พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 794 (เล่ม 40)

สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
ในกุสลัตติกะ ท่านจำแนกไว้อย่างไร พึงจำแนกอย่างนั้น
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๕
” อธิปติปัจจัย มี ” ๖ ฯลฯ
” อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ” ๕ ฯลฯ
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มี ” ๒ ฯลฯ
สหชาตวารก็ดี ปัจจัยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวารก็ดี พึงให้
พิสดาร
ปัญหาวาร
[๑๖๖๘] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
เหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดย
เหตุปัจจัย
[๑๖๖๙] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
เหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๖๗๐] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม และ
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๖๗๑] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
เหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย

794
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 795 (เล่ม 40)

ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยสัมปยุตตขันธ์ และ
กฏัตตารูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๖๗๒] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดย
เหตุปัจจัย
[๑๖๗๓] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดย
เหตุปัจจัย
[๑๖๗๔] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
และอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๖๗๕] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลยินดี เพลิดเพลินราคะ เพราะปรารภราคะนั้น มีราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา
อุทธัจจะ โทมนัส เกิดขึ้น ยินดีทิฏฐิ เพราะปรารภวิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ฯลฯ
ในกุสลัตติกะ ท่านจำแนกไว้อย่างไร พึงจำแนกอย่างนั้น
[๑๖๗๖] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มแล้ว รู้กิเลส
ที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา รู้จิตของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นสังกิลิฏฐ
สังกิเลสิกธรรม โดยเจโตปริยญาณ

795
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 796 (เล่ม 40)

พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยความ
เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เมื่อกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก เกิดขึ้น
ยินดี เพลิดเพลิน ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โทมนัส เกิดขึ้น เมื่ออกุศลดับไปแล้ว
ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโต
ปริยญาณ แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ
โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๖๗๗] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณาทานเป็นต้นนั้น
พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ในกาลก่อน ออกจากฌาน พิจารณาฌาน
พระอริยบุคคลพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของ
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พิจารณา โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส
โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ และขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ รู้จิตของบุคคลพร้อม
เพรียงด้วยจิตที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยเจโตปริยญาณ
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ
โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๑๖๗๘] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม แล้วยินดี เพลิดเพลินกุศลนั้น
ปรารภกุศลนั้น มีราคะ ทิฏฐิ โทมนัส เกิดขึ้น ยินดีกุศลที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ออก
จากฌาน ยินดีฌาน ยินดีจักขุ ฯลฯ ยินดีโผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ หทยวัตถุ และขันธ์ที่เป็น
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เพราะปรารภกุศลเป็นต้นนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้น

796
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 797 (เล่ม 40)

[๑๖๗๙] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๖๘๐] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยบุคคลออกจากมรรค พิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณานิพพาน
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยบุคคลรู้จิตของบุคคลผู้ความพร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิก
ธรรม ด้วยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสา
นุสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๖๘๑] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
อธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลทำราคะให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้ว
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำราคะนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ
เกิดขึ้น ทำทิฏฐิให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำทิฏฐิ
นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๒] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๓] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม และ
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอธิปติปัจจัย

797
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 798 (เล่ม 40)

มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๔] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม แล้ว
กระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำกุศลที่ตนสั่งสมไว้ดีแล้วในกาล
ก่อนให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา ออกจากฌาน กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น แล้วพิจารณา
พระเสกขะ กระทำโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำโวทาน
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๕] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม
แล้วทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะทำกุศลนั้น
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น กระทำกุศลที่สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ออกจากฌาน กระทำฌาน
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง กระทำจักขุให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น แล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง กระทำโผฏฐัพพะ ฯลฯ หทยวัตถุและ
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วย่อมยินดี
ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง แล้วกระทำกุศลเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
[๑๖๘๖] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ

798
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 799 (เล่ม 40)

ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพานเป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๗] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยบุคคลออกจากมรรค พิจารณามรรคให้
เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผล ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณานิพพาน
ทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๘] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรมและ
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมโดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๖๘๙] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
อนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น
สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๖๙๐] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๖๙๑] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม

