พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 436 (เล่ม 41)

เพราะอาเสวนปัจจัย วิบากก็ดี ปฏิสนธิก็ดี ไม่มี
เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัย เพราะอินทริยปัจจัย
เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัย เพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะ
อัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัย เพราะอวิคตปัจจัย
[๑๓๙๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๓ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๓๙๖] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุก
เคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๑๓๙๗] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ
ขณะ ฯลฯ
[๑๓๙๘] มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณ
ปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม
คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๓๙๙] อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม

436
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 437 (เล่ม 41)

[๑๔๐๐] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต
ปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๑] มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาต
ปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ
[๑๔๐๒] อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
ปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม
[๑๔๐๓] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาต
ปัจจัย ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๔] มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาเสวน
ปัจจัย
คือ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ซึ่งเป็นวิบาก ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๐๕] อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อาเสวนปัจจัย
คือ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ซึ่งเป็นวิบาก
[๑๔๐๖] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นปริตตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม
[๑๔๐๗] มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมม
ปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นมหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม

437
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 438 (เล่ม 41)

[๑๔๐๘] อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
กัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม
[๑๔๐๙] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม
[๑๔๑๐] มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปาก
ปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม
[๑๔๑๑] อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
วิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม
[๑๔๑๒] ปริตตธรรม คลุกเคล้ากับปริตตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม ฯลฯ
[๑๔๑๓] มหัคคตธรรม คลุกเคล้ากับมหัคคตธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะวิปปยุตต
ปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม ฯลฯ
[๑๔๑๔] อัปปมาณธรรม คลุกเคล้ากับอัปปมาณธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณธรรม ฯลฯ
[๑๔๑๕] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓

438
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 439 (เล่ม 41)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๑๔๑๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๔๑๗] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
สัมปยุตตวาร เหมือนกับ สังสัฏฐวาร

439
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 440 (เล่ม 41)

ปัญหาวาร
[๑๔๑๘] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๑๔๑๙] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
พึงกระทำ ปวัตติ ปฏิสนธิ
[๑๔๒๐] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยเหตุปัจจัย มี ๓ นัย
[๑๔๒๑] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว พิจารณากุศลกรรมนั้น
พิจารณากุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณา
กิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ พิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ
เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่ จักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๒๒] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นปริตตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๒๓] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย

440
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 441 (เล่ม 41)

คือ อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นมหัคคตธรรม โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๒๔] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาปฐมฌาน พิจารณาเนวสัญญานาสัญญายตนะ พิจารณาทิพพจักขุ
ทิพพโสตธาตุ ฯลฯ พิจารณาอิทธิวิธญาณ เจโตปริยญาณ ฯลฯ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ฯลฯ
ยถากัมมุปคญาณ ฯลฯ พิจารณาอนาคตังสญาณ
บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภขันธ์นั้น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๑๔๒๕] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๒๖] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๒๗] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอัปปมาณธรรม โดย
เจโตปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสา
นุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๒๘] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ

441
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 442 (เล่ม 41)

ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว
กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา
บุคคลกระทำกุศลกรรมทั้งหลายที่เคยสั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่นแล้ว พิจารณา
พระเสขบุคคลทั้งหลายกระทำโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ กระทำโวทาน
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรมให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๒๙] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๓๐] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำปฐมฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ฯลฯ ทิพพจักขุ ฯลฯ กระทำอนาคตังสญาณให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อม
ยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น
ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย

442
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 443 (เล่ม 41)

[๑๔๓๑] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และมหัคคตธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๓๒] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๓๓] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตะรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ กระทำ
นิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตต
สมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๓๔] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม และอัปปมาณธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปมาณธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๓๕] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เกิด
หลังๆ โดยอนันตรปัจจัย

443
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 444 (เล่ม 41)

อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๓๖] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นมหัคคตธรรม แก่อนาค
ตังสญาณ โดยอนันตรปัจจัย บริกรรมแห่งปฐมฌาน ฯลฯ บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญาย
ตนะ ฯลฯ บริกรรมแห่งทิพพจักขุ ฯลฯ บริกรรมแห่งอนาคตังสญาณ เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ
โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๓๗] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผล
สมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๓๘] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็น
มหัคคตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๓๙] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ จุติจิตที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นปริตตธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
ภวังค์ที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ โดยอนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
[๑๔๔๐] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ เนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ
โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๔๑] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปมาณธรรม โดยอนันตรปัจจัย

444
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 445 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปมาณธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ ฯลฯ ที่เกิดหลังๆ
โดยอนันตรปัจจัย
มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผล โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๔๒] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นปริตตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๔๓] อัปปมาณธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นมหัคคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
สมนันตรปัจจัย เหมือนกับ อนันตรปัจจัย
[๑๔๔๔] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม โดยสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทัยวัตถุ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์
ทั้งหลาย โดยสหชาตปัจจัย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
[๑๔๔๕] ปริตตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม ฯลฯ
คือ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม โดย
สหชาตปัจจัย
[๑๔๔๖] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่มหัคคตธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ
ขณะ ฯลฯ
[๑๔๔๗] มหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ปริตตธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดย
สหชาตปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นมหัคคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย
โดยสหชาตปัจจัย

445