พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 744 (เล่ม 40)

ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๘
” อนันตรปัจจัย มี ” ๖
” สมนันตรปัจจัย มี ” ๖
” อัญญมัญญปัจจัย มี ” ๖
” อุปนิสสยปัจจัย มี ” ๖
” ปุเรชาตปัจจัย มี ” ๗
” ปัจฉาชาตปัจจัย มี ” ๑๑
” อาเสวนปัจจัย มี ” ๑๑
” กัมมปัจจัย มี ” ๖
” วิปากปัจจัย มี ” ๑๐
” อาหารปัจจัย มี ” ๒
” อินทริยปัจจัย มี ” ๒
” ฌานปัจจัย มี ” ๒
” มัคคปัจจัย มี ” ๕
” สัมปยุตตปัจจัย มี ” ๖
” วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓
” นัตถิปัจจัย มี ” ๖
” วิคตปัจจัย มี ” ๖
พึงนับโดยพิสดาร
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๖ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๖
พึงนับโดยพิสดาร
ในอารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๕
ปัจจยวาร จบ

744
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 745 (เล่ม 40)

นิสสยวาร
[๑๔๗๐] อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๓
ฯลฯ
ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี เหมือนกัน
นิสสยวาร จบ
สังสัฏฐวาร
[๑๔๗๑] อุปาทินนุปาทานิยธรรม คลุกเคล้ากับอุปาทินนุปาทานิยธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๑
คลุกเคล้ากับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓
คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม คลุกเคล้ากับอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม คลุกเคล้ากับอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิด
ขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น ขันธ์ ๒
คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

745
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 746 (เล่ม 40)

[๑๔๗๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ฯลฯ
ในอธิปติปัจจัย มี ” ๒
ในอาเสวนปัจจัย มี ” ๒
ในวิปากปัจจัย มี ” ๒ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๓
ในกุสลัตติกะนับอย่างไร พึงนับอย่างนั้น
อนุโลม จบ
[๑๔๗๓] อุปาทินนุปาทานิยธรรม คลุกเคล้ากับอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิด
ขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรมซึ่งเป็นอเหตุกะ
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในอเหตุกปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อุปาทินนุปาทานิยธรรม คลุกเคล้ากับอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๑ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ซึ่งเป็นอเหตุกะ
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ คลุกเคล้ากับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะ คลุกเคล้ากับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒
” อธิปติปัจจัย มี ” ๓
” วิปปยุตตปัจจัย มี ” ๓ ฯลฯ
ปัจจนียะ จบ
[๑๔๗๔] ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๒ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๒
สังสัฏฐวาร จบ

746
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 747 (เล่ม 40)

สัมปยุตตวาร
[๑๔๗๕] อุปาทินนุปาทานิยธรรม สัมปยุตตด้วยอุปาทินนุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ฯลฯ
ในอวิคตปัจจัย มี ” ๓
สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี เหมือนกัน
สัมปยุตตวาร จบ
ปัญหาวาร
[๑๔๗๖] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยเหตุปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ เหตุที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป
โดยเหตุปัจจัย
[๑๔๗๗] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๔๗๘] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และ
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน
รูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๔๗๙] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย

747
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 748 (เล่ม 40)

[๑๔๘๐] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนอนุปาทานิย
ธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยเหตุ
ปัจจัย
[๑๔๘๑] อุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุ
ปัจจัย
[๑๔๘๒] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิย
ธรรม และอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตต
สมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย
[๑๔๘๓] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม โดย
อารัมมณปัจจัย
คือ พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุนั้น มีราคะ เกิดขึ้น มีโทมนัส
เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น
พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น
รส โผฏฐัพพะ ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุและขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนุ
ปาทานิยะ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง
เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น มีราคะ เกิดขึ้น มีโทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไป
แล้ว ตทารัมมณจิต อันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น
รูปายตนะที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ คันธายตนะ
ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ฯลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ
โดยอารัมมณปัจจัย

748
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 749 (เล่ม 40)

