พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 519 (เล่ม 39)

หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์
ถูกแล้ว
[๑๔๓๒] ผู้ใดย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญอัญญิน
ทรีย์หรือ
บุคคล ๖ จำพวก ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักไม่เจริญอัญญินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๓ จำพวก ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และจักไม่เจริญอัญญินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอัญญาตาวินทรีย์
ถูกแล้ว
[๑๔๓๓] ผู้ใดย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่ง
อัญญาตาวินทรีย์หรือ
บุคคล ๗ จำพวก ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่ง
อัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก ย่อมไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจัก
ไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอนัญญา
ตัญญัสสามีตินทรีย์
ถูกแล้ว
[๑๔๓๔] ผู้ใดย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือ
บุคคล ๕ จำพวก ย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่
บุคคล ๒ จำพวก ย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์ และจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นย่อมไม่เจริญอัญญินทรีย์
ถูกแล้ว
[๑๔๓๕] ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักละโทมนัสสินทรีย์หรือ
หามิได้
หรือว่า ผู้ใดจักละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์
หามิได้

519
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 520 (เล่ม 39)

[๑๔๓๖] ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์หรือ
หามิได้
หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่ง
จักขุนทรีย์
หามิได้
[๑๔๓๗] ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญอัญญินทรีย์หรือ
หามิได้
หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์
หามิได้
[๑๔๓๘] ผู้ใดเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตา
วินทรีย์หรือ
หามิได้
หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยกำหนดรู้แล้วซึ่งจักขุนทรีย์
หามิได้
[๑๔๓๙] ผู้ใดเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์หรือ
หามิได้
หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัส
สินทรีย์
หามิได้
[๑๔๔๐] ผู้ใดเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญอัญญินทรีย์หรือ
บุคคล ๒ จำพวก เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ แต่จักเจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ พระ
อนาคามีเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ และจักเจริญอัญญินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์

520
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 521 (เล่ม 39)

บุคคล ๖ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ พระ
อนาคามีจักเจริญอัญญินทรีย์ และเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์
[๑๔๔๑] ผู้ใดเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตา
วินทรีย์หรือ
พระอรหันต์เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ แต่จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่
บุคคล ๒ จำพวก เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์ และจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์
บุคคล ๖ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๒ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์และเคยละแล้วซึ่งโทมนัสสินทรีย์
[๑๔๔๒] ผู้ใดเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นจักเจริญอัญญิน
ทรีย์หรือ
บุคคล ๒ จำพวก เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักเจริญอัญญินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๕ จำพวก เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจักเจริญอัญญินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักเจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์
บุคคล ๒ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ แต่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๕ จำพวก จักเจริญอัญญินทรีย์ และเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
[๑๔๔๓] ผู้ใดเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้แจ้งซึ่ง
อัญญาตาวินทรีย์หรือ
พระอรหันต์เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญา
ตาวินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวก เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจักทำให้
แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญา
ตัญญัสสามีตินทรีย์

521
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 522 (เล่ม 39)

บุคคล ๒ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัส
สามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวก จักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และเคยเจริญแล้วซึ่ง
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
[๑๔๔๔] ผู้ใดเคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ ผู้นั้นจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือ
หามิได้
หรือว่า ผู้ใดจักทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นเคยเจริญแล้วซึ่งอัญญาตา
วินทรีย์
หามิได้
[๑๔๔๕] ผู้ใดเคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์หรือ
บุคคล ๕ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่
บุคคล ๓ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
พระอรหันต์จักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๓
จำพวกจักไม่ละโทมนัสสินทรีย์ และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
[๑๔๔๖] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์หรือ
ปุถุชนเหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จัก
ไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๘ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และ
จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยกำหนดรู้
จักขุนทรีย์
พระอรหันต์จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่
บุคคล ๘ จำพวก จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
[๑๔๔๗] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญอัญญินทรีย์หรือ

522
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 523 (เล่ม 39)

