นั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ
มีความนอนเนื่องในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นมีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย กาม
ราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอน
เนื่องด้วยปฏิฆานุสัย และภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ มีความนอนเนื่อง
ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย มานานุสัย และ
ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่.
อนุโลม จบ.
[๑๓๒๑] บุคคลใดไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความ
นอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัยหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยปฏิฆานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย?
ถูกแล้ว.
บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานานุสัยหรือ?
พระอนาคามี ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย แต่จะ ไม่มีความนอนเนื่องด้วย
มานานุสัยก็หาไม่ พระอรหันต์ไม่มีความนอนเนื่องด้วยกามราคานุสัย และไม่มีความนอนเนื่อง
ด้วยมานุสัย.
หรือว่า บุคคลใด ไม่มีความนอนเนื่องด้วยมานานุสัย บุคคลนั้น ไม่มีความนอน
เนื่องด้วยกามราคานุสัย?
ถูกแล้ว.