พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 646 (เล่ม 41)

คือ จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็นอนิทัสสน
อัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยขันธ์ที่เป็น
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป
ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และ
อาโปธาตุ รูปายตนะ อาศัยโผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป
ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆ
ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรมและอาโปธาตุ
ในปัจจัยสงเคราะห์ พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗ ด้วยเหตุนี้
[๒๑๙๗] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอธิปติปัจจัย เหมือนกับ สหชาตปัจจัย
ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญ
ปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม จักขายตนะ รสายตนะ อาศัยโผฏฐัพพาย
ตนะ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ
ธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยเหตุนี้
ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาต
ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย

646
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 647 (เล่ม 41)

คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๒
อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๒ อุปาทา
รูปที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม
พึงแจกกัมมปัจจัยแล้ว กระทำหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัยนั่นเอง
ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ปฏิสนธิก็ดี กฏัตตารูปก็ดี ไม่มี พึงกระทำในปัญจโวการภพ
เท่านั้น
ไม่ใช่เพราะอาหารปัจจัย
คือ พาหิรรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๒๑ ด้วยเหตุนี้
ไม่ใช่เพราะอินทริยปัจจัย
คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ มหาภูตรูป ๑
ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย รูปชีวิตินทรีย์ อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย ฯลฯ
พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้งปวง
ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗
[๒๑๙๘] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ขันธ์ ๒ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ
อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็น
อุปาทารูป ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอาโปธาตุ
พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ด้วยเหตุนี้

647
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 648 (เล่ม 41)

[๒๑๙๙] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสน
อัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยมหาภูต
รูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอาโปธาตุ
พึงแจกหัวข้อปัจจัยทั้ง ๗ อย่างนี้
ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย เหมือนกับ ที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย พึงกระทำให้เต็ม โมหะ ไม่มี
ไม่ใช่เพราะสัมปยุตตปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
พึงใส่ให้เต็ม
ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
[๒๒๐๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒๑ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๒๑
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๒๒๐๑] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัยมีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒๑ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑

648
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 649 (เล่ม 41)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๒๒๐๒] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยมีวาระ ๑
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑ ฯลฯ
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาร จบ
สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร สังสัฏฐวารก็ดี
สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำในอรูปภูมิเท่านั้น

649
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 650 (เล่ม 41)

ปัญหาวาร
[๒๒๐๓] อนิทัสสอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุ
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย
[๒๒๐๔] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยเหตุ
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
ที่เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ ด้วยเหตุนี้
[๒๒๐๕] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นรูป โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความ
เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภรูปนั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา
ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตัง
สญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๒๐๖] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย

650
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 651 (เล่ม 41)

คือ จักขุ ฯลฯ กาย เสียง กลิ่น รส ฯลฯ โผฏฐัพพะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติ
ญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๒๐๗] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณากุศลกรรมนั้น
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
ฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณ
ปัจจัย
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว กิเลสทั้งหลายที่เคย
เกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กวฬิงการาหาร ฯลฯ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยเจโต
ปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย อากิญ
จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม
เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ
แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

651
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 652 (เล่ม 41)

[๒๒๐๘] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำรูปให้นั้นเป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำรูปให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๒๒๐๙] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กาย เสียง กลิ่น ฯลฯ
บุคคลกระทำโผฏฐัพพะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
กระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๒๒๑๐] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ กระทำผลให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ฯลฯ กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ อาโปธาตุ กวฬิงการาหาร ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำหทัยวัตถุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ
ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย

652
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 653 (เล่ม 41)

[๒๒๑๑] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดยอธิปติปัจจัย
ในอนิทัสสนอัปปฏิฆมูลกะ พึงแจกหัวข้อปัจจัย ๗ อธิปติ โดยรูปสังคหะ ๓ อย่าง
[๒๒๑๒] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน โคตรภู เป็นปัจจัยแก่
มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล ผล เป็นปัจจัยแก่ผล อนุโลม
เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผล
สมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
[๒๒๑๓] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
สมนันตรปัจจัย เหมือนกับ อนันตรปัจจัย
[๒๒๑๔] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย
สหชาตปัจจัย พึงกระทำให้ดี เหมือนกับ ปฏิจจวาร
ในอัญญมัญญปัจจัย เหมือนกับอัญญมัญญปัจจัย ในปฏิจจวาร
ในนิสสยปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร
[๒๒๑๕] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลปรารถนาวรรณสมบัติ ให้ทาน ศีล ฯลฯ
อุโบสถกรรม ฯลฯ

653
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 654 (เล่ม 41)

วรรณสมบัติ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุข
ทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๒๒๑๖] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลปรารถนาจักขุสมบัติ ฯลฯ กายสมบัติ
ฯลฯ สัททสมบัติ ฯลฯ ปรารถนาโผฏฐัพพะแล้ว ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
ฤดู ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยเสนาสนะแล้ว ให้ทาน ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ
ฌาน ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค อภิญญา ฯลฯ ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์
จักขุสมบัติ ฯลฯ โผฏฐัพพสมบัติ ฯลฯ ฤดู ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา
แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ
โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๒๒๑๗] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ศีล ฯลฯ
อุโบสถกรรม ฯลฯ ฌาน ฯลฯ สมาบัติ ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ราคะ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย
ฯลฯ โภชนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม ฯลฯ ศรัทธา ปัญญา ราคะ ความปรารถนา
สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฯลฯ โภชนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา แก่ปัญญา ฯลฯ แก่มรรค
แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๒๒๑๘] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย

654
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 655 (เล่ม 41)

มีอย่างเดียว คือ อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
[๒๒๑๙] อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ กาย ฯลฯ เสียง ฯลฯ โผฏฐัพพะ
ฯลฯ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยปุเรชาตปัจจัย
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย
[๒๒๒๐] อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดย
ปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ อาโปธาตุ
กวฬิงการาหาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสน
อัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
[๒๒๒๑] สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เป็นปัจจัยแก่
อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต ได้แก่ รูปายตนะและหทัยวัตถุ
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย

655