พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 206 (เล่ม 41)

คือ ในอรูปภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ขันธ์
๒ ฯลฯ พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ ส่วนพวกอสัญญสัตว์
ทั้งหลาย ฯลฯ
ไม่ใช่เพราะนัตถิปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิคตปัจจัย
[๖๔๖] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี ” ๕
ปัจจนียะ จบ

206
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 207 (เล่ม 41)

[๖๔๗] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีหัวข้อปัจจัย ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑๗
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๕
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๖๔๘] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย
มีวาระ ๗
ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗

207
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 208 (เล่ม 41)

ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๗
พึงนับอย่างนี้
ปัจจนียานุโลม จบ
ปัจจยวาร จบ
นิสสยวาร พึงกระทำเหมือนกับปัจจยวาร
————————-
สังสัฏฐวาร
[๖๔๙] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม ขันธ์ ๒ คลุกเคล้า
กับขันธ์ ๒

208
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 209 (เล่ม 41)

[๖๕๐] ภาวนายปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
[๖๕๑] เนวทัสสเนนนภาวนาปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับเนวทัสสเนนนภาวนาย
ปหาตัพพธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม
[๖๕๒] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย
ทุกๆ บท พึงแจกให้พิสดารอย่างละ ๓ ละ ๓
[๖๕๓] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในอารัมมณปัจจัย มี ” ๓
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๓
ในอนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในสมนันตรปัจจัย มี ” ๓
ในสหชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย มี ” ๓
ในนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย มี ” ๓
ในปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย มี ” ๓
ในอินทริยปัจจัย มี ” ๓

209
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 210 (เล่ม 41)

ในฌานปัจจัย มีวาระ ๓
ในมัคคปัจจัย มี ” ๓
ในสัมปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ในอัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในนัตถิปัจจัย มี ” ๓
ในวิคตปัจจัย มี ” ๓
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๓
อนุโลม จบ
[๖๕๔] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา
[๖๕๕] ภาวนายปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับภาวนายปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
[๖๕๖] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับเนวทัสสเนนนภาวนา
ยปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ซึ่งเป็น
อเหตุกะ ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
[๖๕๗] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม คลุกเคล้ากับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย ไม่
ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย ไม่ใช่เพราะวิปากปัจจัย
เนวทัสสเนนนภาวนาย ฯลฯ ไม่ใช่เพราะฌานปัจจัย
คือ ปัญจวิญญาณ
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะมัคคปัจจัย

210
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 211 (เล่ม 41)

คือ ซึ่งเป็นอเหตุกะ ฯลฯ
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ ไม่ใช่เพราะวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ นัย
[๖๕๘] ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี ” ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
ปัจจนียะ จบ
[๖๕๙] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
อนุโลมปัจจนียะ จบ
[๖๖๐] ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๓

211
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 212 (เล่ม 41)

ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๑
ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๒
ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ” ๓
ปัจจนียานุโลม จบ
สังสัฏฐวาร จบ
——————-

212
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 213 (เล่ม 41)

สัมปยุตตวาร
[๖๖๑] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม ประกอบกับทัสสเนนปหาตัพพธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สัมปยุตตวาร เหมือนกับสังสัฏฐวาร
ปัญหาวาร
[๖๖๒] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยเหตุ
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๓] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๔] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม และเนว
ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๕] ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพธรรม โดยเหตุ
ปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๖] ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
ธรรม ฯลฯ
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย
โดยเหตุปัจจัย

213
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 214 (เล่ม 41)

[๖๖๗] ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพธรรม และเนว
ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๘] เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาว
นายปหาตัพพธรรม ฯลฯ
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต
ขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุทั้งหลายที่เป็นเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพธรรมเป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย
[๖๖๙] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เพราะปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมเกิดขึ้นทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉาเกิดขึ้น
โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งทิฏฐิ เพราะปรารภทิฏฐินั้นราคะที่เป็นทัสส
เนนปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น วิจิกิจฉาเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม
เกิดขึ้น
เพราะปรารภวิจิกิจฉา วิจิกิจฉาเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพ
ธรรมเกิดขึ้น เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมโทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหา
ตัพพธรรมเกิดขึ้น วิจิกิจฉาเกิดขึ้น
[๖๗๐] ทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม รู้ซึ่ง
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน

214
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 215 (เล่ม 41)

บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยความเป็นของไม่
เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา
บุคคลรู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิต ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดยเจโต
ปริยญาณ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณแก่บุพเพนิวา
สานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๖๗๑] ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ภาวนายปหาตัพพธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เพราะ
ปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น อุทธัจจะเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นภาว
นายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น
เพราะปรารภอุทธัจจะ อุทธัจจะเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น
เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น อุทธัจจะเกิดขึ้น
[๖๗๒] ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่ทัสสเนนปหาตัพพธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งราคะที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม เพราะ
ปรารภราคะนั้น ราคะที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น วิจิกิจฉาเกิดขึ้น
โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น
เพราะปรารภอุทธัจจะ ทิฏฐิเกิดขึ้น วิจิกิจฉาเกิดขึ้น โทมนัสที่เป็นทัสสเนนปหา
ตัพพธรรม เกิดขึ้น เพราะปรารภโทมนัสที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม โทมนัสที่เป็นทัสสเนน
ปหาตัพพธรรมเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น วิจิกิจฉาเกิดขึ้น
[๖๗๓] ภาวนายปหาตัพพธรรม เป็นปัจจัยแก่เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณาเห็นกิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นภาวนายปหาตัพพธรรม
พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้ซึ่งกิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน

215