[๑๔๘๔] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลพิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักษุนั้น มีราคะ เกิดขึ้น มีโทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลพิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และหทยวัตถุ และขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภโสตะเป็นต้นนั้น มีราคะ เกิดขึ้น มีโทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ด้วยทิพยจักษุรู้จิตของบุคคลผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ โดยเจโตปริยญาณ
ขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิญญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๘๕] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ทำอุโบสถกรรม แล้วพิจารณากุศลนั้น พิจารณา
กุศลที่สั่งสมดีแล้วในกาลก่อน ออกจากฌาน แล้วพิจารณาฌาน
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละแล้ว พิจารณา
กิเลสที่ข่มแล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน พิจารณาเห็นรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภรูปเป็นต้นนั้น มีราคะ
เกิดขึ้น มีโทมนัส เกิดขึ้น เห็นรูปที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียง
ด้วยทิพยโสตธาตุ ผู้จิตของบุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยเจโต
ปริยญาณ
อากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย อากิญ
จัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ โดยอารัมมณปัจจัย

749
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 750 (เล่ม 40)

ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ
แก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดย
อารัมมณปัจจัย
[๑๔๘๖] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระเสกขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นรูปที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เสียง
กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะ
ปรารภรูปเป็นต้นนั้น มีราคะ เกิดขึ้น มีโทมนัส เกิดขึ้น เมื่อกุศลและอกุศลดับไปแล้ว
ตทารัมมณจิตอันเป็นวิบาก ย่อมเกิดขึ้น
อากาสานัญจายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนวิบาก โดยอารัมมณปัจจัย
อากิญจัญญายตนกุศล เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนวิบาก โดยอารัมมณปัจจัย รูปายต
นะ
ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กาย
วิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๘๗] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนอนุปาทานิย
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล โดยอารัมมณปัจจัย
[๑๔๘๘] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนอนุปาทานิย
ธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากมรรค แล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล พิจารณา
นิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่โวทาน แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย รู้จิตของบุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยจิตที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม
โดยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ แก่
ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย

750
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 751 (เล่ม 40)

[๑๔๘๙] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลกระทำจักษุให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักษุให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ
มีทิฏฐิ เกิดขึ้น บุคคลกระทำโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย รูป เสียงกลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม หทยวัตถุ และขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำโสตะเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น มีราคะ เกิดขึ้น มีทิฏฐิ เกิดขึ้น
อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยอธิปติ
ปัจจัย มี ๒ อย่าง
คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล กระทำอุโบสถกรรม
แล้วกระทำกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณากระทำกุศลที่สั่งสมไว้ดีแล้วในกาล
ก่อน ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณาออกจากฌาน กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่นแล้วพิจารณา
พระเสกขะทั้งหลายกระทำโคตรภู ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา กระทำ
โวทานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วพิจารณา
บุคคลกระทำรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม และ
ขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลิน
ยิ่ง เพราะกระทำรูปเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น มีราคะ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปานิยธรรม เป็นปัจจัย
แก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๙๐] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนอนุปาทา
นิยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ

751
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 752 (เล่ม 40)

ที่เป็น อารัมมณาธิปติ ได้แก่ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติ
ปัจจัย
ที่เป็น สหชาตธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๙๑] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิย
ธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็น
อารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา
กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น แล้วพิจารณา นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่
โวทาน โดยอธิปติปัจจัย
ที่เป็น สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็น
ปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๙๒] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิย
ธรรม และอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม
เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป โดยอธิปติปัจจัย
[๑๔๙๓] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น
อุปาทินนุปาทานิยธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ปัญจวิญญาณ เป็นปัจจัยแก่มโนธาตุ
ที่เป็นวิบาก โดยอนันตรปัจจัย มโนธาตุที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุ ที่เป็นวิบาก
โดยอนันตรปัจจัย

752
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 753 (เล่ม 40)

[๑๔๙๔] อุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ภวังคจิต เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิต กิริยามโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบาก เป็น
ปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๙๕] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย
ที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โคตรภู
อนุโลมเป็นปัจจัยแก่โวทาน อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๙๖] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทินนุปาทานิยธรรม
โดยอนันตรปัจจัย
คือ อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ปัญจวิญญาณ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่เป็นอนุปาทิน
นุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย
[๑๔๙๗] อนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนอนุปาทานิย
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ โคตรภูเป็นปัจจัยแก่มรรค โวทานเป็นปัจจัยแก่มรรค อนุโลมเป็นปัจจัยแก่ผล
สมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนะของผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตร
ปัจจัย
[๑๔๙๘] อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อนุปาทินนอนุปาทานิย
ธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ที่เป็นอนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น
อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย มรรคเป็นปัจจัยแก่ผล ผลเป็น
ปัจจัยแก่ผล โดยอนันตรปัจจัย

753