บุคคล ๗ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๒
จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่เจริญอัญญินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
พระอรหันต์จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่บุคคล ๒ จำพวก
จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
[๑๔๔๘] ผู้ใดไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวิน
ทรีย์หรือ
บุคคล ๘ จำพวก ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่
ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ และจักไม่
ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์ก็หาไม่
ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
และไม่เคยกำหนดรู้จักขุนทรีย์
[๑๔๔๙] ผู้ใดไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์หรือ
ปุถุชนเหล่าใด จักได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่
จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวกไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ และ
จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยละโทมนัส
สินทรีย์
บุคคล ๓ จำพวก จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
ก็หาไม่ บุคคล ๖ จำพวก จักไม่เจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์และไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
[๑๔๕๐] ผู้ใดไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่เจริญอัญญินทรีย์หรือ
บุคคล ๖ จำพวก ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชน
เหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่ละโทมนัสสินทรีย์และจักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์

523
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 524 (เล่ม 39)

หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
บุคคล ๒ จำพวก จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชน
เหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ และไม่เคยละ
โทมนัสสินทรีย์
[๑๔๕๑] ผู้ใดไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือ
บุคคล ๖ จำพวก ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่
ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ และจักไม่
ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า บุคคลใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ บุคคลนั้นไม่เคยละโทมนัส
สินทรีย์
พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์ก็หาไม่
ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
และไม่เคยละโทมนัสสินทรีย์
[๑๔๕๒] ผู้ใดไม่เคยเจริญแล้ว ซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ผู้นั้นจักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์หรือ
บุคคล ๒ จำพวก ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักไม่เจริญ
อัญญินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคยเจริญแล้ว
ซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจักไม่เจริญอัญญินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่เจริญอัญญินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์
บุคคล ๒ จำพวก จักไม่เจริญอัญญินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามี
ตินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคปุถุชนเหล่านั้น จักไม่เจริญอัญญินทรีย์
และไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
[๑๔๕๓] ผู้ใดไม่เคยเจริญแล้ว ซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ผู้นั้นจักไม่ทำให้
แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์หรือ

524
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ - หน้าที่ 525 (เล่ม 39)

บุคคล ๒ จำพวก ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้ง
ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใดจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคย
เจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ และจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยเจริญแล้วซึ่ง
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัส
สามีตินทรีย์ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคปุถุชนเหล่านั้น จักไม่ทำให้แจ้ง
ซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
[๑๔๕๔] ผู้ใดไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ ผู้นั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญา
ตาวินทรีย์หรือ
บุคคล ๘ จำพวก ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ แต่จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
ก็หาไม่ ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้น ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์
และจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์
หรือว่า ผู้ใดจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ผู้นั้นไม่เคยเจริญแล้วซึ่ง
อัญญินทรีย์
พระอรหันต์จักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ แต่ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ก็หาไม่
ปุถุชนเหล่าใด จักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ปุถุชนเหล่านั้นจักไม่ทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ และ
ไม่เคยเจริญแล้วซึ่งอัญญินทรีย์ ดังนี้แล
อินทริยยมก ที่ ๑๐ จบ
ยมกปกรณ์ ตอนสุดท้าย จบ

525
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 1 (เล่ม 40)

พระอภิธรรมปิฎก
เล่ม ๗
มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
มาติกานิกเขปวาร
[๑] ปัจจัย ๒๔
๑. เหตุปัจจัย
๒. อารัมมณปัจจัย
๓. อธิปติปัจจัย
๔. อนันตรปัจจัย
๕. สมนันตรปัจจัย
๖. สหชาตปัจจัย
๗. อัญญมัญญปัจจัย
๘. นิสสยปัจจัย
๙. อุปนิสสยปัจจัย
๑๐. ปุเรชาตปัจจัย
๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย
๑๒. อาเสวนปัจจัย
๑๓. กัมมปัจจัย
๑๔. วิปากปัจจัย
๑๕. อาหารปัจจัย

1
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 2 (เล่ม 40)

