คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน
อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็น
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป
ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ
อาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป
ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆ
ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมและอาโปธาตุ
ในปัจจัยสงเคราะห์ พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗ ด้วยเหตุนี้
[๒๑๙๗] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอธิปติปัจจัย เหมือนกับ สหชาตปัจจัย
ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญ
ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพาย
ตนะ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ
ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยเหตุนี้
ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาต
ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย