พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 316 (เล่ม 41)

แม้ในข้อนี้ เพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย ก็มีอยู่ แต่ในบาลีไม่มี
เมื่อจะนับ พึงใคร่ครวญแล้วจึงนับ
[๑๐๐๗] ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
เหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหา
ตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดย
อุปนิสสยปัจจัย
ในข้อนี้ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย มีหัวข้อปัจจัยเจือปนด้วยปัจจัยใดมีอยู่ ปัจจัย
นั้นก็ไม่พึงกระทำตามในบาลี
[๑๐๐๘] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
เหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๐๐๙] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
เหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
แม้ในข้อนี้ สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย มีหัวข้อปัจจัยเจือปนด้วยปัจจัยใดมีอยู่
[๑๐๑๐] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
เหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทริย
แม้ในข้อนี้ อารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ก็มี
[๑๐๑๑] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
เหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหา
ตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๐๑๒] ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-

316
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 317 (เล่ม 41)

เหตุกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย
แม้ในข้อนี้ก็มี สหชาตปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย หัวข้อปัจจัยนั้นใดที่ไม่ได้เขียนไว้ หัวข้อ
ปัจจัยเหล่านั้นเมื่อนับในบาลี ย่อมไม่เสมอกันโดยพยัญชนะ หัวข้อปัจจัยที่ไม่ได้เขียนไว้ในบาลี
เหล่านั้น จำนวนปรากฏแล้ว ถ้าเกิดสงสัย พึงพิจารณาดูในอัตถิปัจจัย ในอนุโลม
[๑๐๑๓] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สหชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย

317
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 318 (เล่ม 41)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัตถิปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มีวาระ ๒๑
ทั้งหมด พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียะ จบ
[๑๐๑๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕

318
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 319 (เล่ม 41)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๑
พึงนับอย่างนี้
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๑๐๑๕] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒๑
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๐
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๑
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒๑
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๑
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๙
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗

319
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 320 (เล่ม 41)

ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๗
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกัตติกะ ที่ ๙ จบ
——————————-
อาจยคามิตติกะ
ปฏิจจวาร
[๑๐๑๖] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม
อาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยกาจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ และ
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒
[๑๐๑๗] อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอปจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม
อปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย

320
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 321 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอปจยคามิธรรม ขันธ์ ๒
และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒
[๑๐๑๘] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจย
คามิธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป
๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็น
อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๐๑๙] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินา
ปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย
คามิธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอปจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๐๒๐] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอาจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๐๒๑] อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอปจยคามิธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๑๐๒๒] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย

321
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 322 (เล่ม 41)

คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ
[๑๐๒๓] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
มี ๓ นัย
ฯลฯ อปจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ มี ๑ นัย
ปฏิสนธิ ไม่มี
คือ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัย
มหาภูตรูปทั้งหลาย
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย
คามิธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจยคามินาปจย
คามิธรรม ฯลฯ เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอปจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๐๒๔] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ เพราะอนันตรปัจจัย
เพราะ สมนันตรปัจจัย เพราะ สหชาตปัจจัย พึงกระทำมหาภูตรูปทั้งหมด
เพราะ อัญญมัญญปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปก็ดี กฏัตตารูปก็ดี อุปาทารูปก็ดี ไม่มี
เพราะ นิสสยปัจจัย เพราะ อุปนิสสยปัจจัย เพราะ ปุเรชาตปัจจัย เพราะ
อาเสวนปัจจัย เพราะ กัมมปัจจัย เพราะ วิปากปัจจัย เพราะ อาหารปัจจัย เพราะ
อินทริยปัจจัย เพราะ ฌานปัจจัย เพราะ มัคคปัจจัย เพราะ สัมปยุตตปัจจัย เพราะ
วิปปยุตตปัจจัย เพราะ อัตถิปัจจัย เพราะ นัตถิปัจจัย เพราะ วิคตปัจจัย เพราะ อวิคตปัจจัย
[๑๐๒๕] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๓

322
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 323 (เล่ม 41)

ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๓
ในกัมมปัจจัย มี ” ๙
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย มี ” ๙
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๙
ในฌานปัจจัย มี ” ๙
ในมัคคปัจจัย มี ” ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในวิปยุตตปัจจัย มี ” ๙
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๙
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในวิคตปัจจัย มี ” ๓
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๙
พึงนับอย่างนี้
อนุโลม จบ
[๑๐๒๖] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย

323
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 324 (เล่ม 41)

คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่
สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๑๐๒๗] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวก
อสัญญสัตว์ทั้งหลาย อาศัยมหาภูตรูป ๑
[๑๐๒๘] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอาจยคามิธรรม
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะ
อารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม
[๑๐๒๙] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ
อาหารมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ฯลฯ
[๑๐๓๐] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามินา
ปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย

324
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 325 (เล่ม 41)

[๑๐๓๑] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม และเนวาจย
คามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอปจยคามิธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๐๓๒] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
มี ๓ นัย
อปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ อธิปติธรรมที่เป็นอปจยคามิธรรม อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอปจยคามิธรรม
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะอธิปติปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวาจยคามินาปจยคามิธรรม
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ มหาภูต
รูป ๑ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์ทั้งหลาย มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
[๑๐๓๓] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม และเนวาจยคามิ
นาปจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ที่เป็นอาจยคามิธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย
[๑๐๓๔] เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม ฯลฯ ไม่ใช่
เพราะอนันตรปัจจัย ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย ไม่ใช่เพราะ
อุปนิสสยปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
มีหัวข้อปัจจัย ๗ เหมือนกับ กุสลัตติกะ
ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย
[๑๐๓๕] อาจยคามิธรรม อาศัยอาจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอาเสวน
ปัจจัย มี ๓ นัย
เนวาจยคามินาปจยคามิธรรม อาศัยอปจยคามิธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะ
อาเสวนปัจจัย

325