พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 56 (เล่ม 41)

บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยจิต ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ด้วยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เกิดขึ้น
[๑๓๘] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจารแล้ว ฯลฯ ออกจากมรรค
ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค
ที่มีวิตก มีวิจาร แก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น
อนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น ฯลฯ

56
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 57 (เล่ม 41)

[๑๓๙] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณ
ปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ
ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้นนั้น วิตกเกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลที่เป็น
อวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก โดยอารัมมณปัจจัย
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และ
วิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภจักขุเป็นต้นนั้น วิตก เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิจารธรรม และวิจาร วิตก เกิดขึ้น
[๑๔๐] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจาร
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร โดย
อารัมมณปัจจัย
[๑๔๑] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร
มัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ
ออกจากผล พิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็นต้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน และวิตก
ฯลฯ แก่มรรค มีวิตก มีวิจาร และวิตก แก่ผล มีวิตก มีวิจารและวิตก แก่อาวัชชนะ
และวิตก โดยอารัมมณปัจจัย
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเพราะ
ปรารภจักขุนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาระ และวิตก เกิดขึ้น

57
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 58 (เล่ม 41)

บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งโสตะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็น
อวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เพราะปรารภ
โสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
[๑๔๒] อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก
สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น
[๑๔๓] อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก
วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรมและวิจาร วิตก เกิดขึ้น
[๑๔๔] อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรมเป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจาร
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เกิดขึ้น
[๑๔๕] อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก
สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาร
ธรรมและวิตก เกิดขึ้น
[๑๔๖] สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก
สวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เกิดขึ้น

58
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 59 (เล่ม 41)

[๑๔๗] สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก
วิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก วิตก เกิดขึ้น
[๑๔๘] สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก
อวิจารธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่ปุพเพนิ
วาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
เกิดขึ้น
[๑๔๙] สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก
สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจาร
ธรรม และวิตก เกิดขึ้น
[๑๕๐] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรมแล้ว
พิจารณากุศลกรรมนั้น กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมดีแล้ว
ในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค
พิจารณามรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย

59
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 60 (เล่ม 41)

[๑๕๑] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม
แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้น กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
แน่น ออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ออกจากมรรค
ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้น
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น
บุคคลยินดี เพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมกระทำให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นวิตก เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติที่เป็นสวิจาระ เป็นปัจจัยแก่วิตก โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๒] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็น
ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๓] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกอวิจาร
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๔] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก
อวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่วิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย

60
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 61 (เล่ม 41)

[๑๕๕] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร
มัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม
แล้วพิจารณากุศลกรรมนั้นกระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก เกิดขึ้น
บุคคลพิจารณากุศลกรรมที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในก่อน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
แน่น ออกจากฌาน มีวิตก มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล
กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม กระทำให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก
สวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และวิตก โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๖] สวิตักกสวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม อวิตักกวิจาร
มัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี อย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิตก และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๗] อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคล ออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร ฯลฯ
ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำ
ฌานนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น

61
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 62 (เล่ม 41)

บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก กระ
ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย
[๑๕๘] อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร
ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิตก
กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์และวิตกนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก
แน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๑๕๙] อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็น
ปัจจัยแก่วิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๐] อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก
อวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และวิจาร และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๑] อวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักก
วิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลออกจากฌาน ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร
ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะ

62
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 63 (เล่ม 41)

กระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก
เกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม กระทำให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำขันธ์ และวิตกนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
[๑๖๒] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลที่เป็นอวิตักก
อวิจารธรรม และวิจาร โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๓] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกอวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากฌาน ไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น เพราะกระทำฌาน เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก
สวิจารธรรม เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน
เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
เพราะกระทำจักษุนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งโสตะ ซึ่งฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง
กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทัยวัตถุ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น เพราะกระทำโสตะ เป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิ
เกิดขึ้น

63
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 64 (เล่ม 41)

[๑๖๔] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น เพราะกระทำฌานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน
เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
และวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำโสตะ เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น วิตก เกิดขึ้น
[๑๖๕] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักก
อวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรคแก่ผล ที่เป็น
อวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๖] อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจาร
มัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติได้แก่ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล พิจารณาผล กระทำให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น เพราะกระทำฌาน เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักก
สวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน
เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน และวิตก แก่มรรค ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก แก่ผล
ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก โดยอธิปติปัจจัย
บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักษุ กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ

64
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๘ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 65 (เล่ม 41)

บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
และวิจาร กระทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะกระทำจักษุ โสตะ เป็นต้นนั้น ให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก เกิดขึ้น
[๑๖๗] อวิตักกวิจารมัตตธรรม อวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจาร
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
[๑๖๘] อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก
วิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ วิตก เกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็น
อวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
[๑๖๙] อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก
สวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรมและวิตก
เกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
[๑๗๐] สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่สวิตักก
สวิจารธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม เกิดขึ้น
เพราะกระทำขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
[๑๗๑] สวิตักกสวิจารธรรม และอวิตักกวิจารมัตตธรรม เป็นปัจจัยแก่อวิตักก
วิจารมัตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ วิตก เกิดขึ้น เพราะกระทำขันธ์ที่เป็น
สวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น

65