๑๖. อินทริยปัจจัย
๑๗. ฌานปัจจัย
๑๘. มัคคปัจจัย
๑๙. สัมปยุตตปัจจัย
๒๐. วิปปยุตตปัจจัย
๒๑. อัตถิปัจจัย
๒๒. นัตถิปัจจัย
๒๓. วิคตปัจจัย
๒๔. อวิคตปัจจัย
ปัจจยวิภังควาร
[๒] เหตุปัจจัย คือ เหตุ เป็นปัจจัย แก่ธรรมอันสัมปยุตด้วยเหตุและรูป
ซึ่งมีธรรมอันสัมปยุตด้วยเหตุนั้นเป็นสมุฏฐาน โดยเหตุปัจจัย
[๓] อารัมมณปัจจัย คือ รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญาณธาตุ และธรรม
อันสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณธาตุนั้น โดยอารัมมณปัจจัย
สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยโสตวิญญาณธาตุ
นั้น โดยอารัมมณปัจจัย
คันธายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยฆานวิญญาณธาตุ
นั้น โดยอารัมมณปัจจัย
รสายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยชิวหาวิญญาณ
ธาตุนั้น โดยอารัมมณปัจจัย
โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยกายวิญญาณ
ธาตุนั้น โดยอารัมมณปัจจัย

2
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 3 (เล่ม 40)

รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่
มโนธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนธาตุนั้น โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรมทั้งปวง เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนวิญญาณ
ธาตุนั้น โดยอารัมมณปัจจัย
ธรรม คือ จิตและเจตสิกใดๆ ปรารภธรรมใดๆ เกิดขึ้น ธรรมนั้นๆ เป็นปัจจัย
แก่ธรรม (คือ จิต และเจตสิก) นั้นๆ โดยอารัมมณปัจจัย
[๔] อธิปติปัจจัย คือ ฉันทาธิปติ เป็นปัจจัยแก่ธรรมอันสัมปยุตด้วยฉันทะ
และรูปซึ่งมีธรรมอันสัมปยุตด้วยฉันทะนั้น เป็นสมุฏฐาน โดยอธิปติปัจจัย
วิริยาธิปติ เป็นปัจจัยแก่ธรรมอันสัมปยุตด้วยวิริยะ และรูปซึ่งมีธรรมอันสัมปยุตด้วย
วิริยะนั้น เป็นสมุฏฐาน โดยอธิปติปัจจัย
จิตตาธิปติ เป็นปัจจัยแก่ธรรมอันสัมปยุตด้วยจิต และรูปซึ่งมีธรรมอันสัมปยุตด้วย
จิตนั้น เป็นสมุฏฐาน โดยอธิปติปัจจัย
วิมังสาธิปติ เป็นปัจจัยแก่ธรรมอันสัมปยุตด้วยวิมังสา และรูปซึ่งมีธรรมอันสัมปยุต
ด้วยวิมังสานั้น เป็นสมุฏฐาน โดยอธิปติปัจจัย
ธรรม คือ จิตและเจตสิกใดๆ กระทำธรรมใดๆ ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น
เกิดขึ้น ธรรมนั้นๆ เป็นปัจจัยแก่ธรรม (คือ จิตและเจตสิก) นั้นๆ โดยอธิปติปัจจัย
[๕] อนันตรปัจจัย คือ จักขุวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยจักขุวิญญาณ
ธาตุนั้น เป็นปัจจัยแก่มโนธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนธาตุนั้น โดยอนันตรปัจจัย
มโนธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนธาตุนั้น เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุ และ
ธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนวิญญาณธาตุนั้น โดยอนันตรปัจจัย
โสตวิญญาณธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยโสตวิญญาณธาตุนั้น เป็นปัจจัยแก่มโนธาตุ
และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนธาตุนั้น โดยอนันตรปัจจัย
มโนธาตุ และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนธาตุนั้น เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุ
และธรรมอันสัมปยุตด้วยมโนวิญญาณธาตุนั้น โดยอนันตรปัจจัย

3