ปฏิจจวาร
[๑๓๘] นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
มี ๓ นัย
นเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม อาศัยนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม อาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
นเหตุสเหตุกธรรม อาศัยนเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะ
เหตุปัจจัย
ปัจจัยสงเคราะห์ มี ๓ ปวัตติ และปฏิสนธิ พึงกระทำให้บริบูรณ์ ฯลฯ
[๑๓๙] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๔
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๔๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๓ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๓
ปัจจนียะ จบ
นิสสยวาร เหมือนกับ ปัจจยวาร

96
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 97 (เล่ม 42)

สังสัฏฐวาร
[๑๔๑] นเหตุสเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับ นเหตุสเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๑
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๒
ในวิคตปัจจัย มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๒
อนุโลม จบ
[๑๔๓] นเหตุอเหตุกธรรม คลุกเคล้ากับ นเหตุอเหตุกธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑

97
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 98 (เล่ม 42)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๒
ปัจจนียะ จบ
การนับ ๑ อย่างแม้ที่ยังเหลือ พึงนับอย่างนี้
สัมปยุตตวาร เหมือนกับ สังสัฏฐวาร
ปัญหาวาร
[๑๔๕] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ พิจารณากุศลกรรมนั้น
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณาผล กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ
กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัย
แก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุกอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส
เกิดขึ้น

98
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 99 (เล่ม 42)

เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่ อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เกิด
ขึ้น
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตที่เป็นวิบาก ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย

99
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 100 (เล่ม 42)

เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น
[๑๔๖] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลให้ทาน สมาทานศีลแล้วกระทำกุศลกรรมนั้น ให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลาย ที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ออกจากฌานแล้ว
กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
กระทำผลให้หนักแน่นแล้ว พิจารณา
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิด
ขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัย
แก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม และนเหตุอเหตุกธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่พระอริยะทั้งหลายกระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา

100
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ - หน้าที่ 101 (เล่ม 42)

นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรมให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำความยินดีนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๑๔๗] นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่
เป็นนเหตุสเหตุกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ โคตรภู ฯลฯ
เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่ ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่นเหตุอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
ภวังค์ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ภวังค์ที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏ-
ฐานะที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุอเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย
นเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ นเหตุสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ อุปปัตติจิตที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นนเหตุอเหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ วุฏฐานะที่เป็นนเหตุสเหตุกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย

101