799
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 800 (เล่ม 40)

เป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอนันตร
ปัจจัย
[๑๖๙๒] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๑๖๙๓] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค อนุโลมเป็นปัจจัยแก่
ผลสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตร
ปัจจัย
[๑๖๙๔] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรมที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์เป็นอสัง
กิลิฏอสังกิเลสิกธรรมที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็นปัจจัยแก่ผล
โดยอนันตรปัจจัย
[๑๖๙๕] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๖๙๖] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยสมนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดย สหชาตปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดย อัญญมัญญ
ปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดย นิสสยปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยโดย อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะ ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ อาศัยโทสะ
ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ราคะ ฯลฯ แก่ความปรารถนา
โดยอุปนิสสยปัจจัย ปาณาติบาตเป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต โดยอุปนิสสยปัจจัย นิยตมิจฉาทิฏฐิ
เป็นปัจจัยแก่นิยตมิจฉาทิฏฐิ โดยอุปนิสสยปัจจัย

800
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 801 (เล่ม 40)

[๑๖๙๗] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม โดย
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะ ให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม
ยังฌาน วิปัสสนา อภิญญา สมาบัติ ให้เกิด อาศัยความปรารถนา ให้ทาน ยังสมาบัติให้เกิด
ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ความสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย
โดยอุปนิสสยปัจจัย
บุคคลฆ่าสัตว์แล้ว ให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม ยังฌาน วิปัสสนา
อภิญญา และสมาบัติให้เกิด ทำลายสงฆ์แล้ว ให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม เพื่อ
ต้องการกำจัดบาปนั้น
อกุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๖๙๘] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มีอย่างเดียว ปกตูนิสสยยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะ ยังมรรคให้เกิด เข้าผลสมาบัติ
อาศัยโทสะ ฯลฯ ความปรารถนา ยังมรรคให้เกิด เข้าผลสมาบัติ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา
เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๖๙๙] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา ให้ทาน ยังสมาบัติ ให้เกิด
อาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย อุตุ โภชนะ เสนาสนะ ให้ทาน
ยังสมาบัติได้เกิด ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา สุขทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย
กุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก โดยอุปนิสสยปัจจัย บริกรรมแห่งปฐมฌานเป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน
อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ

801
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 802 (เล่ม 40)

[๑๗๐๐] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธา ถือมานะ ทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ
เสนาสนะ ฆ่าสัตว์ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ราคะ ความปรารถนา
โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๐๑] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค ฯลฯ
ทุติยมรรค ฯลฯ ตติยมรรค ฯลฯ จตุตถมรรค โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๐๒] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ทุติยมรรค
เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค จตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่ผล
สมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย
[๑๗๐๓] อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ พระอริยบุคคล อาศัยมรรค ยังสมาบัติ ที่ยังไม่เกิด
ให้เกิด เข้าสมาบัติที่เกิดแล้ว พิจารณาเห็นสังขาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น
อนัตตา มรรคเป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิ
สัมภิทา ความฉลาดในฐานะและอฐานะ ของพระอริยเจ้าทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย ผลสมาบัติ
เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย โดยอุปนิสสยปัจจัย

802
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 803 (เล่ม 40)

[๑๗๐๔] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลพิจารณาเห็นจักขุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียง
ด้วยทิพพโสตธาตุ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กาย
วิญญาณ
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ
เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยปุเรชาตปัจจัย หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นอสังกิลิฏฐ
สังกิเลสิกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
[๑๗๐๕] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาต ได้แก่ บุคคลย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งจักขุ
เพราะปรารภจักขุนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งโสตะ ฯลฯ
โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ปรารภโสตะเป็นต้นนั้น มีราคะ โทมนัส เกิดขึ้น
ที่เป็น วัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเล
สิกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
[๑๗๐๖] อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
โดยปุเรชาตปัจจัย
คือ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม โดยปุเรชาต
ปัจจัย
[๑๗๐๗] สังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม
โดยปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน
โดยปัจฉาชาตปัจจัย

803