พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 616 (เล่ม 41)

ในฌานปัจจัย
ในมัคคปัจจัย
ในสัมปยุตตปัจจัย
ในวิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๒
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๖
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๒
ในวิคตปัจจัย มี ” ๒
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๖
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๒๑๑๘] อัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย
เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย
[๒๑๑๙] อัชฌัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย
[๒๑๒๐] พหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย
เป็นปัจจัยโดย อินทริยปัจจัย
[๒๑๒๑] พหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็น
ปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อาหารปัจจัย
[๒๑๒๒] อัชฌัตตธรรม และพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตธรรม ฯลฯ
มี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาต อาหาร

616
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 617 (เล่ม 41)

[๒๑๒๓] อัชฌัตตธรรมและพหิทธาธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธาธรรม ฯลฯ
มี ๒ อย่าง คือ ปุเรชาต อาหาร
[๒๑๒๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๖ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวงพึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย มี ” ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๖
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี ” ๔
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๒๑๒๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ

617
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 618 (เล่ม 41)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๒๑๒๖] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๔
พึงกระทำการนับบทที่เป็นอนุโลม
ในอวิคตปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๖
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
ปัญหาวาร จบ
อัชฌัตตัตติกะ ที่ ๒๐ จบ
———–
อัชฌัตตารัมมณัตติกะ
ปฏิจจวาร
[๒๑๒๗] อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๒๑๒๘] พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๒๑๒๙] อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น เพราะ
อารัมมณปัจจัย ฯลฯ เพราะอวิคตปัจจัย

618
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 619 (เล่ม 41)

[๒๑๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๒ ฯลฯ
ในปัจจัยทั้งปวง มี ” ๒
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๒
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๒๑๓๑] อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๒๑๓๒] พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
เหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัย
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๒๑๓๓] อัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่
เพราะอธิปติปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย ในอนุโลมไม่มีแตกต่างกัน
ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๒๑๓๔] พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
ปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ในปฏิสนธิ
ขณะ ฯลฯ

619
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 620 (เล่ม 41)

ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย
ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม
[๒๑๓๕] พหิทธารัมมณธรรม อาศัยพหิทธารัมมณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
กัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม
[๒๑๓๖] อาศัยอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย ปฏิสนธิ
ไม่มี
ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ซึ่งสหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ
[๒๑๓๗] อาศัยพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ซึ่งสหรคตด้วยปัญจวิญญาณ ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย เหมือนกับที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย โมหะไม่มี
ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ
[๒๑๓๘] อาศัยพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ
[๒๑๓๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย

620
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 621 (เล่ม 41)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มีวาระ ๒
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๒๑๔๐] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๒๑๔๑] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย
มีวาระ ๒
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาร จบ
สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี
สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกับปฏิจจวาร
ปัญหาวาร
[๒๑๔๒] อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยเหตุ
ปัจจัย

621
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 622 (เล่ม 41)

คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์
ทั้งหลาย
[๒๑๔๓] พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๒๑๔๔] อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาวิญญาณัญจายตนะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม พิจารณาเนวสัญญานา
สัญญายตนะ พิจารณาทิพพจักขุที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม และอัชฌัตตธรรม ทิพพโสตธาตุ
ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณา
อนาคตังสญาณ
พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม พิจารณากิเลสที่
ข่มแล้ว กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปุพเพ
นิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๑๔๕] อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลอื่น วิญญาณัญจายตนะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ พิจารณา
เนวสัญญานาสัญญายตนะ บุคคลอื่นพิจารณาทิพพจักขุ ที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตา
รัมมณธรรม ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปค
ญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ

622
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 623 (เล่ม 41)

บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณ
ธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริย
ญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ
โดยอารัมมณปัจจัย
[๒๑๔๖] พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลอื่นพิจารณาทิพพจักขุที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม
ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ
บุคคลอื่นพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณ
ธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นพหิทธาธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๒๑๔๗] พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณากุศลกรรมนั้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
บุคคลออกจากฌาน พิจารณาฌาน

623
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 624 (เล่ม 41)

พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณากิเลสที่ละแล้ว
กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ
บุคคลพิจารณาทิพพจักขุที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม ทิพพโสตธาตุ
ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ ยถากัมมุปค
ญาณ ฯลฯ อนาคตังสญาณ ฯลฯ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะที่เป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิญญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๒๑๔๘] อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลกระทำวิญญาณัญจายตนะ ที่เป็นอัชฌัตตธรรม
ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำเนวสัญญานา
สัญญายตนะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ กระทำทิพพจักขุที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม และ
อัชฌัตตธรรมให้หนักแน่น ฯลฯ ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
ฯลฯ ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ กระทำอนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นอัชฌัตตารัมมณธรรมให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

624
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 625 (เล่ม 41)

[๒๑๔๙] พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๒๑๕๐] พหิทธารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถ
กรรมแล้ว กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
กุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค มรรค ฯลฯ กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ฯลฯ กระทำทิพพจักขุที่เป็นอัชฌัตตธรรมซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ฯลฯ ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ อิทธิวิธญาณ ฯลฯ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ
ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ บุคคลกระทำอนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตธรรม ซึ่งเป็นพหิทธารัมมณธรรมให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็น
อัชฌัตตารัมมณธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๒๑๕๑] อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัชฌัตตารัมมณธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
[๒๑๕๒] อัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่พหิทธารัมมณธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
คือ จุติจิตที่เป็นอัชฌัตตารัมมณธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นพหิทธารัมมณธรรม
โดยอนันตรปัจจัย

625